Amazon CloudFront คืออะไร ?

Amazon CloudFront คือบริการเครือข่ายส่งมอบเนื้อหา (Content Delivery Network หรือ CDN) ความเร็วสูงของ Amazon Web Services (AWS) ที่จะส่งมอบข้อมูลต่าง ๆ เช่น ภาพ วีดีโอ แอปพลิเคชัน หรือ API ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกด้วยความเร็วในการโอนถ่ายสูงและมีความหน่วงต่ำ (Low Latency) 

โดย Amazon CloudFront เป็นบริการ Web Service ที่จะช่วยเร่งความเร็วในการกระจายข้อมูลเนื้อหาเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นแบบ Static หรือ Dynamic อย่างเช่นไฟล์ .html, .css, .js ให้กับผู้ใช้งานได้เร็วยิ่งขึ้น ผ่านโครงข่ายเน็ตเวิร์กของ Data Center ที่เรียกว่า Edge Location ของ AWS ที่มีให้บริการอยู่ทั่วโลก

ด้วยบริการ CDN ของ AWS จะทำให้เนื้อหาเว็บไซต์ถูกส่งจากเครื่อง Server ที่อยู่ใกล้กับผู้ใช้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะทำให้ Latency ในการเข้าถึงเว็บไซต์นั้นลดลง นอกจากนี้ Amazon CloudFront ยังช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานของแอปพลิเคชัน หากกรณีที่มีเครื่อง Server หนึ่งล่มไป ก็จะมีเครื่องอื่นมารับช่องต่อได้ทันทีอีกด้วย

นอกจากเว็บไซต์ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก CDN ได้แล้ว บริการอย่าง Amazon CloudFront ยังสามารถสนับสนุน Use Case อื่นได้ เช่น การ การส่ง API การส่งเนื้อหาที่ต้องเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ตามระบบแนะนำ (Recommendation System) การส่ง Patch Update ให้บริการทั่วโลก หรือการ Streaming Media อย่างวีดีโอใน Live หรือ On-Demand ซึ่งกรณีที่เห็นภาพได้ชัดเจนคือบริการของ Netflix ที่ใช้บริการต่าง ๆ ของ AWS รวมทั้ง Amazon CloudFront ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amazon CloudFront สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ AWS

ที่มา: https://aws.amazon.com/cloudfront/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

ManageEngine เปิดตัว AI อัตโนมัติ ครอบคลุมทุกซอฟต์แวร์ พลิกโฉมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล [PR]

ManageEngine ผู้พัฒนาโซลูชันบริหารจัดการระบบ IT ระดับองค์กรในเครือ Zoho Corporation ประกาศเปิดตัว Zia Agents ระบบ Autonomous Agent ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท โดยพร้อมใช้งานแล้ววันนี้ในซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กรดิจิทัลของบริษัท  เอเจนต์ดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานความเป็นส่วนตัว …

ผู้ให้บริการระบบสังเกตการณ์ Coralogix คว้าเงินลงทุน 200 ล้านดอลลาร์

Coralogix ประกาศนี้ว่าบริษัทสามารถระดมทุนในระยะท้ายได้มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ยกระดับแพลตฟอร์มสังเกตการณ์ (Observability) ของตน