กองทุน Hedge Fund ในญี่ปุ่น เปลี่ยนวัดญี่ปุ่นให้กลายเป็นศูนย์วิจัย AI ด้านการลงทุน

GCI Asset Management ผู้บริหารกองทุน Hedge Fund รายใหญ่ในญี่ปุ่นที่บริหารกองทุนมูลค่า 1,200 ล้านเหรียญหรือราวๆ 42,000 ล้านบาท ได้ประกาศนำเทคโนโลยี Big Data และ Artificial Intelligence (AI) เข้ามาใช้ลงทุนอย่างเต็มตัวแล้ว

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการลงทุนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน โดยกองทุน Hedge Fund รายใหญ่ทั่วโลกเองต่างก็เริ่มพัฒนา AI ของตนเองแล้ว แต่ที่ญี่ปุ่นเองยังเป็นเพียงก้าวเริ่มต้นเท่านั้น อย่างเช่น Simplex Asset Management ที่ดูแลกองทุนมูลค่า 5,400 ล้านเหรียญหรือราวๆ 189,000 ล้านบาทเองก็เพิ่งประกาศกองทุนที่ใช้ AI เพื่อเรียนรู้และทำการซื้อขายโดยอัตโนมัติไปในปีที่ผ่านมานี้

จากการสำรวจผู้บริหารกองทุนกว่า 12 แห่งทั่วโลกที่ใช้ AI เป็นหลัก การลงทุน Hedge Fund โดยใช้ AI นั้นได้กำไรกลับมาสูงถึง 7% เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของ Hedge Fund ทั้งหมดที่ 3.4%

ด้วยเหตุเหล่านี้ GCI Asset Management จึงได้ริเริ่มในการบูรณาการวัดญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวให้กลายเป็นศูนย์วิจัย AI ด้านการลงทุนแทน โดยแบ่งสมาชิกในทีมงานนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มแรกซึ่งเป็นพนักงาน 10 คนที่ผ่านการอบรมด้าน Automated-Trading มาแล้ว เพื่อพัฒนาโมเดลการลงทุนร่วมกับเหล่า Algorithmic Trader ชั้นนำ และอีกกลุ่มนั้นจะเป็นกลุ่มของนักศึกษาที่จะมาทำงานวิจัยร่วมกับเหล่าศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยทั่วญี่ปุ่น โดยหากทีมไหนมีผลการทดสอบในระบบ Simulation ที่ดีก็จะทำการให้เงินสนับสนุนในการลงทุนจริงต่อไป

ก่อนหน้านี้บริษัท GCI Systemetic Macro Fund ในเครือเดียวกันนี้ก็ได้ประสบความสำเร็ขจในการลงทุนด้วย AI มาแล้วและมีกำไรถึง 36% ในปีที่ผ่านมา จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ GCI Asset Management นำแนวทางเดียวกันนี้มาต่อยอดและสร้างบุคลากรในสายนี้เพิ่มเติมนั่นเอง

ที่มา: https://sg.finance.yahoo.com/news/hedge-fund-turns-kyoto-temple-200000723.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

4 นวัตกรรมเพื่องานเอกสารที่ธุรกิจไทยควรใช้ในปี 2019: RPA, E-Tax Invoice, Paperless, และ Information Rights Management

ในปี 2019 นี้กระแสการทำ Digital Transformation เองก็ได้เข้าสู่ขั้นตอนที่เหล่าธุรกิจองค์กรเริ่มต้นทำกันอย่างจริงจังมากขึ้นด้วยการประยุกต์นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมเข้าไปเสริมในกระบวนการทำธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์และบริการของตนเองกันแล้ว Fuji Xerox เองในฐานะของผู้นำโซลูชันด้านการจัดการเอกสารในองค์กร ก็ได้ออกมาเล่าถึง 4 นวัตกรรมที่น่าจับตามองในการจัดการเอกสารประจำปี 2019 ในการพูดคุยกับทีมงาน TechTalkThai เราจึงขอนำเนื้อหามาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

ผู้จัดจำหน่ายระดับโลกรับประกันเวลาอัปไทม์ของเครือข่ายและคุณภาพการให้บริการเสียงด้วยแพลตฟอร์ม SD-WAN เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างชาญฉลาด

Westcon-Comstor สามารถเพิ่มจำนวนแบนด์วิดท์ที่มีอยู่เป็นสิบเท่าและเพิ่มประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน ทั้งยังลดการพึ่งพาระบบ MPLS ด้วย Unity EdgeConnect ของ Silver Peak