Google เปิดตัว Gemini 2.0 ให้ใช้งานแล้วพร้อมรุ่นใหม่ Flash-Lite และ Pro Experimental

Google ประกาศเปิดให้ใช้งาน Gemini 2.0 Flash อย่างเป็นทางการผ่าน API พร้อมเปิดตัวรุ่นใหม่ Gemini 2.0 Flash-Lite ที่ประหยัดต้นทุน และ Pro Experimental ที่เน้นประสิทธิภาพด้านการเขียนโค้ด

Credit: Google

Google DeepMind ได้ประกาศอัปเดตสำคัญสำหรับตระกูลโมเดล Gemini 2.0 โดยเปิดให้นักพัฒนาสามารถใช้งาน Gemini 2.0 Flash ผ่าน API บน Google AI Studio และ Vertex AI ได้แล้ว โมเดลนี้รองรับการทำงานกับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ (Multimodal) และมี Context window ขนาด 1 ล้านโทเค็น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประมวลผลปริมาณมากและความถี่สูง

Google ได้เปิดตัว Gemini 2.0 Flash-Lite โมเดลใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า Gemini 1.5 Flash แต่ใช้ต้นทุนและความเร็วเท่าเดิม สามารถสร้างคำบรรยายภาพได้ถึง 40,000 ภาพด้วยค่าใช้จ่ายไม่ถึงหนึ่งดอลลาร์ ส่วน Gemini 2.0 Pro Experimental เป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้านการเขียนโค้ดและการทำงานกับคำสั่งที่ซับซ้อน พร้อม Context window ขนาด 2 ล้านโทเค็น รองรับการเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น Google Search และการประมวลผลโค้ด

ในด้านการให้บริการ ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้ Gemini 2.0 Flash ได้แล้วผ่านแอป Gemini ทั้งบน Desktop และ Mobile ส่วน Gemini 2.0 Flash-Lite อยู่ในช่วง Public Preview บน Google AI Studio และ Vertex AI และ Gemini 2.0 Pro Experimental จะให้บริการเฉพาะผู้ใช้ Gemini Advanced เท่านั้น Google ยังได้เพิ่มระบบความปลอดภัยด้วยเทคนิค Reinforcement Learning ที่ใช้ Gemini ในการตรวจสอบการตอบสนองของตัวเอง พร้อมทั้งระบบทดสอบความปลอดภัยอัตโนมัติเพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันการโจมตีแบบ Indirect Prompt Injection โดยบริษัทเผยว่าจะมีการเพิ่มความสามารถในการสร้างรูปภาพและแปลงข้อความเป็นเสียงในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา: https://blog.google/technology/google-deepmind/gemini-model-updates-february-2025/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …