Black Hat Asia 2021

EMC Enterprise Hybrid Cloud – แก้ปัญหาของการใช้งาน Cloud ในองค์กร ด้วยระบบ Hybrid Cloud หนึ่งเดียวที่ตอบทุุกโจทย์การใช้งานระดับองค์กร

emc_logo

ถึงแม้เทคโนโลยี Cloud Computing จะกลายมาเป็นเทรนด์อันดับ 1 ของหลายๆ องค์กรในการเลือกลงทุนเทคโนโลยีเพื่อปรับตัวให้เข้ากับแนวทางการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน แต่เทคโนโลยี Cloud จากผู้ผลิตแต่ละรายนั้น ต่างก็มีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ตลาด Enterprise Cloud มีความน่าสนใจมากในเชิงเทคโนโลยี และการศึกษาให้เข้าใจเทคโนโลยี Cloud ของผู้ผลิตแต่ละรายให้เห็นชัดถึงข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมในการนำมาใช้งานนั้น ก็ถือเป็นประเด็นที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลย สำหรับบทความนี้มาลองดูกันครับว่าการใช้งานเทคโนโลยี Cloud ในทุกวันนี้มีประเด็นปัญหาอะไรสำหรับการใช้งานระดับองค์กรบ้าง และ EMC Enterprise Hybrid Cloud จะมาช่วยตอบโจทย์นี้ได้อย่างไรบ้าง

emc_enterprise_hybrid_cloud_redefines_it

ปัญหาของการใช้ Cloud ภายในองค์กรแบบเดิมๆ

การใช้งานระบบ Cloud นั้น ทั้ง Public Cloud และ Private Cloud ต่างก็มีประเด็นปัญหาต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. เกิดการใช้งาน Public Cloud โดยที่ทีม IT ไม่ได้รับทราบหรือไม่ได้อนุญาต

จากการสำรวจของผู้บริหารระดับ C-level ขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทย EMC พบว่ากว่า 53% ของผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าในแต่ละองค์กรมีการใช้งานระบบ Public Cloud โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทีม IT ซึ่งการใช้งาน Public Cloud เหล่านี้ก็ส่งผลให้เกิดความซับซ้อนของระบบ IT ขององค์กรมากยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบในระยาวทั้งต่อการลงทุน การประสานงาน การวางแผน และความปลอดภัย

2. ไม่สามารถควบคุม Budget และใช้งานระบบ Cloud ได้อย่างคุ้มค่า

เมื่อการใช้งาน Public Cloud เกิดการแพร่หลายขึ้นภายในองค์กรและไม่สามารถควบคุมได้ ค่าใช้จ่ายในการใช้ Cloud ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งเมื่อเกิดการเพิ่มขยายต่อไปก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ และการเลือกใช้เทคโนโลยี Public Cloud ก็อาจไม่ได้เลือกใช้ระบบที่มีความคุ้มค่าสูงสุด ทำให้เกิดการลงทุนที่สูญเปล่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

3. ไม่รองรับต่อการใช้งานในระยะยาว

เมื่อแต่ละทีมต่างเลือกใช้บริการ Public Cloud โดยไม่ได้มีการประสานงานหรือการตกลงกันล่วงหน้า การประสานงานร่วมกันระหว่างทีมข้ามระบบ Cloud ของผู้ให้บริการแต่ละเจ้าก็จะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเป็นเงาตามตัว ในขณะเดียวกัน การนำข้อมูลจากระบบงานภายในองค์กรไปใช้บนบริการ Cloud ของแต่ละผู้ให้บริการ หรือการนำข้อมูลจากบนบริการ Cloud มาผนวกรวมกับระบบงานต่างๆ ภายในองค์กร ก็ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงอีกเช่นกัน

4. มีประเด็นปัญหาทางด้านความปลอดภัย

ในการเลือกใช้บริการ Public Cloud ของผู้ใช้งานในแต่ละแผนกโดยไม่ผ่านการวิเคราะห์ของทีม IT ก็อาจทำให้องค์กรไม่ผ่าน Compliance ทางด้านความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงยังมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลทั้งจากฝั่งของผู้ให้บริการ Cloud และฝั่ง Application หรือ Storage บน Endpoint ที่มีการใช้งาน รวมถึงองค์กรยังไม่สามารถช่วยวางแผนด้านการสำรองข้อมูลเหล่านั้นไม่ให้สูญหายได้อีกด้วย

emc_enterprise_hybrid_cloud_service_catalog

EMC Enterprise Hybrid Cloud ตอบรับการใช้งาน Cloud ระยะยาวภายในองค์กรได้ทุกความต้องการ

เนื่องจากโซลูชัน EMC Enterprise Hybrid Cloud หรือเรียกย่อๆ ว่า EHC นั้น ถูกออกแบบมาให้ธุรกิจระดับองค์กรสามารถประยุกต์นำเทคโนโลยีของ Cloud มาใช้งานได้ โดยยังคำนึงถึงประเด็นละเอียดอ่อนต่างๆ ทั้งทางด้านการลงทุน, ความปลอดภัย, การต่อยอดในอนาคต และการบริหารจัดการไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ทำให้ EMC Enterprise Hybrid Cloud ได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนระบบ Cloud ในระยะยาวสำหรับองค์กรและ ISP

EMC ได้เล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านั้นข้างต้นมาโดยตลอด และได้ออกแบบระบบ EMC Enterprise Hybrid Cloud ให้รองรับต่อพฤติกรรมการใช้งานระบบ Cloud ขององค์กรโดยเฉพาะ โดยคำว่า Hybrid Cloud ของ EMC นั้้นไม่ใช่การสร้าง Private Cloud และ Public Cloud จาก Software ของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งให้ทำงานร่วมกันได้ แต่คือการสร้างระบบ Private Cloud ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบ Public Cloud ที่มีให้บริการอยู่แล้วในโลกนี้ได้ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของ EMC Enterprise Hybrid Cloud มีดังนี้

emc_enterprise_hybrid_cloud_components

1. Feature ครอบคลุมยิ่งกว่า VMware vCloud

ด้วยการเสริมความสามารถ Software Defined Storage ด้วยโซลูชั่นของ EMC ที่สามารถทำงานร่วมกับ 3rd Party SAN Storage และ Commodity Storage ได้ ผสานกับเพิ่มรายการของ EMC Cloud Service Providers เข้าไป ทำให้แต่ละองค์กรมีทางเลือกของการใช้บริการ Cloud ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสำหรับองค์กรมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังได้ผนวกความสามารถในการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเข้าไปด้วยโซลูุชันของ RSA อีกด้วย

2. บริหารจัดการ Private Cloud และ Public Cloud ได้พร้อมๆ กัน

EMC Enterprise Hybrid Cloud นี้จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถมองเห็นการใช้งานระบบ Cloud ทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานระบบ Private Cloud ภายในขององค์กร หรือการเช่าใช้ระบบ Public Cloud จากภายนอก และบริหารจัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้การดูแลรักษาระบบ Cloud สามารถทำได้อย่างทั่วถึง และสร้าง Self Service Portal ให้ผู้ใช้งานสามารถร้องขอการใช้งานได้ทั้งสำหรับ Private Cloud และ Public Cloud ซึ่งหน้าที่นี้ถือว่าเป็นอีก Role ใหม่ของวงการ Enterprise IT ที่ถูกเรียกกันว่า IT as a Broker of Service นั่นเอง

3. ประเมินค่าใช้จ่ายในการสร้างแต่ละระบบได้ ช่วยให้การเลือกใช้ Private Cloud และ Public Cloud มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

เมื่อมีผู้ใช้งานทำการร้องขอใช้บริการ Cloud ผ่านทาง Self Service Portal มา EMC Enterprise Hybrid Cloud จะส่งข้อมูลนี้ให้ผู้ดูแลระบบ พร้อมทำการคำนวนเปรียบเทียบให้ผู้ดูแลระบบเห็นข้อมูลว่า ด้วยความต้องการระบบลักษณะนี้จากผู้ใช้งาน การสร้างบริการนี้ที่ Private Cloud ขององค์กรจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และเมื่อเปรียบเทียบกับบริการ Public Cloud อื่นๆ แล้ว จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกได้ว่า ควรจะตอบโจทย์ของผู้ร้องขอนี้ด้วยบริการไหนให้คุ้มค่าต่อองค์กร และยังอยู่ในระดับความปลอดภัยที่องค์กรรับได้อีกด้วย ความสามารถนี้มีชื่อเรียกว่า Transparent Pricing นั่นเอง

4. รองรับการเพิ่มขยาย Storage ในอนาคตได้อย่างอิสระ

ด้วยการรองรับ Software Defined Storage จาก EMC ทำให้การทำงานร่วมกับ Storage สำหรับ Cloud โดยเฉพาะอย่าง EMC VMAX, Storage ความสามารถหลากหลายราคาคุ้มค่าอย่าง EMC VNX และ All Flash Storage ประสิทธิภาพสูงอย่าง EMC XtremIO เป็นไปได้อย่างง่ายดาย และสามารถเพิ่มขยายระบบด้วย 3rd Party Storage ได้ผ่านทาง EMC ViPR พร้อมทั้งใช้งาน Commodity Storage ได้ผ่านทาง EMC ScaleIO ทำให้ EMC Enterprise Hybrid Cloud สามารถรองรับความต้องการในการเพิ่มขยาย Storage ได้อย่างยืดหยุ่น และรองรับ Workload ได้หลากหลาย

5. มีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับ Private Cloud และสามารถประเมินความปลอดภัยของ Public Cloud ก่อนนำมาใช้งานได้

จากการ Integrate เข้ากับโซลูชันของ RSA ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทของ EMC ทำให้การยกระดับการรักษาความปลอดภัยและการทำ Compliance เป็นไปได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น รวมถึงทาง EMC ก็มีบริการ Cloud Advisory Service ที่จะช่วยประเมินความปลอดภัยของบริการ Public Cloud เจ้าต่างๆ เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการได้อีกด้วย

6. บริการระดับมืออาชีพ ติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็วภายใน 28 วัน

จากเดิมที่การติดตั้งระบบ Private Cloud เป็นเรื่องยาก และการ Custom เพื่อให้ระบบ Private Cloud ทำงานร่วมกับ Public Cloud ได้นั้น เคยกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการทำให้สำเร็จ ทาง EMC จึงได้เตรียมทีมงานมืออาชีพสำหรับการประเมินระบบและติดตั้งระบบ Enterprise Hybrid Cloud ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 28 วันโดยเฉพาะ พร้อมทั้งมีการ Training สำหรับผู้ดูแลระบบต่อไปอีกด้วย รวมถึงถ้าหากในอนาคตเกิดมีปัญหาในส่วนใดส่วนหนึ่งของ Hybrid Cloud นี้ขึ้นมา ก็สามารถแจ้งทางทีม Support ของ EMC เป็น Single Point of Contact ได้ทันที

โดยรวมแล้ว EMC ทำการบ้านมาในส่วนของการตอบโจทย์การใช้งานระดับองค์กรมาค่อนข้างเยอะ รวมถึงยังได้ต่อยอดจาก VMware vCloud เพิ่มเติมขึ้นมาในหลายๆ ส่วนที่นอกเหนือจาก Software อีกด้วย ทำให้การเลือกใช้ EMC Enterprise Hybrid Cloud ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวในเวลานี้

emc_cloud_enable_solutions

EMC Enterprise Hybrid Cloud เหมาะกับใคร?

ในมุมการลงทุนต่อยอดนั้น สำหรับองค์กรที่มีการใช้งาน VMware อยู่แล้วนั้น การจะต่อยอดไปเป็น EMC Enterprise Hybrid Cloud สามารถทำได้ทันทีด้วย EMC Enterprise Hybrid Cloud Federation SDDC Edition ส่วนถ้าองค์กรไหนใช้งาน Microsoft Hyper-V หรือ OpenStack ก็จะต้องรอปี 2015 ที่จะมีการออก EMC Enterprise Hybrid Cloud แบบ Hyper-V Edition กับ OpenStack Edition

แต่ในมุมของการตอบโจทย์ความต้องการ EMC Enterprise Hybrid Cloud นี้สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งสำหรับ ISP ที่ต้องการระบบ Cloud ที่มี Portal เชื่อมต่อไปยัง Public Cloud อื่นๆ เพื่อสร้าง Package การขาย Cloud Service ที่ดึงดูดใจลูกค้าที่สุด และเป็น One Stop Service ได้ ในขณะที่สำหรับ Enterprise การลงทุนเป็น Enterprise Hybrid Cloud นี้จะช่วยให้ฝ่าย IT สามารถประยุกต์นำเทคโนโลยี Cloud จากภายนอกองค์กรมาใช้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น และดูแลรักษาควบคุมได้ทั่วถึงยิ่่งขึ้น เป็นประโยชน์ทั้งในเชิงการเพิ่มความคล่องตัวให้ธุรกิจ และการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย EMC ทั่วประเทศไทยได้ทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Review] RiverSync Nevera โซลูชัน Modular Micro Data Center ฝีมือคนไทย ตอบโจทย์การขึ้นระบบ Data Center ใหม่, การลดขนาด Data Center และการวางระบบ Edge Data Center ในธุรกิจองค์กร

เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงาน RiverSync ได้เชิญทีมงาน TechTalkThai ไปสัมผัสกับระบบ Modular Micro Data Center รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง RiverSync Nevera ของจริงที่โชว์รูมกันมา ซึ่งถือว่ามีความน่าสนใจในหลายประเด็นมากๆ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบระบบเป็น Modular เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจไทยโดยเฉพาะ การมีโรงงานผลิตเองในไทยพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานในระดับโลกทำให้สามารถปรับแต่งการผลิตให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้นได้ การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องการลดต้นทุนและต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้ ทีมงาน TechTalkThai จะขอเล่าสรุปถึงเทคโนโลยี Micro Data Center และรีวิวการไปสัมผัส RiverSync Nevera ของจริงมา พร้อมกับสรุปบทสนทนาที่น่าสนใจจากการพูดคุยกับทีมงานของ RiverSync โดยตรงกันดังนี้ครับ

4 ขั้นตอนปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ลดโอกาสเสี่ยงที่จะถูกปรับหรือจำคุกจากพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยโซลูชันจาก Thales

ในพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้มีการระบุถึงการลงโทษในกรณีต่างๆ ที่เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ นั้นเกิดการตื่นตัวต่อประเด็นด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า, คู่ค้า และพนักงานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ธุรกิจองค์กรไทยสามารถปรับตัวรับกับข้อกำหนดในพรบ. ดังกล่าวนี้ได้ดียิ่งขึ้น Thales ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี Data Security และ Data Privacy จึงได้สรุปถึง 4 แนวทางด้าน Data Security ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้ เพื่อให้ธุรกิจนำไปศึกษาและประยุกต์ใช้งานได้อย่างง่ายดาย