Cloudflare รับมือกับ DDoS Attack ขนาด 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที ด้วยระบบอัตโนมัติได้อย่างไร

Cloudflare ได้ออกมาเปิดเผยว่าตนถูก DDoS Attack หลายต่อหลายครั้งช่วงปลายมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งความน่าประทับใจคือระบบอัตโนมัติสามารถจัดการการโจมตีขนาดสูงสุดกว่า 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาทีได้ตลอดความพยายามหลายรูปแบบกว่า 4 วันของคนร้าย โดยที่ทีมงานไม่ได้รับการเตือนจากระบบหรือเสียงบ่นจากลูกค้าว่ามีปัญหาด้วยซ้ำ

credit : Cloudflare

เมื่อวันที่ 18 – 21 มิถุนายนมีความพยายาม DDoS Attack กับการให้บริการของ Cloudflare ซึ่งเกิดจากเครือข่ายของคนร้ายกว่า 316,000 ไอพีเข้ามารุมทึ้งบริการและเว็บไซต์ของ Cloudflare ไอพีเดียว อย่างไรก็ดีเชื่อหรือไม่ว่า Bot อัตโนมัติของ Cloudflare สามารถจัดการปัญหานี้ได้แบบหน้าตาเฉย ทำให้ทีมงานไม่ต้องตื่นมากลางดึก

สำหรับการโจมตีมีหลายเทคนิคของ TCP ทั้ง SYN Floods, ACK Flood และ SYN-ACK Flood โดยการโจมตีเกิดขึ้นหลายครั้งและกินเวลาหลายชั่วโมงในช่วงเวลาดังกล่าว โดยตัวเลขที่น่าสนใจคืออัตตราพีคอยู่ที่ 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที ทางทีมงาน Cloudflare จึงได้สรุปการโจมตีที่เกิดขึ้นไว้ 3 รูปแบบดังนี้

Packet Intensive ,Credit : Cloudflare
  • Bit Intensive – คนร้ายได้โจมตีให้เกิดจำนวนบิตต่อวินาทีสูง เพื่อทำให้ Bandwidth เต็ม โดยวิธีแก้ปัญหาเปรียบเสมือนการสร้างเขื่อนมากั้นแม่น้ำเพื่อจำกัด Capacity สูงสุดและให้บางส่วนไหลออกไปได้ อย่างไรก็ดี Service Provider อาจจะบล็อกหรือจำกัดความพยายามเกินขนาดออกไปบ้าง ซึ่งเป็นการปฏิเสธการให้บริการของผู้ใช้งานปกติด้วย โดยสรุปในกรณีนี้คนร้ายยิงทราฟฟิคเข้ามาสูงสุดที่ 250 Gbps และไม่ได้ทำต่อ แต่ยังไงท่อของ Cloudflare ก็รับได้ถึง 37 Tbps อยู่แล้ว
  • Packet Intensive – คนร้ายพยายามสร้างจำนวนของแพ็กเก็ตต่อวินาทีให้ได้มากที่สุด ที่อัตราสูงสุดของการโจมตีนี้อยู่ที่ 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที โดยการโจมตีนี้อุปกรณ์จะต้องเข้ามาประมวลผลแพ็กเก็ตแต่ละตัว ซึ่งเปรียบเสมือนต้องจัดการฝูงยุงขนาดใหญ่ทีละตัว และเป็นการทดสอบอุปกรณ์เครือข่ายใดก็ตามที่วาง In-line ขวางแนวการโจมตีนี้เช่น DDoS Mitigation, Router, Firewall, Switch และอื่นๆ หากจัดการได้ไม่ได้อาจทำให้เกิด Buffer Overflow ที่อุปกรณ์ได้
  • HTTP Request – คนร้ายพยายามโจมตี L7 กับ Web Server ให้จัดการกับ Request ได้ไม่ทัน ทำให้ CPU หรือ Memory ของเครื่องเต็มจนค้างและไม่สามารถปฏิบัติงานปกติต่อได้ ซึ่งวิธีการนี้กิน Bandwidth น้อยกว่าการโจมตีแบบ Bit Intensive มาก

3 มาตรการจัดการ DDoS Attack ขนาด 754 ล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที

Cloudflare มีมาตรการป้องกันการโจมตีลักษณะนี้อยู่ 3 ข้อคือ

1.) BGP Anycast กระจายทราฟฟิคออกระดับ Global ไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ต่างๆ 

2.) มีระบบป้องกัน DDoS ของตัวเองที่ชื่อ Gatebot และ dosd ที่ช่วยดร็อปแพ็กเก็ตใน Linux Kernel ให้อยู่ในระดับที่จัดการได้

3.) มีระบบ L4 Load-balancer ของตัวเองที่ชื่อ Unimog ซึ่งคอยมอนิเตอร์สถานะและเมทริกซ์อื่นๆ เพื่อกระจายโหลดภายในดาต้าเซ็นเตอร์

ด้วยเหตุนี้เองหมายความว่าเมื่อ Cloudflare ตรวจพบการโจมตี DDoS ก็จะกระจายโหลดแบบ Global ไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ หลังจากนั้นที่ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ยังสามารถ Drop แพ็กเก็ตและ Load-balance ให้เซิร์ฟเวอร์ในฟาร์มช่วยกันทำงานได้ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่เหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ของ Cloudflare ยังนอนหลับได้สบายดีตลอด 4 วัน

สำหรับ Gatebot นั้นเป็นระบบอัตโนมัติที่ออกมาตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งสามารถเก็บตัวอย่างทราฟฟิคจากดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 200 แห่งของ Cloudflare เพื่อตรวจสอบการถูกโจมตีและพฤติกรรมผิดปกติ รวมถึงยังค่อยสอดส่องสถานะการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ลูกค้าด้วย หากพบเหตุการณ์ผิดปกติจะส่งคำสั่งอัตโนมัติไปจัดการโดยไม่ต้องอาศัยคนมาจัดการเลย องค์กรประกอบอีกตัวที่ชื่อ dosd (denial of service daemon) ถูกปล่อยมาเมื่อปีก่อนเพื่อเสริมศักยภาพของ Gatebot โดยจะรับมือกับปัญหาในระดับเซิร์ฟเวอร์หรือแต่ละดาต้าเซ็นเตอร์

ที่มา :  https://blog.cloudflare.com/mitigating-a-754-million-pps-ddos-attack-automatically/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ