สรุปงาน Microsoft Innovation Conference : AI อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างและทุกอุตสาหกรรม

วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาทางทีมงาน TechTalkThai ได้รับเกียรติเชิญจากไมโครซอฟต์ประเทศไทยให้เข้าร่วมงาน Microsoft Innovation Conference ซึ่งได้จัดขึ้น ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยในงานนี้หัวข้อหลักของการบรรยายได้กล่าวถึง Business Transformation และการใช้ AI เสริมพลังให้การทำ Digital Transformation ทางเราจึงขอสรุปใจความสำคัญของงานมาให้ติดตามกันอีกครั้งครับ

คุณประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI

Business Transformation

ในหัวข้อนี้ได้รับเกียรติจากคุณประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI ขึ้นมาบรรยาย ซึ่งท่านได้ยกตัวอย่างธุรกิจหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ที่สามารถยกระดับตัวเองหลังจากปรับตัวทำ Business Transformation ได้สำเร็จและธุรกิจนั้นก็คือ ‘Let’s Relax’ หรือร้านสปาชื่อดังที่ใครหลายคนคงพอคุ้นหูหรือเคยใช้บริการกันอยู่บ้าง โดยกว่า 5 ปีที่บริษัทใช้เวลาไปกับการ Transform ธุรกิจสู่จุดใหม่ทำให้จากเดิมที่เคยเติบโตปีละ 1 สาขากลายเป็น 10 สาขาต่อปี อีกทั้งเคยทำมูลค่าสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ไปแตะที่ 1 หมื่นล้านบาทซึ่งนี่เองคือผลลัพธ์แห่งการ Transformation ตัวเองเพียงปรับเปลี่ยนหลักการ 2 จุดดังนี้

  • เปลี่ยนโครงสร้างบริษัทจากการทำธุรกิจแบบครอบครัวสู่ระบบบริหารด้วยการเชิญบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นบอร์ดบริหาร
  • ปรับเปลี่ยนบัญชีให้มีความถูกต้อง ตรงเวลา และตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจที่สามารถ Transform ตัวเองได้สำเร็จซึ่งเบื้องหลังของหลายธุรกิจในปัจจุบันย่อมต้องมีเทคโนโลยีที่ดีสนับสนุนด้วย โดยคุณประพันธ์กล่าวปิดท้ายว่า ” ไมโครซอฟต์มีความพร้อมที่สามารถช่วยตอบโจทย์สำคัญกับการทำ Business Transformation ให้ธุรกิจ ถึง 4 ส่วนคือ Empower Employees, Engage Customers,Optimize Operations, Transform Products

Empowering Digital Transformation with AI

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธ์ุ , MD Microsoft Thailand

AI is in Everywhere, Everything and Industry” — นี่เป็นคำกล่าวจากคุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธ์ุ กรรมการผู้จัดการของ ไมโครซอฟต์ประเทศไทยที่ขึ้นบรรยายในช่วงนี้ โดยคุณธนวัฒน์ได้ยกตัวอย่างของ AI is in  Everywhere เช่น หากผสาน AI เข้ากับที่อยู่อาศัยผู้ใช้งานจะมีใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นและสามารถแนะนำของที่เหลืออยู่ในตู้เย็นได้ว่าสามารถทำเมนูอะไรได้หรือหากต้องการทำเมนูไหนขาดวัตถุดิบอะไรก็สั่งออนไลน์มาให้เองได้ เป็นต้น ดังนั้นปัจจุบัน AI ได้เข้าไปฝังตัวอยู่ในทุกหนแห่งแล้ว

AI is in Everything ตรงนี้หมายความว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้าไปอยู่ในทุกๆ สิ่งด้วย เช่น กรณีของผู้ผลิตเครื่องยนต์ของเครื่องบินอย่าง Rolls-Royce ที่ได้นำเซนเซอร์ไปติดไว้ในเครื่องยนต์ที่ตนผลิตทำให้สามารถประเมินการซ่อมบำรุงได้ล่วงหน้าและการันตี SLA ได้ถึง 99.99% กลายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ Engine-as-a-service ทำรายได้เข้าสู่บริษัท

AI is in Every Industry คือปัจจุบัน AI ขยายเข้าไปสู่การใช้งานในทุกอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ เช่น Drone กับภาคการเกษตรที่สามารถใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายจากสีของพืชและสามารถบอกได้ว่าพืชนั้นมีโรค ขาดน้ำ หรือมีสภาพสมบูรณ์ นั่นหมายถึงผู้ดูแลไร่จะสามารถพ่นยาหรือรดน้ำเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดทำให้ลดต้นทุนการผลิตลง หรือ กรณีของการใช้ Drone ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างสะพานที่เทรนโมเดล AI ให้แยกแยะได้ว่าภาพถ่ายนั้นคือ รอยแตก เชื้อรา หรือสนิม ซึ่งปกติการตรวจสอบโดยมนุษย์กินเวลาหลายเดือนแต่ด้วยเทคโนโลยีจึงลดเวลาลงเหลือแค่ไม่ถึง 2 สัปดาห์ และสุดท้ายตัวอย่างของ Retail การใช้ AI เพื่อเรียนรู้ข้อมูลของผู้บริโภคไปทำ Dynamic Pricing หรือการใช้ Chatbot เพื่อเข้าเปิดการขายกับลูกค้าที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามเมื่อ AI แทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกหนแห่งและอุตสาหกรรมแล้ว ธุรกิจประเทศไทยจะเป็นอย่างไรหากมีนวัตกรรม AI เข้ามาส่งเสริม ทางไมโครซอฟต์จึงได้มีการจัดทำรายงานร่วมกับ IDC เพื่อศึกษาผลลัพธ์แนวโน้มในปี 2021 เทียบกับปัจจุบันโดยอ้างอิงความเห็นของผู้บริหารในเอเชียแปซิฟิคกว่า 1,560 คนซึ่งมีผู้บริหารจากประเทศไทยจำนวน 101 คนและมีสถิติดังนี้

  • AI จะช่วยส่งเสริมให้เกิดบริการและผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรมซึ่งในภาพรวมของเอเชียแปซิฟิคจะเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าและประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า
  • AI จะช่วยให้ Productivity ของพนักงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 1.3 เท่า ในปี 2021
  • 29% ของผู้บริหารจากประเทศไทยเชื่อว่า AI จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างใหญ่หลวง 25% เชื่อว่ามีผลกระทบพอสมควร 31% เชื่อว่ามีเล็กน้อยและ 15% คิดว่าไม่ได้รับผลกระทบ
  • ผู้นำในประเทศไทยยังขาดคุณสมบัติหลัก 3 จาก 6 ข้อที่ส่งผลต่อการใช้ AI ให้ประสบความสำเร็จเมื่อเทียบกับผู้นำในระดับเอเซียแปซิฟิคคือ Data, Strategy และ Investment 

จากรายงานสรุปได้ว่า AI จะเข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจหากบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้ รวมไปถึงผู้นำขององค์กรต้องมีวิสัยทัศน์และสนับสนุนให้เกิดการใช้งาน AI ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นองค์กรต้องมีวัฒนธรรมที่พร้อมรับนวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้งานและบุคคลากรในองค์กรต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาด้วย ดังนั้นการที่ AI จะเกิดได้หรือไม่ต้องอาศัยทั้งฝั่งของเทคโนโลยีและธุรกิจ

นอกจากนี้สุดท้ายแล้วคุณธนวัฒน์ยังได้ฝากถึงองค์กรต่างๆ เกี่ยวกับปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและอยู่รอดในยุคปัจจุบันว่าองค์กรจะต้องมีความสามารถทางเทคโนโลยี (Tech intensity) ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบอีก 2 ส่วนคือ ความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว (Tech Adoption) และ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง (Tech Capability) กล่าวคือองค์กรไม่ต้องไปสร้างเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาแล้วเพียงแต่นำมาต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่นั่นเอง

วิสัยทัศน์ของไมโครซอฟต์กับการพัฒนา AI

คุณธนวัฒน์ยังได้กล่าวถึงมุมมองของบริษัทต่อจริยธรรมในการพัฒนา AI ประกอบด้วย 6 ปัจจัยคือ 1.ต้องยุติธรรม(Fairness) 2.ต้องสามารถเชื่อถือและไว้ใจได้ (Reliability&Safety) 3.ต้องทำอย่างมีความมั่งคงปลอดภัย (Privacy&Security) 4.เสมอภาค (Inclusiveness) เช่น การใช้ข้อมูลตัวอย่างแบบครอบคลุมไม่ใช่เลือกเฉพาะเพศหรือแบ่งแยกสีผิวทำให้ผลลัพธ์เอนเอียง 5.โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ (Transparency) 6.มีความรับผิดชอบ (Accountability) ดังนั้นไมโครซอฟต์เองจึงมีคณะกรรมการที่มีหน้าที่คอยกำกับและตรวจสอบนวัตกรรม AI ให้เป็นไปตามจริยกรรมที่กล่าวถึงด้วย

สำหรับวิสัยทัศน์ของไมโครซอฟต์กับการพัฒนา AI และผลประโยชน์ของลูกค้าคุณธนวัฒน์ได้ปิดท้ายว่า “AI คือเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับให้มนุษย์มีความสามารถมากขึ้นแต่ไม่ได้เข้ามาทดแทนมนุษย์ รวมถึงยังเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยทางไมโครซอฟต์เองมีเป้าหมายเสนอเทคโนโลยีที่เป็นแพลตฟอร์มของ AI ให้ลูกค้านำไปต่อยอดตอบโจทย์กับธุรกิจและเราไม่เคยต้องการที่จะสร้างนวัตกรรมมาแข่งขันกับลูกค้า

The Story of 3 Cloud

ในหัวข้อนี้ทีมงานของไมโครซอฟต์ได้ขึ้นมากล่าวถึงวิธีการทำ Transformation โดยอ้างอิงกับโมเดล ‘Digital Feedback Loop’ ที่มีองค์ประกอบย่อย 4 ข้อคือ Engage Customer, Empower Employee, Optimize Operation และ Transform Product ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกร้อยเรียงเชื่อมกันด้วย ‘ข้อมูล’

  • Empower Employees – คำถามในจุดนี้คือบริษัทมีการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาพนักงานในองค์กรแล้วหรือยัง รวมถึงต้องมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงานรุ่นใหม่ที่ต้องการ Work Anywhere ด้วย ซึ่งทางไมโครซอฟต์เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้เช่น Microsoft Teams เป็นต้น
  • Optimize Operations – บริษัทจะต้องมีการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น Chevron ได้ใช้แว่นตา VR เพื่อแสดงภาพจำลองของหน้างานจริงในการฝึกปฏิบัติและช่วยให้ผู้ที่ไม่มีทักษะสูงสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง เช่นกันทาง ไมโครซอฟต์ก็มีเทคโนโลยีที่ช่วยปฏิวัติกระบวนการทำงานในองค์กรอย่าง Office 365 เป็นต้น
  • Transform Products – บริษัทต้องเปลี่ยนมุมมองในการทำธุรกิจโดยอาศัยประโยชน์จากข้อมูลเพื่อออกสินค้าใหม่ให้ตรงใจตลาดหรือปรับปรุงสินค้าเดิมให้ดึงดูดผู้บริโภค
  • Engage Customers – คำถามในส่วนนี้บริษัทต่างๆ ต้องตอบให้ได้ว่าเรามีการใช้ AI หรือ BI มาวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้แล้วหรือยัง หลังจากนั้นแล้วมี CRM คอยดึงข้อมูลทางการตลาดให้แก่ทีมขายเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ทันทีหรือไม่ ตรงนี้เองเครื่องมืออย่าง Power BI หรือ Dynamics จะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว

สุดท้ายไมโครซอฟต์แนะนำว่าการใช้งาน AI เพื่อเสริมศักยภาพของ Digital Business นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจขนาดใหญ่เพราะธุรกิจ SME ก็สามารถเข้าถึงได้โดยเพียงแค่เริ่มจากส่วนเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยขยายผลต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามต้องเร่งทำอย่างว่องไวเพราะปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ

โดยในงานนี้เองไมโครซอฟต์ก็ได้เชิญพาร์ทเนอร์ที่ทำโซลูชันตอบโจทย์ธุรกิจ SME มาออกบูธ เช่น Chatbot ซึ่งสามารถเริ่มได้จากธุรกิจขนาดเล็กในการช่วยตอบคำถามลูกค้าหรือแม้กระทั่งเปิดเกมขาย หรือ Azure เองที่ปัจจุบันก็กลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Startup ต่างๆ เข้ามาใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อเร่งกระบวนการพัฒนาไอเดียออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วตามคอนเซปต์ Tech intensity และอย่างที่คุณธนวัฒน์กล่าวไว้ว่า “AI อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างทุกอุตสาหกรรมและทุกคนสามารถเข้าถึงได้” ครับ


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

VMware เผยแผนเข้าซื้อกิจการ Bitfusion เสริมการนำ GPU และ FPGA มาใช้งานในระบบ AI บน Virtualization Platform

VMware ได้ออกมาประกาศถึงแผนการเข้าซื้อกิจการ Bitfusion บริษัท Startup ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2015 ซึ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี Virtualization สำหรับหน่วยประมวลผลกลุ่ม Accelerator โดยเฉพาะอย่างเช่น GPU และ FPGA

Microsoft ประกาศลงทุน 30,000 ล้านบาทใน OpenAI นำเทคโนโลยีจาก OpenAI มาให้บริการบน Microsoft Azure

Microsoft ได้ออกมาประกาศถึงการลงทุน 1,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 30,000 ล้านบาทใน OpenAI บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ก่อตั้งโดย Elon Musk และ Sam Altman เพื่อร่วมมือกันในระยะยาว และนำเทคโนโลยี AI ล้ำสมัยจาก OpenAI มาให้บริการบน Microsoft Azure