Netka System กับบทบาทของเทคโนโลยี IT Infrastructure Management ที่ไม่อาจขาดได้ในการทำ Digital Transformation

หลายๆ คนคงคุ้นชื่อของ Netka System กันดีอยู่แล้วในฐานะของหนึ่งในบริษัทไทยที่พัฒนาเทคโนโลยี Unified IT Management Solutions จนโด่งดังและมีการใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศกันอย่างกว้างขวาง แต่ในวันนี้เมื่อทิศทางของธุรกิจต่างๆ ได้หันไปสู่การทำ Digital Transformation กันอย่างเต็มตัวแล้ว ทาง Netka เองก็ได้ออกมาตอกย้ำถึงความสำคัญของระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ไอที ที่จะยิ่่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ในฐานะของเทคโนโลยีที่จะช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่าระบบ IT และนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นจะยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง ให้บริการผู้ใช้งานทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

Digital Transformation คือทิศทางของแทบทุกองค์กรใหญ่ในปัจจุบัน

 

Credit: Netka

 

อ้างอิงจากรายงานของ IDC เหล่าองค์กรไทยมากกว่า 40% ที่ IDC ได้เข้าไปสำรวจนั้นมีการกันงบประมาณเอาไว้สำหรับการทำ Digital Transformation (Dx) อยู่แล้ว โดยมีเป้าหมาย 3 ประการที่เหล่าองค์กรให้ความสำคัญสูงสุด ดังนี้

  • การเข้าถึงลูกค้าและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีขึ้น (21%)
  • การปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้น (17%)
  • ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร (4%)

อย่างไรก็ดี หากมองจากมุมของ CIO ที่มีความรับผิดชอบด้านระบบ IT และข้อมูลต่างๆ ภายในองค์กรนั้น กลับมีเป้าหมาย 3 เป้าที่ CIO ให้ความสำคัญสูงสุดต่างออกไป ได้แก่

  • สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ (44%)
  • บริหารจัดการระบบ IT ให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การ Optimize ระบบ (34%)
  • ก้าวจาก CIO ไปสู่การเป็น CDO (Chief Digital Officer) 10%

 

จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจองค์กรค่อนข้างมากทีเดียว โดยเฉพาะเหล่า CIO เองนั้นก็ถือเป็นตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เพราะเมื่อเทคโนโลยีมีความสำคัญสูงขึ้นในการสร้างนวัตกรรมและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ไปจนถึงการเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่หรือแม้แต่โมเดลทางธุรกิจใหม่ในอนาคต CIO เองก็ต้องปรับตัวไม่น้อยเพื่อตอบรับต่อความคาดหวังเหล่านี้ให้ได้เช่นกัน

 

คิดใหม่ทำใหม่: ธุรกิจต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ พร้อมปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางด้าน IT ขององค์กรเสียใหม่

ในการทำ Digital Transformation นั้น องค์กรเองต้องเปิดรับต่อแนวคิดใหม่ๆ ในเชิงธุรกิจไปพร้อมๆ กับการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้งาน และสร้างวัฒนธรรมการลองผิดลองถูกทั้งในเชิงธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ไปพร้อมๆ กัน โจทย์นี้เองที่สะท้อนให้เหล่าองค์กรนั้นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างทางด้าน IT ขนานใหญ่เลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงในเชิงนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ได้ดังนี้

 

1) Dual IT: องค์กรต้องรองรับทั้งระบบ IT เดิมที่ใช้งานอยู่ และระบบ IT ใหม่สำหรับสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ จะสำคัญต่อองค์กร แต่การดูแลรักษาระบบ IT เดิมที่ช่วยให้ธุรกิจในแต่ละวันดำเนินไปได้อย่างราบรื่นนั้นก็ถือว่ายังคงมีความสำคัญสูงอยู่ดี ดังนั้นองค์กรเองก็ต้องพร้อมที่จะมีระบบทั้ง 2 ส่วนนี้ที่มีนโยบายในการดูแลรักษาและบริหารจัดการที่แยกขาดจากกันชัดเจน ซึ่งกรณีนี้เรามีชื่อเรียกว่า Dual IT นั่นเอง

ระบบเดิมที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวันให้ได้อย่างราบรื่นนั้นมีชื่อเรียกว่า Traditional IT หรือระบบ IT แบบเดิม เพื่อใช้ในการให้บริการระบบงานต่างๆ ที่เหล่าพนักงานใช้ในการทำงานในแต่ละวันและจัดเก็บข้อมูลสำคัญของธุรกิจเอาไว้ ซึ่งระบบเหล่านี้มักจะใช้เทคโนโลยี Data Center แบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกัน เช่น Physical Server, Virtualization, Data Center Networking, Campus Networking และอื่นๆ ซึ่งระบบเหล่านี้จะต้องดูแลให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และมี Security ในระดับสูง เพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง

ส่วนระบบใหม่สำหรับใช้สร้างสรรค์นวัตกรรมนั้นจะมีชื่อเรียกว่า Fast IT ซึ่งอาจจะมีทั้งการนำ Cloud มาใช้งาน หรือการสร้างพื้นที่สำหรับทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรวดเร็วภายในองค์กร (Sandbox) ขึ้นมาก็ได้ ระบบในส่วนนี้จะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาลองใช้งาน หรือการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อทดสอบนั้นสามารถทำได้อย่างคล่องตัว แต่ประเด็นด้าน Security เองก็ยังคงสำคัญอยู่เช่นกัน

ในรายงานของ IDC ได้สรุปถึงประเด็นนี้ว่าเหล่าองค์กรในไทยที่ได้ทำการสำรวจนั้น กว่า 34% ได้มีการเริ่มต้นใช้งานทั้ง Traditional IT และ Fast IT แล้ว

 

2) เปิดรับเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในการทดลองสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ

เทคโนโลยีใหม่ที่เหล่าองค์กรเริ่มเปิดรับเข้ามาใช้งานในช่วงนี้มีด้วยกัน 6 ระบบหลักๆ ได้แก่

  • Artificial Intelligence (AI) ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ปัจจุบันเหล่าองค์กรได้เปิดรับการนำ Machine Learning และ Deep Learning มาใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้มักถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาจากระบบ Big Data
  • Big Data & Analytics ระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้องค์กรสามารถนำข้อมูลมาสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ๆ และนำไปต่อยอดสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้
  • Blockchain เทคโนโลยีสำหรับการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ด้วยความน่าเชื่อถือระดับสูง เป็นหัวใจของการสร้างนวัตกรรมจำนวนมากในปัจจุบัน
  • Cloud สถาปัตยกรรมระบบ IT ที่มีความยืดหยุ่นสูง ครอบคลุมทั้ง Public Cloud แบบเช่าใช้จากหน่วยงานอื่นภายนอกองค์กร และ Private Cloud ที่ลงทุนติดตั้งและใช้งานเองภายในองค์กร
  • Internet of Things (IoT) เทคโนโลยีที่เปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการใช้งานอยู่เดิม หรือผลิตภัณฑ์ที่จะสร้างขึ้นมาในอนาคตให้สามารถเชื่อมต่อกับ Internet ได้ เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูล, ประมวลผล หรือนำเทคโนโลยีนวัตกรรมอื่นๆ มาผสานเพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น หรือองค์กรมีข้อมูลสำหรับใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงการทำงานต่างๆ มากขึ้น
  • Software & Virtualization แนวคิด Software-Defined Infrastructure ที่เปลี่ยนระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทางด้าน IT ขององค์กรให้อยู่ในรูปของ Software เพื่อความยืดหยุ่นสูงสุดในการรองรับการเปลี่ยนแปลง

 

เมื่อระบบ IT คือหัวใจหลักขององค์กร การตรวจสอบการทำงานของระบบเหล่านั้นก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

แน่นอนว่าไม่ว่าองค์กรจะลงทุนพัฒนานวัตกรรมใหม่ให้ดีแค่ไหน สุดท้ายแล้วนวัตกรรมเหล่านั้นจะไม่มีค่าเลยหากผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านั้นผ่านระบบ IT ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงโดยพนักงานภายในองค์กรเอง หรือการเข้าถึงจากเหล่าลูกค้าและคู่ค้าภายนอกองค์กรก็ตาม

ด้วยเหตุนี้การดูแลรักษาระบบ IT ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ, มั่นคง และทนทานแบบ End-to-End ตั้งแต่จากการเชื่อมต่อของผู้ใช้งานไปจนถึงระบบต่างๆ ที่ได้พัฒนาขึ้นมานั้นจึงถือเป็นประเด็นสำคัญมากที่เหล่าองค์กรจะมองข้ามไปไม่ได้ และประเด็นนี้เองที่ Netka System จะเข้ามาช่วยเหล่าธุรกิจและองค์กรต่างๆ ตอบโจทย์ด้วยระบบ Unified IT Management Software Solutions  แบบครบวงจร

 

Netka System บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทย ที่ก้าวไกลถึงตลาด Unified IT Management Software Solutions  ในระดับโลก

Netka System คือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาระบบ Unified IT Management Software Solutions สำหรับเหล่าองค์กร  ด้วยจุดแข็งทางด้านทีมพัฒนาที่มีแบ็คกราวด์ด้านเน็ตเวิร์คและมีความรู้ความสามารถในการเขียนโปรแกรม จึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการไอทีและระบบบริหารจัดการด้านไอที จนได้รับการยอมรับจากกว่า 80% ของ ISP ในประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากสนามบินนานาชาติระดับโลกในแถบตะวันออกกลาง และอีกหลายประเทศ ในการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ของเน็ตก้า

จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้งมาตั้งแต่ปี 2005 ปัจจุบันนี้ก็ทำให้ Netka System มีโซลูชันที่เป็นที่ยอมรับจากเหล่าองค์กรทั้งในไทยและนานา ดังนี้

  • Unified IT Management โซลูชั่นเดียวที่ครบวงจรแบบ end to end สำหรับการติดตามการทำงานและบริหารจัดการระบบไอทีทั้งระบบได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค, service & application, Database, IP Surveillance, IoT and Environment Sensors และ Virtualization & Cloud ตลอดจนอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น Microwave เป็นต้น โดยครอบคลุมการบริหารจัดการตาม FCAPS โซลูชั่นมี 3 editions และโมดูลให้เลือกใช้กว่า 30 กว่าโมดูล ให้เลือกใช้ตามความต้องการ ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการ 4 Pillars of Network Operation อันได้แก่ Planning, Provisioning, Monitoring และ Analytics
    Credit: Netka
    Credit: Netka
  • Service Managementโซลูชันระบบ Helpdesk Ticketing System ที่อ้างอิงและได้รับการรับรองมาตรฐาน ITIL  ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เดียวของประเทศไทยและในอาเซี่ยนที่ได้รับรองมาตรฐานนี้  ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานได้บริหารจัดการงานบริการทางด้าน IT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    Credit: Netka

ด้วยความที่ Netka System เป็นบริษัทสัญชาติไทยอย่างเต็มตัว และมีทีมงานนักพัฒนาชาวไทย มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มี new release ออกใหม่ในทุกๆ ปี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่างๆ ของเหล่าธุรกิจในไทย และฝ่ายบริการหลังการขายคนไทยที่พร้อมให้บริการเหล่าองค์กรและธุรกิจต่างๆ ซึ่งไม่เพียงยอมรับในไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Netka System ได้ที่ http://netkasystem.com หรือติดต่อทีมงานของ Netka System ได้ที่ info@netkasystem.com หรือโทร 02-978-6805

 


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Oracle เผย เขียนโค้ดบน Solaris ใหม่ เปลี่ยนจากภาษา C เป็น Python เร็วขึ้น 17 เท่า

ทีมพัฒนาจาก Oracle ได้ออกมาเผยถึงการเขียนคำสั่ง listusers บน Solaris ใหม่ จากเดิมที่เคยใช้ภาษา C ในการพัฒนา เปลี่ยนมาใช้ Python 3 และพบว่าคำสั่งนี้สามารถทำงานได้เร็วขึ้นถึง 17 เท่า ในขณะที่โค้ดมีความยาวน้อยลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า

ชมย้อนหลัง งาน ISS & SAP User Conference 2019

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ISS Consulting ได้จัดงาน ISS & SAP User Conference 2019 ขึ้นภายใต้ธีม “Innovation Now” …