Internet of Things กับการมุ่งสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย

cisco_logo_2

Cisco ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายและระบบคลาวด์ครบวงจร ได้จัดงานเสวนากลุ่มย่อยในหัวข้อ “Internet of Everyting เปลี่ยนประเทศไทย ความท้าทาย และความพร้อมในการปรับใช้ IoE เพื่อก้าวสู่ Digital Thailand” ซึ่งบทความนี้จะเป็นการสรุปผลกระทบของ IoE ที่มีต่อการพัฒนาประเทศและภาคธุรกิจ รวมไปถึงความท้าทายและความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ตลาด IoE จะมีมูลค่าสูงถึง 19 ล้านล้านบาท

Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชื่อดังของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ในปี 2016 ที่จะถึงนี้ จะมีปริมาณอุปกรณ์ IoT สูงขึ้นกว่าปี 2015 ถึง 30% หรือคิดเป็นจำนวน 6.4 พันล้านชิ้น และจะเพิ่มขึ้นอีก 3 – 4 เท่าภายในปี 2020 ในขณะที่ตลาดผู้ใช้งานทั่วไปจะมีการใช้งานอุปกรณ์ IoT สูงถึง 4,000 ล้านชิ้นในปี 2016 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 19 ล้านล้านบาท ด้วยมูลค่าระดับนี้ หลายประเทศทั่วโลกจึงจัดให้ IoE เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อที่จะได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง เรียกได้ว่า IoE จะเป็นการพลิกโฉมภาคเศรษฐกิจ สังคม และการดำรงชีวิตของผู้คนให้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

Credit: Anna Bardocz/ShutterStock
Credit: Anna Bardocz/ShutterStock

IoE กับการพัฒนาประเทศ

ศ.ดร.กาญจนา กาญจนสุต ผู้อำนวยการ InterLab และรองประธานด้านการวิจัย สถาบัน AIT ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ IoE ว่า IoE มีส่วนในการพัฒนาประเทศหลายๆด้านในอนาคต งานวิจัยและความรู้ต่างๆทางด้าน Computer Science ไม่ว่าจะเป็น Data Mining, Embedded System หรือระบบ Cloud สารพัดอย่างจะเข้ามารวมกันเพื่อประยุกต์ใช้ในยุค IoE นี้ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งมีการใช้ Wirelss Sensor เข้าไปเก็บข้อมูลแบคทีเรียในถังส้วม เพื่อตรวจสอบกระบวนการย่อยสลายของมูล จากนั้นก็ส่งข้อมูลกลับมาให้ทีมนักวิจัยผ่านอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ IoE รูปแบบนี้ช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลในที่ที่ในอดีตไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ รวมทั้งการเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มความแม่นยำและถูกต้องของข้อมูลมากยิ่งขึ้น

ภาครัฐบาลเองก็มองเห็นโอกาสของ IoE จึงร่วมกับ สวทช. จัดตั้ง NETPIE ซึ่งเป็น Cloud platform ที่ให้บริการในรูปแบบ Platform-as-a-Service เพื่อจะอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาสามารถพัฒนาให้อุปกรณ์ของตัวเองเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ในแบบ Internet of Things ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้บริการได้ฟรีที่ https://netpie.io/

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

IoE กับการพลิกโฉมธุรกิจ

นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน ประธานกรรมการ Thailand IoT Consortium และ CEO ของ Maker Asia ได้อธิบายถึงการนำงานวิจัยมาต่อยอดในเชิงธุรกิจ ซึ่งงานวิจัยในปัจจุบันช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทางด้านการติดต่อสื่อสารและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ลงได้อย่างมหาศาล ปัจจุบันเราสามารถหาชิพประมวลผลที่มี OS ในตัวและสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ในราคาเพียง $1 เหรียญสหรัฐฯเท่านั้น ส่งผลให้เราสามารถฝังชิพลงไปในอุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้กลายเป็นอุปกรณ์ IoE ได้อย่างง่ายดาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ในอนาคต IoE จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตประจำวันของพวกเรา

การมาถึงของยุคดิจิทัลก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจหลายประการ ดังที่เราเห็นตัวอย่างในเรื่องของ eBook, การดูหนังฟังเพลงออนไลน์ หรือแม้แต่สังคมของเราเองเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลก็เริ่มเปลี่ยนจากการนั่งพูดคุยกัน ไปเป็นการแชทผ่าน Facebook หรือ Line เป็นต้น ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

การมาถึงของ IoE เองก็เป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล ยกตัวอย่าง จากเดิมที่เราจะไปพบแพทย์เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย IoT Sensor เช่น อุปกรณ์สวมใส่สามารถวัดค่าต่างๆในร่างกายเราได้ เช่น ชีพจร สารเคมีในเลือด สารเคมีในเหงื่อ ปริมาณน้ำ และอื่นๆ ส่งผลให้เราสามารถตรวจสอบและรู้ถึงสุขภาพร่างการของตนเองก่อนเสมอ รวมทั้งสามารถรักษาอาการเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์ กลายเป็นแนวคิด Self-service Medicine ซึ่งแพทย์จะเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำเท่านั้น การรักษาโรคต่างๆเปลี่ยนไปเป็นการป้องกันก่อนเกิดอาการ

techtalkthai_wearable_device_02
Credit: ShutterStock

เปิดโอกาสให้นักพัฒนาและ Start-up

ในส่วนของธุรกิจซอฟต์แวร์ IoE ถือว่าเป็นธุรกิจ Open-source โดยแท้จริง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีบริษัทใดที่สามารถทำให้ระบบของตนเองกลายเป็นมาตรฐานสำหรับ IoE ได้ ส่งผลให้นักวิจัยหรือผู้ที่สนใจสามารถพัฒนาระบบ IoE ได้อย่างอิสระ เทคโนโลยี IoE จึงเดินหน้าแบบก้าวกระโดด เมื่อรวมกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีราคาถูกลงมากในปัจจุบัน ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะเห็นอุปกรณ์ IoE รูปแบบใหม่ๆที่จะพลิกโฉมธุรกิจและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของเราในอนาคตได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ จากการที่ IoE ถูกพัฒนาในรูปของ Open-source จึงเป็นการเปิดโอกาสให้นักเขียนโปรแกรม และ Start-up เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันและพัฒนาโซลูชันสำหรับ IoE ได้ หนึ่งในทีม Start-up ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย คือ Drivebot ซึ่งเป็นอุปกรณ์ IoE ที่ช่วยตรวจเช็คสภาพรถยนต์ได้ง่ายเหมือนเช็ค Line จะเห็นว่า IoE ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกคนสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆที่น่าสนใจและหาแรงบันดาลใจใหม่ๆได้จากสิ่งรอบตัว

ความท้าทายของ IoE

ถึงแม้ว่า IoE จะเป็นเรื่องไม่ไกลตัว และจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของพวกเราในอนาคตอย่างแน่นอน ธุรกิจเกี่ยวกับ IoE ยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและปัญหาหลายประการ เช่น

  • การปรับตัว เนื่องจาก IoE อาจมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ ในบางกรณีผู้ใช้อาจเกิดความรำคาญ จำเป็นต้องใช้เวลาในการยอมรับและปรับตัวให้คุ้นชินกับอุปกรณ์ต่างๆ
  • IoE Sensor ถูกใช้เพื่อเก็บข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อเรื่อง Privacy ได้
  • โครงสร้างของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในไทยจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เนื่องจากโครงข่ายในปัจจุบันจะเป็นอุปสรรคในการเติบโตของ Big Data ในอนาคตอย่างแน่นอน
  • วิศวกรไทยมีความสามารถ แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ บางครั้งนักวิจัยชาวไทยมีแนวคิดหรือไอเดียที่ดี แต่ไม่สามารถสร้างออกมาเป็นสินค้าหรือค้าขายในเชิงพาณิชย์ได้
  • นักลงทุนในประเทศทไยยังไม่ตื่นตัวในเรื่องของ IoE Start-up

รัฐบาลต้องให้การสนับสนุน

NETPIE นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่รัฐบาลเข้ามาให้การสนับสนุนเทคโนโลยี IoE ตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นการดีที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนทางด้านอื่นๆต่อไปด้วย นายแพทย์ภาณุทัตแนะนำว่า รัฐบาลควรเน้นผลักดันในเรื่องของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ทำ Sensor ถึงแม้ว่าราคา Sensor ที่นำเข้ามาจะมีราคาถูกลง แต่เนื่องจาก Sensor เป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์ IoE ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในอนาคต ถ้าประเทศไทยสามารถผลิต Sensor ใช้เองก็ช่วยลดต้นทุนการผลิตและช่วยเพิ่มกำไรและเงินหมุนเวียนให้แก่ประเทศ นอกจากนี้ควรมีการตั้ง Community เพื่อพัฒนาและสนับสนุนวงการ IoE ไทยให้เติบโต สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

ในขณะที่ทาง ศ.ดร.กาญจนา ให้ความเห็นว่า Start-up และนักพัฒนาก็ไม่ควรหวังรอพึ่งรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว ควรคิดค้นหาไอเดียใหม่ๆและนำเสนอต่อนักลงทุนด้วยตนเอง ในปัจจุบันนี้ ต่างประเทศมี Blog หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ IoE มากมายให้เข้าไปศึกษาค้นคว้า และหาแรงบันดาลใจในการพัฒนาสิ่งใหม่ แนวคิดเล็กๆที่เราได้มาอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวไทยและคนทั้งโลกก็เป็นได้

cisco_ioe_digital_thailand_2


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

TechTalk Webinar : HPE ProLiant DX : The Best choice for Nutanix Hybrid Cloud Solutions

VST ECS ร่วมกับ Nutanix และ HPE ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “HPE ProLiant DX : The Best choice for …

Red Hat ออก RHEL 8.7 และ 9.1 เวอร์ชัน Beta

Red Hat ได้ประกาศออก RHEL เวอร์ชันเบต้นของ 8.1 และ 9.1 แล้วโดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้