Google เปิดตัว Gemini 3.8 ใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Gemini 3.8 Flash ที่เน้นงาน Coding และงาน Agentic โดยยังคงราคาเท่ากับ 3.7 Flash และ Gemini 3.8 Flash Cyber โมเดลเฉพาะทางด้านความปลอดภัยไซเบอร์

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก Gemini 3.7 Flash เพียง 3 สัปดาห์ และเป็นการเปิดตัวโมเดลตระกูล Flash ครั้งที่ 3 ภายใน 6 สัปดาห์ โดย Google ระบุว่า Gemini 3.8 ทำงานด้าน reasoning และ Coding ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยพัฒนามา บนความเร็วและต้นทุนระดับเดียวกับรุ่น 3.7 ทั้งสองรุ่นย่อยใช้ฐานความสามารถเดียวกัน แม้จะออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมการใช้งานที่ต่างกัน ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ความสามารถด้าน Coding และ reasoning ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือการฝึกโมเดลอย่างเข้มข้นในโดเมนความปลอดภัยไซเบอร์ซึ่งมีความยากสูง
สำหรับ Gemini 3.8 Flash ผลทดสอบบน DeepSWE v1.1 ซึ่งวัดงาน Software Engineering แบบ long-horizon พบว่าทำได้ดีกว่าโมเดล frontier ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ในการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนแบบ end-to-end ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ส่วนบน HLE-Verified ทำคะแนนได้ 54.9% สะท้อนความสามารถในการทำ reasoning หลายขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นมาจากการออกแบบให้โมเดลทำงานหนักขึ้น โดยจะเพิ่มขั้นตอน reasoning และเรียกใช้เครื่องมือแบบวนซ้ำมากขึ้น จึงอาจใช้ tokens มากกว่าเดิมเมื่อตั้งค่า effort ระดับสูง Google จึงระบุว่าแอปพลิเคชันที่มีข้อจำกัดด้าน compute สามารถลดระดับ effort ลงเพื่อคุม token overhead หรือใช้ Gemini 3.7 Flash ต่อไปได้ เนื่องจากยังคงสนับสนุนรุ่นดังกล่าวเต็มรูปแบบสำหรับ workload ที่เน้นประสิทธิภาพต่อต้นทุน
ด้าน Gemini 3.8 Flash Cyber เปิดให้ใช้งานผ่าน Fairwind Program โดยทำผลงานระดับ frontier บน CyberGym ซึ่งเป็น benchmark มาตรฐานของอุตสาหกรรมสำหรับการค้นหาช่องโหว่ และทำอัตราความสำเร็จได้เกิน 70% บน benchmark ภายในของ Google ที่ครอบคลุม codebase ถึง 20 ภาษาโปรแกรม จุดที่ Google เน้นเป็นพิเศษคือการแก้ไขช่องโหว่ ซึ่งให้ความสำคัญมากกว่าความสามารถเชิงรุกอย่างการทำ exploitation เพื่อให้ฝ่ายป้องกันได้เปรียบผู้โจมตี โดยบน CWE-Bench ซึ่งเป็น benchmark ภายนอกที่วัดความสามารถด้านการแพตช์ โมเดลทำคะแนน pass@1 ที่ 47.2% เทียบกับโมเดลชั้นนำที่ 47.8% แต่มีต้นทุนต่ำกว่ามาก ขณะที่การใช้งานจริงภายใน Google ทีม Chrome Security พบว่าโมเดลสร้างแพตช์ที่ถูกต้องได้มากกว่าโมเดลเชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาก ถึง 2.6 เท่า และทีม Cloud Vulnerability Research ค้นพบช่องโหว่ Critical ในระดับพื้นฐานของระบบได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง จากปกติที่ต้องใช้เวลาหลายเดือน
นักพัฒนาเรียกใช้ Gemini 3.8 Flash ได้ผ่าน Gemini API บน Google AI Studio และทำงานแบบ Agent-first บน Google Antigravity ส่วนองค์กรใช้งานผ่าน Gemini Enterprise ขณะที่หน่วยงานรัฐ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และผู้ดูแลซอฟต์แวร์ จะได้สิทธิ์เข้าถึง 3.8 Flash Cyber เป็นลำดับแรกผ่าน Fairwind Program ด้านราคา Gemini 3.8 Flash อยู่ที่ 0.75 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน input tokens และ 3.75 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output tokens ซึ่งเป็นราคาช่วงเปิดตัวที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ก่อนปรับขึ้นเป็นเท่าตัวเป็น 1.50 และ 7.50 ดอลลาร์ตามลำดับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









