Intel ประกาศออกชิป Gen 10th ‘Comet Lake’ 8 รายการ

Intel ได้ประกาศออกชิป Gen 10th ที่ได้ใช้ชื่อว่า ‘Comet Lake’ จำนวน 8 ตัวในกลุ่มรุ่น U และ Y ซึ่งเน้นการใช้ไฟต่ำ โดยชิปทั้งหมดยังคงใช้สถาปัตยกรรมแบบ 14 nm

credit : Intel

จะเห็นได้ว่าจากตารางด้านบนในซีรีย์ U จะรองรับได้สูงสุด 6 คอร์ 12 เธรด ความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุดต่อคอร์ 4.7 GHz และแคชขนาด 12 MB โดยซีรีย์ U มีอัตราการกินไฟปกติเพียงแค่ 15 วัตต์เท่านั้นแถมยังรองรับได้ทั้ง DDR4 2666, LPDDR3 2133 และ LPDDR4x 2933 สำหรับซีรีย์ Y มีอัตราการกินไฟปกติน้อยกว่าคือ 7 วัตต์รองรับได้สูงสุด 4 คอร์ 8 เธรด ความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงสุดต่อคอร์ 4.5 GHz และแคชขนาด 8 MB

โดยทาง Intel ชี้ว่าทั้งสองซีรีย์ใช้สถาปัตยกรรมแบบ 14 nm เหมือนกับ Skylake แต่ทางบริษัทคุยว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า Gen 8th ถึง 16% ในภาพรวม ซึ่งในด้าน Productivity เพิ่มขึ้นถึง 41% แถมยังทำ Multitasking ได้ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ดีเมื่อต้นเดือน Intel ก็เพิ่งได้ออก ‘Ice Lake’ ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ 10 nm ซึ่งเป็นกลุ่ม Mobile Processor เหมือนกัน (สามารถชมภาพเปรียบเทียบได้ตามรูปด้านล่าง)

credit : Intel

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/intel-releases-10th-generation-14nm-mobile-u-and-y-chips-dubbed-comet-lake/ และ  https://www.techworm.net/2019/08/intel-comet-lake-processors.html

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ทำไมข้อมูลแบบเรียลไทม์จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญของการป้องกันการทุจริตในประเทศไทย [PR]

ข้อมูลประมาณการล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความเสียหายจากการหลอกลวงในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.15 แสนล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกัน มาตรการบังคับใช้กฎหมายก็ได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งระงับบัญชีม้ามากกว่า 1.18 ล้านบัญชีในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 ถึง มกราคม 2569 พร้อมทั้งปิดกั้น …

GABLE ชี้โลกธุรกิจก้าวสู่ “Economy of Speed” ในยุค AICFO แนะองค์กรลงทุน AI อย่างมีเป้าหมาย เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ [PR]

เมื่อ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรเข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่การลงทุนมากที่สุด แต่อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้ ตัดสินใจ และขยายผลสิ่งที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจได้เร็วที่สุด โดย CFO มีบทบาทสำคัญในการจัดสรรเงินทุน ปลดล็อกต้นทุนเดิม และวางรากฐานด้านข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสร้างขีดความสามารถสำหรับการแข่งขันในยุค AI