AI และ ML – เสริมความเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เตรียมธุรกิจให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลก

การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning นั้นกำลังจะกลายมาเป็นมาตรฐานของธุรกิจในยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูง หรืองานที่ต้องทำซ้ำๆแต่เรียบง่าย ปัญญาประดิษฐ์ล้วนเข้ามาช่วยธุรกิจทำเรื่องเหล่านี้ได้ ในบทความนี้คุณจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการใหญ่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) จะมาเล่าถึงการนำ AI และ Machine Learning ไปใช้ในธุรกิจ และอุปสรรคที่ธุรกิจต้องเตรียมตัวเจอ

ธุรกิจใช้ AI ไปเพื่ออะไร

ในประเทศไทยนั้น คุณจำรัสมองว่าการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นแต่ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการใช้งานอาจแบ่งได้ตามเป้าหมาย 2 ประเภท คือ

  1. เพิ่ม Productivity และประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน โดยเครื่องจักรหรือซอฟต์แวร์นั้นจะไม่มีความเหนื่อยหรือต้องใช้เวลาหยุดพักมากเท่ามนุษย์และมีความแม่นยำของการทำงานเรียบง่าย ทำให้ธุรกิจสามารถมี Productivity เพิ่มเติมและลดความผิดพลาดในงานได้ นอกจากนี้ แรงงานที่เป็นมนุษย์ก็สามารถนำเวลาในการทำงานซ้ำๆไปทำงานอย่างอื่นที่สร้าง Productivity เพิ่มเติมได้อีกด้วย
  2. ประหยัดต้นทุน ด้วยค่าแรงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับต้นทุนของเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ที่มีแนวโน้มถูกลง โดยคุณจำรัสมองว่าแม้ในช่วงแรกระบบ AI จะต้องใช้เงินลงทุนมากพอสมควร แต่ในอนาคตจะเกิดจุดคุ้มทุนในการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงาน อีกทั้งยังจะช่วยธุรกิจในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆทั่วโลก ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความรวดเร็วในการดำเนินการ และต้นทุนการประกอบธุรกิจ

คุณจำรัสได้ยกตัวอย่างของการใช้ AI และ Machine Learning ในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ โดยในรถยนต์นั้นเราจะแบ่งความสามารถในการขับเคลื่อนอัตโนมัติออกเป็นหลายระดับ จากการขับเคลื่อนในบางกรณีง่ายๆ ไปจนถึงระดับที่รถยนต์เป็นผู้ควบคุมการขับขี่ทั้งหมด 

เทคโนโลยีนี้มี AI เป็นมันสมองในการรับภาพรอบๆรถและสิ่งกีดขวางและข้อมูลในการขับขี่เข้ามาประมวลผลเพื่อขับเคลื่อนตัวรถ และในปัจจุบันในรถ EV หลายยี่ห้อ รวมถึง Tesla ก็มีการนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติเข้ามาให้บริการเพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้ขับรถได้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

การใช้ AI อีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจและมีการใช้งานจริงแล้วในธุรกิจไทย คือการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Machine Vision ในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า (Quality Control – QC) โดย AI จะประมวลผลภาพของผลิตภัณฑ์บนสายพานการผลิตเพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณท์นั้นมีรูปลักษณ์ สี และสภาพโดยรวมสมบูรณ์หรือไม่

ระบบตรวจสอบคุณภาพเช่นนี้มีการนำมาใช้ในโรงงานผลิตน้ำบรรจุขวด ซึ่งเมื่อทำงานแล้วระบบ AI มีข้อได้เปรียบจากผู้ควบคุมคุณภาพซึ่งเป็นมนุษย์เพราะระบบนั้นเมื่อทำงานไปนานๆก็ไม่มีอาการเหนื่อยล้า ตาลาย สามารถลดข้อผิดพลาดในการทำงานและมีระยะเวลาการทำงานที่นานกว่ามนุษย์ด้วย

ธุรกิจนำ AI มาใช้ได้อย่างไรบ้าง

ธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ได้หลายช่องทาง ซึ่งในบางครั้งก็อาจไม่ได้ยุ่งยากดั่งที่คิดเสมอไป การใช้งานอาจแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคร่าวๆ ได้แก่

  1. การพัฒนา AI และ Machine Learning ขึ้นใช้งานเอง โดยมีข้อดีคือระบบที่ได้นั้นสามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่และออกแบบให้ทำงานตอบโจทย์ได้เต็มรูปแบบ ทว่าสำหรับองค์กรที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ไม่มากนักจะเป็นวิธีที่ยาก ต้องอาศัยความเข้าใจในการพัฒนาอัลกอริทึมและการดูแลระบบ
  2. การใช้บริการ AI จากผู้ให้บริการ ซึ่งคุณจำรัสเล่าว่าปัจจุบันนั้นมีการเปิดให้บริการ AI เฉพาะทางที่หลากหลาย เช่น AI ในการคำนวณ หรือแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียง รูปภาพ ตัวหนังสือ โดยธุรกิจสามารถเชื่อมต่อความสามารถเหล่านี้เข้ากับระบบที่มีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  3. ใช้งาน AI ผ่านซอฟต์แวร์ที่ธุรกิจมีการใช้งานอยู่แล้ว โดยปัจจุบันผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ก็มักนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกันมากขึ้น

ความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญเมื่อต้องการนำ AI มาใช้งาน

การนำเทคโนโลยีใหม่ใดเข้ามาใช้งานในระยะเริ่มแรกนั้นธุรกิจก็ย่อมต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ซึ่งเทคโนโลยี AI นั้นมีขั้นตอนที่สำคัญตั้งแต่การเก็บข้อมูล ปรับคุณภาพข้อมูล การสร้างอัลกอริทึมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ 

ในปัจจุบันในประเทศไทยยังคงขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์อยู่มาก ส่งผลให้ธุรกิจไม่สามารถนำ AI เข้ามาใช้งานได้เต็มที่และรวดเร็วอย่างที่ควร และความขาดแคลนก็ก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นในการเริ่มต้นโครงการใช้งาน AI

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี AI และ Machine Learning นั้นจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ และหากธุรกิจไม่ประยุกต์เข้ามาใช้งานก็เสี่ยงที่จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดของประเทศไทยและตลาดโลก ดังนั้นธุรกิจจึงควรเร่งศึกษาและทำความเข้าใจ โดยเฉพาะในแง่มุมที่เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจได้

อ่านมุมมองของคุณจำรัส สว่างสมุทร เพิ่มเติมได้ที่ https://www.jrit-ichi.com/cutting/2022/07/06/1214/ 

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …