เสริมความมั่นคงทนทานและความยืดหยุ่นให้กับ Container และ Kubernetes ของธุรกิจองค์กร ด้วย HPE Intelligent Data Platform

เมื่อ Container และ Kubernetes ได้กลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับธุรกิจองค์กร การปรับ Enterprise Application ให้อยู่ในรูปของ Container เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและคล่องตัวต่อการนำไปใช้งานและการดูแลรักษานั้นก็ได้กลายเป็นโจทย์สำคัญ และก็ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องมองหาหนทางในการปรับสถาปัตยกรรมของ Container ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ Stateless Workload มาสู่การรองรับ Stateful Workload ให้ได้

HPE ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี Data Center ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเด็นปัญหานี้ และได้พัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดเสริมให้กับโซลูชัน Storage ชั้นนำของตนเองทั้ง HPE Nimble Storage และ HPE Primera Storage เพื่อให้รองรับการทำ Data Management สำหรับ Container และถูกผนวกรวมเข้าไปใน CI/CD Pipeline ได้อย่างสมบูรณ์ และเปลี่ยนให้ Container กลายเป็นระบบที่รองรับงานแบบ Stateful ท่ามกลางโลกของ Hybrid Cloud ได้อย่างแท้จริง

Container สำหรับ Enterprise Application ต้องมีข้อมูลล่าสุดควบคู่กับ Application เสมอ

ในมุมของธุรกิจองค์กรนั้น Container และ Kubernetes นอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยรองรับ Cloud Native Application ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำ DevOps ได้อย่างคล่องตัวแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้ก็ยังถือเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยปูทางไปสู่ภาพของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ได้อย่างยืดหยุ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปแล้วการใช้งาน Container นั้นมักถูกใช้เพื่อรองรับ Workload ที่เป็นแบบ Stateless ในขณะที่ระบบจัดเก็บข้อมูลสำคัญของธุรกิจนั้นมักถูกแยกออกไปเป็นอีกระบบหนึ่ง ทำให้ในการใช้งานจริง การย้าย Workload ระหว่างระบบ IT Infrastructure ไม่ว่าจะภายในองค์กรเองหรือย้ายออกไปยังบริการ Cloud นั้น จะต้องมีขั้นตอนของการจัดการกับข้อมูลเพื่อให้ Application ยังคงทำงานได้สมบูรณ์ครบถ้วนอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ระบบขาดความคล่องตัวอย่างที่ธุรกิจองค์กรคาดหวัง

แนวคิดของการปรับระบบ Container เพื่อให้รองรับ Stateful Workload และทำให้ข้อมูลนั้นถูกผูกไปกับ Application และ Stateless Workload ทั้งหมดจึงกลายเป็นทางออกที่หลายธุรกิจองค์กรมองหา ซึ่งแนวคิดนี้จะทำให้ Enterprise Application ที่เคยถูกพัฒนาขึ้นมาแบบ Monolithic หรือยังคงมีส่วนของข้อมูลปริมาณมหาศาลอยู่ภายในระบบนั้น สามารถได้รับประโยชน์จาก Container ได้ และทำให้มั่นใจได้ว่าการย้ายระบบ Application ไปยัง IT Infrastructure ใดๆ นั้นจะทำให้ Application ยังคงทำงานได้สมบูรณ์ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างแน่นอน

ผสานเทคโนโลยี Storage เสริม Container ให้รองรับทั้งงาน Stateless และ Stateful

HPE ได้พัฒนาแนวทางเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยอาศัยระบบ Enterprise Storage เป็นศูนย์กลางสำคัญในการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำเข้าไปผนวกเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Container, ขั้นตอนการทำ CI/CD และการ Deploy ระบบ Application เสมอ และทำให้ระบบ Application บน Container ทั้งหมดสามารถเริ่มต้นทำงานได้ด้วยข้อมูลชุดล่าสุดทันที ไม่ว่าระบบนั้นๆ จะทำงานอยู่บน IT Infrastructure ใดก็ตาม

ในแนวทางดังกล่าว HPE ได้เลือกที่จะเชื่อมระบบ Storage ชั้นนำของตนเองไม่ว่าจะเป็น HPE Primera Storage หรือ HPE Nimble Storage ให้สามารถทำงานร่วมกับ Kubernetes ได้ ทำให้การจัดการกับข้อมูลนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Pipeline ในการพัฒนาระบบ และพัฒนา Workflow เพิ่มภายในระบบ Storage เพื่อให้มีกระบวนการการทำงานที่สอดคล้องไปกับขั้นตอนปกติในการใช้ Container เพื่อเสริมความมั่นคงทนทานและความมั่นคงปลอดภัยให้กับข้อมูล ในขณะเดียวกัน HPE ก็ได้เสริมความสามารถในส่วนของการทำ Hybrid Cloud ให้กับข้อมูลด้วย ทำให้การ Deploy ระบบบน IT Infrastructure ใดๆ นั้น ข้อมูลชุดล่าสุดจะถูกนำไปใช้งานด้วยเสมอ

หัวใจสำคัญของแนวทางนี้ คือ HPE CSI Driver for Kubernetes ที่รับบทบาทสำคัญในการเชื่อมผสาน HPE Storage เข้ากับระบบ Kubernetes และทำให้การเชื่อมต่อ Storage จากเดิมที่เป็นแบบ Static นั้นกลายมาเป็นแบบ Dynamic ได้ และสามารถควบคุมผ่านแนวทาง Infrastructure-as-Code ทำให้การจัดเตรียมทรัพยากรเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติผ่าน Script หรือการกำหนดค่าการทำงานบน Kubernetes ได้นั่นเอง

HPE Intelligent Data Platform ตอบโจทย์ Container สำหรับธุรกิจองค์กรด้วย HPE Nimble Storage และ HPE Primera Storage

ภายใต้แนวคิด HPE Intelligent Data Platform นี้ ทาง HPE ได้นำเสนอ 3 คุณสมบัติใหม่ที่ระบบ Enterprise Storage จะต้องมีเพื่อรองรับการทำ Stateful Workload บนโลกของ Container ได้แก่

1. Container Data Management Experience การทำให้นักพัฒนา Software นั้นสามารถจัดการกับระบบ IT Infrastructure ในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล, ชุดข้อมูล และระบบฐานข้อมูลได้เสมือนกับการจัดการ Application โดย HPE ได้ใช้ Kubernetes StorageClass ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการสร้าง Volume บน HPE Storage นั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายและเป็นอัตโนมัติผ่าน Kubernetes

ด้วยแนวทางนี้จึงไม่เพียงแต่จะทำให้ข้อมูลนั้นสามารถถูกผูกติดไปกับ Application ได้เท่านั้น แต่ในกระบวนการพัฒนา, การทำ QA และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้โดยมีชุดข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดสำหรับใช้ในระหว่างการทำงาน ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น และทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปได้ด้วยจากการใช้ Snapshot ที่ถูกสร้างขึ้นและใช้ในการสำเนาข้อมูลได้ รวมถึงยังทำการลบตัวเองทิ้งได้เมื่อไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ใช้งานในภายหลังแล้ว ทำให้ใช้พื้นที่บนระบบ Storage ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

2. Operational Efficiency อีกบทบาทสำคัญของ HPE Storage ก็คือการช่วยให้ Service-Level Objective หรือ SLO ของระบบดีขึ้น โดยระบบต้องมีประสิทธิภาพ, ความมั่นคงปลอดภัย, การปกป้องระบบ, ความมั่นคงทนทาน และมีความสามารถในการเพิ่มขยายระบบได้ตามความต้องการของธุรกิจ ซึ่ง HPE ก็สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ด้วยวิธีการอันหลากหลาย

  • การทำ Snapshot หรือ Clone ผ่าน Kubernetes StorageCass ช่วยปกป้องข้อมูลในทุกขั้นตอนการพัฒนาและการ Deploy
  • การสำเนาข้อมูลผ่านการทำ Replication ระหว่าง Data Center หรือ Cloud เพื่อให้มีอิสระในการเลือก Deploy ระบบไปยังแต่ละที่ได้ โดยไม่ต้องมี Overhead รอการ Copy ข้อมูลระหว่างระบบอีกต่อไป
  • การกำหนด QoS ในระดับ Volume เพื่อให้มั่นใจว่าระบบ Application จะมีประสิทธิภาพเพียงพอกับที่ต้องการ
  • การทำให้ Data Volume ในระบบ Storage ที่หลากหลายทำงานร่วมกันแบบ Multitenancy ได้ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งาน
  • สามารถเพิ่มขยายจำนวน Pod สำหรับแต่ละ Worker Node ได้
  • สามารถทำการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยได้
  • รองรับการเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งในแบบ File และ Block ทำให้ Application สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในรูปแบบเดียวกันไม่ว่าจะอยู่บนระบบใด

3. True Hybrid Cloud for Containers เพื่อให้ Stateful Container สามารถทำงานได้แบบ Hybrid Cloud อย่างเต็มที่ ทาง HPE จึงได้พัฒนา HPE Cloud Volumes ขึ้นมา เพื่อให้อุปกรณ์ HPE Storage สามารถส่งข้อมูลขึ้นไปยังบริการ Public Cloud และใช้งานข้อมูลเหล่านั้นได้เสมือนกับการใช้งาน HPE Storage ภายในองค์กร ช่วยให้การย้ายข้อมูลระหว่าง Data Center และ Cloud เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย และย้ายระบบทั้งส่วนของ Application และข้อมูลไปยัง IT Infrastructure ที่ต้องการใช้งานได้ทันที

สำหรับโซลูชันของระบบ HPE Storage หลักๆ ที่สามารถรองรับการทำ Stateful Container ได้นั้นก็ได้แก่

  • HPE Nimble Storage ระบบ Storage สำหรับธุรกิจองค์กรที่เน้นเรื่องของประสิทธิภาพ, ความคุ้มค่า และความง่ายดายเอาไว้ในหนึ่งเดียว สำหรับรองรับ Business Application และ Workload ที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน https://www.hpe.com/emea_europe/en/storage/nimble.html
  • HPE Primera Storage ระบบ Tier-0 Storage ที่เน้นเรื่องของประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานเพื่อรองรับ Mission Critical Workload เป็นหลัก สำหรับระบบ Application สำคัญอย่างเช่น ERP https://www.hpe.com/emea_europe/en/storage/hpe-primera.html

สนใจโซลูชันของ HPE ติดต่อ BizCon ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ HPE สามารถติดต่อทีมงาน BizCon เพื่อขอรับคำปรึกษา, ใบเสนอราคา หรือบริการด้านเทคนิคได้ทันทีที่

Email: BizconMarketing@bizcon.co.th หรือโทร 082-0103588, 098-5523307



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Tableau & AWS Webinar: ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย [27 ต.ค. 2020 เวลา 10.00น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ Chief Data Officer, Data Scientist, Data Analyst, Data Engineer, IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Tableau & AWS Webinar ในหัวข้อเรื่อง "ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย" เพื่อทำความรู้จักกับภาพรวมของการวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจองค์กรอย่างครบวงจรบน Cloud ด้วยเครื่องมือจาก Amazon Web Services (AWS) และ Tableau ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2020 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

Microsoft เปิดตัว Azure Space รุกสู่ธุรกิจอวกาศ พร้อมเผยความร่วมมือกับ SpaceX

Microsoft ได้ออกมาประกาศเปิดตัวถึงการนำบริการ Microsoft Azure ไปสู่อุตสาหกรรมด้านอวกาศภายใต้ชื่อ Azure Space พร้อมเผยถึงความร่วมมือกับ SpaceX ในการบริการด้านโครงข่ายเชื่อมต่อ Cloud