ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ยกระดับ การบริหารธุรกิจน้ำมันปาล์ม ด้วย SAP Business One โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการที่แม่นยำและรวดเร็วไม่ใช่เพียง “ตัวช่วย” แต่คือ “หัวใจ” ของความสามารถในการแข่งขัน 

สำหรับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ธุรกิจที่เติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง การจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งด้านการจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมสต๊อก ไปจนถึงการขายและการเงิน กลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องการระบบที่สามารถเชื่อมโยงทุกกระบวนการเข้าด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว จึงให้ความสำคัญกับการวางรากฐานระบบบริหารจัดการองค์กร (ERP) ที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือกใช้ SAP Business One เพื่อยกระดับการทำงานให้เป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการในทุกมิติขององค์กร

ในครั้งนี้ คุณนรชัย พันธ์จินดาทรัพย์ IT Manager บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ได้มาแชร์ถึงมุมมอง แนวคิด และประสบการณ์จริงของศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ในการนำ SAP Business One เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


รู้จักกับ
บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ในธุรกิจการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ที่ดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร พร้อมสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรม

 

คุณนรชัย ได้เล่าถึงก้าวแรกของบริษัท ว่าเดิมที บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด หรือ SPO นั้นไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจน้ำมันปาล์มมาตั้งแต่แรก แต่จุดเริ่มต้นของบริษัทในจังหวัดกระบี่นั้นมาจากการทำธุรกิจสวนส้ม และยางมาก่อน จนในภายหลังได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันปาล์ม

              บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ได้จดทะเบียนบริษัทตั้งแต่เมื่อปี 2536 และเริ่มต้นก่อสร้างโรงงานในจังหวัดกระบี่ในปี 2537 โดยในเวลานั้นได้เริ่มต้นดำเนินธุรกิจในฐานะของโรงงานหีบน้ำมันปาล์ม ที่รับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียงเพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบหรือ Crude Palm Oil (CPO) เพียงอย่างเดียว

 

จนกระทั่งปี 2548 ทางบริษัทได้ขยับขยายสู่การสร้างโรงผลิตน้ำมันปาล์มและโรงสกัดเมล็ดในปาล์มเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เป็นสินค้าอีกรายการเพิ่มเติม และได้ทำการพัฒนาธุรกิจต่อยอดมาอย่างต่อเนื่อง เปิดโรงงานเพิ่มที่ชุมพรในปี 2558 รวมถึงเริ่มมีสวนปาล์มของตนเอง และริเริ่มการทำธุรกิจด้านการเกษตรอื่นๆ เพิ่มเติม

             หลังจากนั้น ประเทศไทยเองก็เริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกมากขึ้น ทำให้บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้า เกิดเป็นโรงไฟฟ้า Biogas ที่สามารถผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังผลิต 3 MW จากการใช้น้ำที่มาจากกระบวนการ ซึ่งเกิดจากการสกัดน้ำมันปาล์ม สำหรับใช้ภายในโรงงาน และขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าไปด้วย โดยในปลายปี 2569 นี้ทางบริษัทก็มีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

             โดยสรุปแล้วปัจจุบัน ทาง SPO จึงมี ผลิตภัณฑ์หลัก ด้วยกัน 3 ส่วน ดังนี้

  • น้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil – CPO) จากการสกัดผลปาล์ม สามารถนำไปใช้ในการบริโภค และ การทำน้ำมัน Bio Diesel

 

 

  • น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (Crude Palm Kernel Oil – CPKO) เป็นน้ำมันเมล็ดในปาล์มบริสุทธิ์ สำหรับนำไปใช้ทำเครื่องสำอาง และกลุ่มสินค้าสุขภาพ

 

  • ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งผลิตจากน้ำจากกระบวนการผลิต และกากของเหลือจากการสกัดน้ำมันปาล์ม เป็นการลดของเสียที่จะเกิดขึ้นในการผลิตควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนเพื่อใช้ภายในโรงงานและขายคืนให้การไฟฟ้า

คุณนรชัยเสริมว่า ด้วยวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจรของ ผู้บริหาร SPO นี้ ทำให้บริษัทมีความโดดเด่นกว่าโรงงานน้ำมันปาล์มอื่นมาก ในแง่ของความครบถ้วนของผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์ของ SPO เองก็สามารถจัดจำหน่ายได้ทั้งสำหรับลูกค้าในไทย ซึ่งก็มีหลายแบรนด์ในท้องตลาด ที่ใช้น้ำมันจาก SPO เป็นวัตถุดิบในการผลิต รวมถึงยังสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ SPO ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นั้นก็คือเรื่องของคุณภาพ โดยบริษัทกำหนดให้ในการผลิตนั้นต้องมี Standard ที่ชัดเจน, มีกระบวนการ QC ผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด และมีการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสำคัญหลายรายการ เช่น ISO 9001:2015, GHPs-HACCP ไปจนถึง Halal

             นอกเหนือจากการควบคุมมาตรฐานภายในบริษัทแล้ว SPO ยังได้ทำงานร่วมกับ เกษตรกรสวนปาล์มอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการผลิต และการจัดหาน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน ทำให้มั่นใจได้ว่าน้ำมันปาล์มจาก SPO นั้นจะใช้วัตถุดิบจากสวนปาล์มที่ปลูกอย่างเหมาะสม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งน้ำมันปาล์มที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มาจากกลุ่มเกษตรกร RSPO นั้น ก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ทั้งหมด ว่าเป็นน้ำมันปาล์มที่มาจากผลผลิตของสวนแห่งใด ซึ่งมาตรฐานนี้ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ SPO สามารถส่งออกน้ำมันปาล์มไปยังต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ

 

 

คุณนรชัยยังเล่าอีกด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผลผลิตน้ำมันปาล์มที่ผลิตได้ ต่อปาล์มแต่ละกิโลกรัม และการส่งออกน้ำมันปาล์ม ถือว่ามีสัดส่วนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เนื่องจากในประเทศไทยมีการพัฒนาพันธุ์ปาล์มจนมีคุณสมบัติที่ดี มีเนื้อเยอะ ให้น้ำมันเยอะ และมีกรดน้ำมันปาล์มน้อย ทำให้เป็นน้ำมันปาล์มที่มีคุณภาพดีได้รับการยอมรับในระดับสากล

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://spo-th.com/

ธุรกิจขนาดใหญ่ รูปแบบการดำเนินธุรกิจหลากหลาย เกิดเป็นความท้าทายต่อการบริหารจัดการ

             การบริหารธุรกิจของ SPO ก่อนหน้านี้มีความท้าทายไม่น้อย เพราะถึงแม้ธุรกิจของ SPO จะไม่ได้มี SKU ที่หลากหลาย แต่ก็มีธุรกิจที่ดำเนินการภายในบริษัทอยู่ด้วยกันหลายส่วน โดยมีสำนักงานและโรงงานกระจายอยู่ถึง 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชุมพร และกระบี่ รวมถึงยังมีจุดรับซื้อปาล์มอีกหลายสิบแห่ง ที่รับซื้อจากเกษตรกรหลากหลายราย ทำให้การรวบรวมข้อมูลธุรกิจที่กระจัดกระจายอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

ในขณะเดียวกัน ระบบ Software ที่ใช้ในการบริหารธุรกิจดั้งเดิม นั้นก็เป็นเพียง Software สำหรับงานบัญชีที่ใช้ในสำนักงานที่กรุงเทพฯเป็นหลัก ส่วนการดำเนินงานในแผนกอื่นๆ ใช้เป็น Microsoft Excel ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ทำให้งานด้านข้อมูลธุรกิจนั้นเป็นงาน Manual ทั้งหมด

             ด้วยเหตุนี้เอง SPO จึงได้เริ่ม พิจารณาเทคโนโลยีระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP มาใช้งาน เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลธุรกิจทั้งหมดได้อย่างครบวงจร และจัดทำมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบมากขึ้นนั่นเอง

เลือกใช้ SAP Business One จาก NDBS ตอบโจทย์การรวมศูนย์ข้อมูลธุรกิจบน Cloud สร้างความยืดหยุ่นให้การดำเนินงาน

 

Credit: SAP

คุณนรชัยระบุว่า SPO นั้นได้มีการพิจารณา ระบบ ERP ที่หลากหลาย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกใช้ SAP Business One on HANA version 10 บน Cloud เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจของ SPO นั้น ความท้าทายไม่ใช่ข้อมูลที่ซับซ้อน แต่เป็นความต้องการระบบที่สามารถรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากทุกพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งเมื่อประเมินข้อมูลธุรกิจของ SPO และพบว่าจริงๆ แล้วมีข้อมูลที่ยังไม่เยอะมากนัก รวมถึงมีรายการสินค้าและสูตรการผลิตที่ยังมีไม่มาก ทำให้การใช้ SAP Business One สมเหตุสมผล ทั้งในแง่ของความสามารถของระบบและค่าใช้จ่ายในการลงทุน

             ในโครงการวางระบบ ERP ด้วย SAP Business One ในครั้งนี้ ทาง SPO ได้เลือกใช้ Module สำคัญหลายส่วน ได้แก่ Sales, Purchase, Business Partner, Banking, Inventory, MRP, Resource, Production และ GL & Financial ซึ่งแต่ละส่วนก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี โดย SAP Business One มีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

Credit: SAP

  • ความยืดหยุ่นของระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลธุรกิจส่วนที่ต้องการได้ และพัฒนาปรับแต่งระบบให้ทำงานตามต้องการได้
  • ความง่ายในการใช้งาน ด้วย Module ที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ทำให้พนักงานและผู้บริหารสามารถปรับตัวได้ง่าย
  • ความง่ายในการดูแลรักษา ด้วยระบบที่ทำงานอยู่บน Cloud จึงสามารถบริหารจัดการดูแลรักษาพัฒนาต่อยอดเบื้องต้นเองได้
  • ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ ทำให้สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมได้

คุณนรชัยเผยว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โครงการระบบ SAP Business One ของ SPO สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนั้น ก็มาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Implementer อย่าง NTT DATA Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS ที่เข้ามาให้คำปรึกษา, พัฒนาระบบ ไปจนถึงการช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานที่ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบดั้งเดิมที่เคยทำมาหลายสิบปี มาสู่การใช้ ERP ได้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้งองค์กรของ SPO สามารถเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงานได้สำเร็จ และมีความสัมพันธ์อันดีมาจนถึงทุกวันนี้

 

อย่างไรก็ดี ภายในโครงการนี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ส่วนของ SAP เท่านั้น แต่อีกเหตุผลที่ SPO ได้ตัดสินใจเลือกใช้ SAP Business One ก็คือความสามารถในการพัฒนา Software จากภายนอกให้เชื่อมต่อส่งข้อมูลเข้ามาได้ ซึ่งในเวลานั้น SPO เองก็มีอีกโจทย์สำคัญอยู่ด้วยเช่นกัน

ผนึกกำลัง NDBS พัฒนาโซลูชัน IoT เชื่อมข้อมูลเครื่องชั่งสู่ SAP Business One ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล

             อีกโจทย์หนึ่งซึ่งระบบ ERP เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้นั้นก็คือ การที่ SPO ต้องการนำข้อมูล จากเครื่องชั่งน้ำหนักปาล์มที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งในโรงงานและจุดรับซื้อ รวมหลายสิบแห่ง ให้ป้อนเข้าสู่ระบบ ERP ได้อย่างแม่นยำ เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากพนักงานนั่นเอง

Credit: SAP

ความยากของโจทย์นี้ก็คือการที่เครื่องชั่งน้ำหนักที่ SPO ใช้งานอยู่นั้น ถึงแม้จะสามารถส่งข้อมูลออกมาได้ แต่ก็ไม่สามารถเชื่อมต่อ Internet และส่งข้อมูลไปยังระบบ Cloud ได้ ซึ่งในตอนนั้น SPO ก็มีทางเลือกด้วยกัน 2 ทาง ได้แก่

  • การลงทุนเปลี่ยนเครื่องชั่งน้ำหนักทั้งหมดใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้ ซึ่งจะต้องลงทุนหลักหลายๆ ล้านบาท เนื่องจากแต่ละเครื่องมีราคาสูง และยังมีจำนวนมาก
  • การพัฒนา Software ส่วนเสริม เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องชั่งน้ำหนักที่มีอยู่เพิ่มเติม ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ และการทดสอบระบบร่วมกัน

             ด้วยความสามารถของทีมงาน NDBS ทำให้ SPO สามารถเลือกทางเลือกที่สองได้ และเชื่อมข้อมูลการชั่งน้ำหนัก เข้าไปยังระบบ SAP ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสร้าง Workflow ในการออกเอกสารการซื้อ, การบันทึกข้อมูลการซื้อ, การจัดการข้อมูลการขนส่ง และการบันทึกวัตถุดิบเข้าสู่ระบบคลังสินค้า ทำให้กระบวนการในส่วนนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น และเป็นอัตโนมัติกว่าเดิมมาก ซึ่งระบบในส่วนนี้ ก็ยังคงมีการพัฒนาต่อเนื่องมาอยู่เรื่อยๆ และ ได้รับการสนับสนุกจาก NDBS เป็นอย่างดี

 

 

คุณนรชัยเผยว่า ทั้งหมดนี้เป็นจริงขึ้นมาได้เพราะทีมงานของ NDBS ได้ทำการออกแบบ Master Data และ Function ของระบบเอาไว้ได้อย่างเหมาะสม รวมถึง SAP Business One เอง ก็มีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์แสดงผลทำรายงานได้ง่าย ตอบโจทย์ของทีมงาน, โรงงาน และผู้บริหารเป็นอย่างดี

อนาคตเตรียมก้าวสู่ Manufacturing 5.0 นำเทคโนโลยี Automation ผสานการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจรอบด้าน

             เมื่อระบบ ERP พร้อมแล้ว ก้าวถัดไปของ SPO ก็คือการเตรียมการสู่ยุคใหม่ โดยบริษัทมีแผนที่จะเริ่มทำการ Renovate โรงงานให้มีการนำเทคโนโลยี Automation เข้ามาเพิ่ม และเสริมเครื่องจักรต่างๆ ให้มีกำลังผลิตที่สูงขึ้นไปด้วย

             คุณนรชัยระบุว่า ในการนำเทคโนโลยี Automation เข้ามาใช้นั้นก็ทำให้ SPO ต้องเริ่มพิจารณาถึงการวางระบบ SCADA เพื่อให้สามารถตรวจสอบและควบคุมการทำงานในส่วนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ในขณะที่อีกส่วนสำคัญก็คือการนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ ได้ ก็ทำให้ SPO กำลังพิจารณาถึงการนำ Business Intelligent เข้ามาใช้งานด้วย

การบริหารต้นทุนสร้างผลกำไรให้ธุรกิจ ERP คือหัวใจสำคัญ

             คุณนรชัยได้ทิ้งท้าย ถึงความสำคัญในการรวบรวมข้อมูลธุรกิจ อย่างเป็นระบบว่าจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้ธุรกิจสามารถกำหนดทิศทางในการดำเนินงานได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการผลิต, การจัดการคลังสินค้า, การวางแผน ไปจนถึงการจัดซื้อ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะสะท้อนไปยังแผนการขายและการตลาด เพื่อให้เกิดการบริหารหมุนเวียนของสต็อกสินค้า, การใช้วัตถุดิบในการผลิตให้ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด และการควบคุมคุณภาพของการผลิตได้อย่างครบวงจร

             ทั้งนี้คุณนรชัยก็ยังให้ความเห็นด้วยว่า สำหรับโรงงานน้ำมันปาล์มอื่นๆ เองนั้น ก็อาจต้องให้ความสำคัญเรื่องของข้อมูลการดำเนินธุรกิจเช่นกัน ซึ่งไม่ว่าจะใช้ระบบ ERP ใดก็ตาม แต่เป้าหมายสำคัญอย่างการควบคุมต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ให้ได้อย่างเห็นผลนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจบรรลุผลลัพธ์และกำไรที่ต้องการได้ ดังนั้นความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลธุรกิจย้อนหลังได้ในทุกขั้นตอนและทุกส่วนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการควบคุมต้นทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับข้อมูลธุรกิจให้มากขึ้น

 

เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

 

บริษัท NTT DATA Business Solutions  (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่ม บริษัท NTT DATA ผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก และเป็นผู้นำทางด้าน Digital Transformation และเป็นสมาชิก SAP Global Partner ที่พร้อมคำปรึกษาและบริการด้านการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งโซลูชั่น SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ

             สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรึกษาด้านโซลูชั่น SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น NTT DATA Business Solutions Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02 237 0553 และ Email: marketing-solutions-th@nttdata.com หรือติดตามได้ที่ www.nttdata-solutions.com

 

About Maylada

Check Also

ERP on Cloud เทรนด์ใหม่อุตสาหกรรมการผลิตไทย : Digiwin Thailand จับมือ GWS CLOUD โชว์โซลูชันในงาน ME EXPO 2026 [Guest Post]

Digiwin Thailand และ GWS CLOUD เตรียมเข้าร่วมจัดแสดงโซลูชัน “Digiwin ERP on GWS CLOUD” ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิตไทย เป็นครั้งแรก ในงาน ME …

Anthropic จำใจปิดโมเดลแนวหน้าใหม่ หลังทำเนียบขาวสั่งห้ามต่างชาติใช้

Anthropic ถูกบังคับให้ต้องยุติการให้บริการการเข้าถึงจากต่างประเทศสำหรับสองโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลังที่สุดอย่าง Fable 5 และ Mythos 5 อย่างกะทันหัน เพียงไม่กี่วันหลังจากที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาด