NOW NORMAL: HYBRID WORKPLACE JOURNEY ต้อนรับสู่การเปิดดำเนินธุรกิจครั้งใหม่อย่างปลอดภัยกับ AIS Business

เมื่อรัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบายเปิดประเทศ ให้ธุรกิจไทยกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง AIS Business ก็พร้อมเป็นผู้ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจองค์กรให้กลับมาทำงานท่ามกลางยุค Now Normal ที่ทุกก้าวย่างของการทำงานต้องปลอดภัย ไร้การสัมผัส และทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา ด้วยการผสานเทคโนโลยี Touchless, Mobile และ AI เข้าด้วยกัน พร้อม Hybrid Workplace Journey ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจองค์กรไทยให้สามารถกลับมาเปิดทำการกันได้อย่างมั่นใจ ดังนี้

1. เข้าทำงานที่บริษัทอย่างปลอดภัยไร้สัมผัส

ในการเปิดออฟฟิศให้กลับไปทำงานอย่างเต็มตัวอีกครั้งหนึ่งนั้น แนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดโอกาสในการสัมผัสหรือติดเชื้อ COVID-19 ได้ก็คือการนำ Touchless Technology ในรูปแบบต่างๆ มาใช้ลดการสัมผัสระหว่างกันในการทำกิจกรรมต่างๆ หรือการใช้สวัสดิการของบริษัท ดังเช่น

  • Smart Parking ระบบบริหารลานจอดรถไร้สัมผัส ที่ใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดผสานกับ AI จำแนกรถของพนักงานและบุคคลภายนอกออกจากกัน และแจกบัตรจอดรถอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คน ช่วยให้ยังคงเก็บข้อมูลยานพาหนะ รักษาความปลอดภัย และจัดการคิดค่าใช้จ่ายในลานจอดรถได้หากจำเป็น
  • Smart Access Control ระบบตรวจสอบการเข้าอาคารแบบไร้สัมผัส ด้วยกล้องและ AI ที่ยืนยันตัวตนพนักงาน หรือระบบตรวจสอบบัตรพนักงาน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกอาคารและพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อคัดกรองความเสี่ยง
  • Smart Locker ระบบตู้เก็บของไร้สัมผัส เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บของส่วนตัวได้อย่างปลอดภัย รวมถึงใช้รับของจากภายนอกได้ พร้อมระบบ UV ฆ่าเชื้อให้กับวัสดุก่อนทำการจัดเก็บ
  • E-Payment ระบบกระเป๋าเงินและรับจ่ายเงินออนไลน์ไร้สัมผัส เปลี่ยนทุกสวัสดิการในองค์กรสู่ประสบการณ์การเงินแบบดิจิทัล ทั้งในโรงอาหาร, ตู้จำหน่ายสินค้า และสวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ฯลฯ

2. ต้อนรับแขกที่มาประชุมด้วย AI และหุ่นยนต์

แน่นอนว่าในการเปิดกลับมาทำงานครั้งนี้ การต้อนรับแขกทั้งคู่ค้าหรือลูกค้าที่จะมาประชุมพูดคุยงานต่างๆ ที่บริษัทนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างปลอดภัย ดังนั้นการออกแบบระบบสำหรับ Visitor ที่มาเยี่ยมชมนั้นจึงเป็นอีกหนึ่ง Journey ที่สำคัญ

  • Smart Parking & Smart Access Control บริการที่จอดรถและลงทะเบียนเข้าอาคารแบบไร้สัมผัสอย่างง่ายดาย ด้วย Web/Mobile Application ให้แขกสามารถทำการลงทะเบียนมาล่วงหน้า และมาประชุมงานได้โดยผ่านมาตรการการคัดกรองความปลอดภัยไร้สัมผัสทั้งหมดด้วยระบบ Touchless Kiosk ที่ออกแบบได้ตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ
  • Advanced Robotics หุ่นยนต์อัจฉริยะนำทางภายในอาคาร พาแขกไปยังห้องประชุมได้โดยอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงในการพบปะระหว่างผู้คนโดยไม่จำเป็น รวมถึงยังสามารถใช้ในการแนะนำสถานที่ หรือขนส่งพัสดุได้อีกด้วย

3. สื่อสารทำงานร่วมกันได้จากทุกที่ทุกเวลา

การทำงานในยุค Now Normal นี้จะต้องเป็นไปตามแนวคิดของ Hybrid Working ที่เปิดให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทั้งภายในออฟฟิศและในพื้นที่ใดๆ ก็ตามที่สะดวก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานและลดความเสี่ยงที่พนักงานจำนวนมากจะต้องมาพบเจอกันโดยตรง การใช้เทคโนโลยีเข้ามาตอบโจทย์เหล่านี้จึงกลายเป็นทางเลือกหลักที่ธุรกิจทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

  • Smart Meeting ใช้ Microsoft Teams และ Zoom เพื่อให้สามารถทำการประชุมได้จากทุกที่ทุกเวลา รวมถึงปรับห้องประชุมภายในบริษัทให้ผสานเทคโนโลยี Video Conference ในตัว ช่วยให้สามารถผสานรวมห้องประชุมในบริษัทเข้ากับห้องประชุมออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ
  • Smart PBX เชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ภายในออฟฟิศเข้ากับ Smartphone ของพนักงานทุกคน ทำให้การเชื่อมต่อสื่อสารด้วยเบอร์โทรศัพท์ภายในยังคงเป็นระบบ ไม่สะดุดติดขัด ด้วยการใช้ Microsoft Teams Phone และ Mobile PBX
  • Cloud Contact Center ติดต่อสื่อสารให้บริการลูกค้าในทุกช่องทางแบบ Omnichannel ได้จากทุกที่ทุกเวลา สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ในขณะที่พนักงานทุกคนก็ยังคงสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องทั้งจากในออฟฟิศและที่บ้าน เสมือนนั่งอยู่ในศูนย์ Contact Center เดียวกัน

4. ดูแลพนักงานได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหน

สุดท้าย การดูแลพนักงานภายในองค์กรนั้นจะต้องเป็นไปอย่างรัดกุมเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานคนสำคัญทุกคนจะปลอดภัยจากโรคระบาดมากที่สุด และยังคงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่นนี้ โดยที่บริษัทจะยังต้องสามารถติดตามการทำงานของพนักงาน และนำเสนอสวัสดิการให้กับพนักงานได้เสมือนมาทำงานที่บริษัทอย่างในอดีต

  • Office Anywhere สำหรับพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านหรือภายนอก ก็สามารถทำการลงเวลาเข้าออกงาน และทำการรับส่งเอกสารต่างๆ กับฝ่าย HR เช่นการลางาน หรือการร้องขอสวัสดิการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • Workspace Tracking ระบบติดตามความหนาแน่นในการเข้าใช้งานพื้นที่ต่างๆ ภายในอาคารขององค์กร เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการประชุมหรือทำงานในพื้นที่ที่มีความแออัดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ด้วยการติดตามประมวลผลข้อมูลจากระบบ Smart Access Control เพื่อนำมาแสดงผลและแจ้งเตือนในแบบ Real-Time
  • Unified Endpoint Management ระบบสำหรับตรวจสอบและดูแลแก้ไขปัญหาให้กับอุปกรณ์ PC, Notebook, Smartphone และ Tablet ที่พนักงานใช้ทำงาน เพื่อให้ฝ่าย IT สามารถช่วยดูแลผู้ใช้งานได้จากทุกที่ทุกเวลา และปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามและอันตรายต่างๆ บนโลกไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ AIS Business ก็ยังมีโซลูชันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขอย่าง Vaccination Platform สำหรับเปิดให้ผู้ที่สนใจทำการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนได้แบบออนไลน์ พร้อมระบบบริหารจัดการเบื้องหลังสำหรับการฉีดวัคซีนแบบครบวงจร ช่วยให้แต่ละโรงพยาบาลหรือแต่ละโรงงานไม่ต้องทำการพัฒนาระบบเหล่านี้ด้วยตนเอง ในขณะที่ยังคงสามารถเก็บข้อมูลผู้เข้ารับวัคซีนได้อย่างครบถ้วน

สำหรับผู้ที่สนใจ Hybrid Workplace Solutions จาก AIS สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของท่าน หรือที่อีเมล์ business@ais.co.th


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ดาวน์โหลด WHITEPAPER ฟรี: การสร้างรากฐานที่จำเป็นสำหรับ SMART HEALTHCARE

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นกันบ่อยครั้งในหน้าสื่อเกี่ยวกับธุรกิจคือการที่โรคระบาดโควิด 19 ได้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของการปฏิรูปทางดิจิทัลสำหรับองค์กรในทุกภาคส่วน คำพูดเหล่านี้จริง ทว่าแม้ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ขึ้น อาจกล่าวได้ว่าหน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพนั้นตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีกว่าองค์กรประเภทอื่นๆ

[Guest Post] Bitkub Blockchain Technology ร่วมงาน Huawei Connect 2022

พร้อมขึ้นเวทีเน้นย้ำถึงความสำคัญของ Web3.0และชูศักยภาพการใช้งานจริงของเทคโนโลยีบน Bitkub Chain