Microsoft Azure ประกาศออก Azure Front Door โฉมใหม่

Azure Front Door แบบใหม่ที่ถูกปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าปัจจุบันมากขึ้น

เดิมที่ Azure Front Door คือความสามารถที่ Microsoft คิดค้นเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ Office 365 และ Bing ซึ่งได้เปิดให้ผู้ใช้ได้นำไปใช้กับการให้บริการของตน ไอเดียก็คือ Microsoft ได้พัฒนาส่วนติดต่อไว้ในโครงสร้าง WAN ภายในของตนที่มีอยู่ทั่วโลก โดย Front Door จะทำการ Route Request ที่เข้ามาผ่าน WAN Edge ของ Microsoft ไปยัง Region หลักใกล้ที่สุดที่แอปรันอยู่ หากไม่สำเร็จก็จะพาไปยัง Region สำรอง รวมถึงยังสามารถแบ่งส่วนของสิ่งที่ถูกร้องขอหากมีขนาดใหญ่ได้ด้วย

ในขณะที่ Azure CDN ก็คือบริการ CDN ปกติที่กระจายเนื้อหาไปเก็บยังเซิร์ฟเวอร์ ให้ผู้ใช้เข้าชมจากจุดที่ใกล้ตนเอง โดยความแตกต่างระหว่าง Azure Front Door และ Azure CDN สามารถดูได้จากภาพประกอบ แต่โดยสรุปคือ Front Door อาจเหมาะกับการทำงานของเว็บไซต์ บริการหรือ API ในขณะที่ CDN เก่งกับพวก Static Content อย่าง รูป วีดีโอ และเอกสาร

credit : Azure

กลับมาที่ new Azure Front Door แนวคิดคือ Microsoft ได้นำโซลูชัน Azure Front Door (classic) และ Azure CDN from Microsoft (classic) พ่วงด้วย Azure WAF มายำรวมกัน และแบ่งการให้บริการเป็น 2 Tier คือ Standard และ Premium โดยแบบหลังจะมีอภิสิทธิ์สูงกว่าเช่นได้ WAF และสามารถใช้ Private Link ได้ทุก Region ทั้งนี้กล่าวได้ว่า new Azure Front Door จะรองรับเนื้อหาได้ทั้ง Static และ Dynamic พร้อมกับเรื่อง Security ที่เพิ่มขึ้นมา

สำหรับผู้ใช้เดิมของ Front Door หรือ CDN ของเดิมยังใช้งานต่อไปได้ แต่ในอนาคต Microsoft มีแผนที่จะย้ายท่านไปเป็นของใหม่ทั้งหมดแบบไร้ Downtime

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/introducing-the-new-azure-front-door-reimagined-for-modern-apps-and-content/ และ https://kishoregopalan.medium.com/azure-front-door-or-azure-cdn-what-solution-will-you-use-for-your-high-availability-sites-be26bb34aee7

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …