ADPT

สร้าง Digital Workplace พร้อมรับมือต่อการทำงานยุค New Normal ด้วย kintone ในงาน JRIT 2020

การปรับธุรกิจสู่การทำงานยุคใหม่ New Normal ที่พนักงานทุกคนจะต้องทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา สามารถเข้าถึงข้อมูล สื่อสารระหว่างกัน และดำเนินกระบวนการทางธุรกิจได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การมีเครื่องมืออย่างบริการ Cloud ที่พร้อมให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วนั้นถือเป็นตัวช่วยที่ดี และในงาน Japan Recommend IT 2020 ที่กำลังจัดขึ้นที่ https://event-info.com/jrit/ นี้ ก็มีการนำเสนอโซลูชันของ kintone ซึ่งเป็นระบบ Digital Workplace ที่ได้รับความนิยมในธุรกิจญี่ปุ่นมากมายในการทำงานร่วมกันทั้งในเชิงของการแบ่งปันข้อมูลและการจัดการ Workflow ที่ตอบโจทย์การใช้งานและการปรับแต่งสำหรับทุกแผนกได้ในแบบ Low-Code

kintone: ปรับกระบวนการทำงานในธุรกิจสู่ Paperless ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบรับ New Normal

หัวใจสำคัญในการเปิดรับต่อนโยบาย Social Distancing ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดนี้ ก็คือการปรับธุรกิจให้ยังคงดำเนินการทำงานต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าพนักงานจะทำงานจากที่บ้านหรือที่ออฟฟิศก็ตาม เพื่อให้การทำงานเกิดขึ้นได้อย่างไม่สะดุดไม่ว่าภาครัฐจะมีนโยบายหรือขอความร่วมมืออย่างไรก็ตาม

Credit: ShutterStock.com

Digital Workplace ถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากในช่วงนี้ ในฐานะของเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเสริมการทำงานให้เกิดขึ้นได้ด้วยการสร้างพื้นที่ทำงานออนไลน์ขึ้นมา ให้พนักงานสามารถทำการแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยสามารถติดตามผล อนุมัติ ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนหลังได้ และ kintone เองก็เป็นหนึ่งในโซลูชัน Digital Workplace ที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก และได้รับความนิยมจากธุรกิจองค์กรญี่ปุ่นเป็นอย่างสูง

แนวคิดของ kintone นั้นคือการเป็นระบบ Cloud Platform กลางที่ธุรกิจองค์กรสามารถเข้ามาใช้เพื่อปรับแต่งระบบให้ตอบโจทย์ต่อการทำงานได้ เช่น การสร้างพื้นที่สำหรับจัดเก็บไฟล์งานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน, การสร้าง Digital Workflow สำหรับใช้งานในแผนกต่างๆ ของธุรกิจเพื่อให้การอนุมัติหรือการออกเอกสารใดๆ เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเดิมที kintone นั้นมักจะถูกใช้งานในฐานะของเครื่องมือที่มาช่วยให้การทำงานภายในบริษัทเกิดขึ้นได้อย่างคล่องตัว แต่เมื่อภาวะวิกฤตเกิดขึ้น ธุรกิจองค์กรต่างๆ ก็หันมาใช้ kintone ในฐานะของเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการทำงานผ่านโลกออนไลน์ได้แบบ 100% แทน

จุดเด่นของ kintone นั้นคือความง่ายดายในการใช้งานและการปรับแต่งที่ไม่ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เชิงเทคนิคหรือ IT ในการเขียนโปรแกรมเลย และสามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ รองรับการใช้งานได้บนทั้ง PC และ Mobile ดังนั้นพนักงานแต่ละแผนกก็สามารถทำการเรียนรู้เบื้องต้นและลงมือสร้าง Digital Workflow ขึ้นมาใช้งานภายในแผนกของตนเองได้ทันที ทำให้ในการปรับนำ kintone ไปใช้งานนั้นเกิดขึ้นได้ในหลากหลายแผนก ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • แผนก HR และ Admin สามารถสร้างฐานข้อมูลพนักงาน, คำถามเบื้องต้นที่พนักงานมักสอบถาม, การประกาศรับสมัครงานและช่องทางการส่งใบสมัคร, การจัดการการขออนุมัติวันลา, การจัดการเวลาเข้าออกงาน, การทำ Inventory Management สำหรับอุปกรณ์สำนักงาน, การจัดการจองห้องประชุมหรือรถของบริษัท และอื่นๆ

  • ฝ่ายขาย สามารถปรับระบบให้กลายเป็น CRM เพื่อสร้างฐานข้อมูลของลูกค้าและคู่ค้าแต่ละราย, การสร้างระบบออกใบเสนอราคา, ระบบสร้างสัญญา, การจัดการค่าใช้จ่ายของพนักงานฝ่ายขาย และอื่นๆ

  • ฝ่าย Production และ QA สามารถสร้างระบบบริหารการผลิต, ระบบรับรองคุณภาพสินค้า, ระบบจัดการวัตถุดิบและคลังสินค้า, ระบบจัดการข้อมูลสินค้า, ระบบฐานข้อมูล Know-How ภายในบริษัท และอื่นๆ

  • แผนกจัดซื้อ สามารถใช้จัดการคลังสินค้า, จัดการการขนส่งสินค้า, สร้างระบบแบบฟอร์มสั่งซื้อวัตถุดิบ, ระบบรวบรวมและจัดการ Invoice และอื่นๆ

  • ฝ่าย IT สามารถใช้ในการบริหารจัดการควบคุมโครงการ, การจัดการระบบ Social Network ของบริษัท, การสร้างแบบฟอร์มแจ้งปัญหาหรือแจ้งซ่อม, การจัดการ IT Inventory และอื่นๆ

  • แผนกบริการลูกค้า สามารถใช้เป็นระบบ Support Portal และบริหารจัดการการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายแก่ลูกค้าได้ รวมถึงทำหน้าลงทะเบียนเพื่อให้เข้าร่วมอบรมต่างๆ ได้

  • ฝ่ายวางแผนและการตลาด สามารถใช้ในการบริหารจัดการกิจกรรมทางการตลาด และสร้าง Portal เพื่อรองรับกิจกรรมนั้นๆ ในรูปแบบออนไลน์ได้

  • ฝ่ายกฎหมาย สามารถใช้เพื่อบริหารจัดการและจัดเก็บเอกสารทางกฎหมาย สัญญา และอื่นๆ ได้

สำหรับราคาเริ่มต้นของ kintone นั้นอยู่ที่ 500 บาทต่อผู้ใช้งานต่อเดือน ก็ถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างคุ้มทีเดียวเมื่อเทียบกับโซลูชันระบบ Business Application อื่นๆ

ผู้ที่สนใจรายละเอียดของ kintone หรือต้องการทดลองใช้งานฟรี 30 วัน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือลงทะเบียนได้ที่ https://kintone.asia/lp/whatskintone/th/

รับชมเทคโนโลยีใหม่ๆ และติดต่อกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีได้โดยตรงในงาน Japan Recommend IT

ในงาน Japan Recommend IT นี้ได้มีธุรกิจผู้พัฒนาเทคโนโลยีจำนวนมากมาร่วมออกบูธมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ISID South East Asia (Thailand) Co., Ltd. ~ อันดับ 1 Smart IoT Solution ทั้งในไทยและญี่ปุ่น

  • Hitachi Asia (Thailand) Co., Ltd. ~เสริมสร้างความอัจฉริยะให้กับการปฏิบัติการด้านไอที (IT Operations)

  • CYBERNET SYSTEMS MALAYSIA SDN.BHD. ~พลังงานสำหรับนวัตกรรมของคุณ

  • HULFT Pte Ltd ~Data logistics,Modernized. ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาการดำเนินงานและการบำรุงรักษาระบบ IT เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบโรงงานและระบบไอทีได้อย่างปลอดภัยไม่มีสะดุด

  • Cybozu, Inc. ~เปลี่ยนหน้าที่การทำงานทั้งหลายของฝ่ายงานข้อมูลสารสนเทศให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายดายขึ้น และลดชั่วโมงทำงาน ด้วย kintone

  • QUALICA (Thailand) Co., Ltd. ~แก้ไขปัญหาน่าหนักใจของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย และ ASEAN ด้วยการบริการด้าน IT

  • Studist (Thailand) Co., Ltd. ~ผู้ให้บริการ Teachme Biz – Visual SOP Management Platform ระบบจัดการคู่มือการทำงานออนไลน์ที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั้งระบบ

  • C’set Co.,Ltd. ~ ผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญด้าน 3D viewer

  • WingArc1st Inc. ~แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถดำเนินการได้ง่าย ได้แก่ การทำให้มองเห็นข้อมูลได้ มี IoT แดชบอร์ด การวิเคราะห์บนคลาวด์ การทำรายงานด้วยการลากและวาง รวมถึงการทำ BI ได้ด้วยตัวเอง

  • Thai NS Solutions Co., Ltd. ~ สนับสนุนการทำให้ระบบ IT ของลูกค้ามีประสิทธิภาพสูง ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริง และใช้ “ระบบไฮบริด”ที่คนไทย และคนญี่ปุ่นใช้ร่วมกันได้

  • TechMatrix Corporation ~ เปลี่ยนงานบริการลูกค้าในประเทศไทย ด้วยแพคเกจสำหรับศูนย์บริการลูกค้าที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทของเรา อีกทั้งยังมี ส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น

  • Bigbeat Bangkok Co., Ltd. ~ เรามีบริการครอบคลุม เป็นผู้ช่วยครบวงจร สำหรับการสื่อสารการตลาดในอุตสาหกรรมแบบ B2B

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://event-info.com/jrit/ และทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ https://event-info.com/jrit/registration/ โดยทีมงานขอความร่วมมือในการกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการลงทะเบียน และระบบ Online Exhibition นี้จะเปิดให้เข้าชมได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2020 นี้เท่านั้น

ติดตามข่าวสารของ Japan Recommend IT ได้ผ่านทาง Facebook Fan Page

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดของงาน Japan Recommend IT และบทสัมภาษณ์ของธุรกิจ IT จากญี่ปุ่นได้ทาง Facebook Fan Page ที่  https://www.facebook.com/JapanRecommendIT/


Check Also

Akamai, Imperva ยืนหนึ่งบน Gartner Magic Quadrant ทางด้าน Web Application and API Protection ปี 2021

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ทางด้าน Web Application and API Protection ฉบับใหม่ปี 2021 ผลปรากฏว่า Akamai …

รู้จักกับ FIDO2 มาตรฐานการพิสูจน์ตัวตนบนโลกออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า Password เป็นการพิสูจน์ตัวตนที่ล้าสมัยและควรเก็บเข้ากรุได้แล้ว การดูแลรักษา Password เทียบกับประโยชน์ที่ได้จากการใช้งานในปัจจุบันห่างไกลจากความคุ้มค่ามากนัก และมักนำไปสู่เหตุ Credential Theft หรือถูกแฮ็กได้ ต่อให้เป็นรหัสผ่านที่แข็งแกร่งที่สุด ก็อาจตกเป็นเหยื่อของการถูก Phishing ได้เช่นกัน