Forrester คาดการณ์ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ประชากร 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันจะมีการใช้งานอุปกรณ์ Wearable Device

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

Forrester คาดการณ์ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ประชากรเกือบ 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันจะมีการใช้งานอุปกรณ์ Wearable Device โดยมูลค่าตลาดจะขึ้นไปแตะ 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

จากการสำรวจยอดขายอุปกรณ์ Wearable Device ในปี 2015 ที่สหรัฐ มีมูลค่าตลาดโดยรวมอยู่ที่ 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจากการคาดการณ์ ภายในปี 2021 ประชากรในสหรัฐอเมริกากว่า 29% จะหันมาใช้งานอุปกรณ์ Wearable Device ในชีวิตประจำวัน โดย 1 ใน 3 ของอุปกรณ์ทั้งหมดจะเป็น Smart Watch เนื่องจากราคาของอุปกรณ์จะถูกลงเรื่อยๆ ในขณะที่ผู้คนจะนิยมหันมาใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ในการติดตามผลสุขภาพหรือใช้ในการเล่นกีฬาต่างๆมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันเท่ากับสมาร์ทโฟน จึงทำให้ตลาดโดยรวมค่อยๆโตอย่างช้าๆ

หลายองค์กรเริ่มหันมาสนใจในตลาดอุปกรณ์ Wearable Device ค่อนข้างมาก เนื่องจากสามารถเก็บรวมรวบข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้มากกว่าอุปกรณ์อื่นๆในตลาด ซึ่งการนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อสร้างเป็นกลยุทธทางธุรกิจ จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบทางธุรกิจให้กับองค์กรได้ค่อนข้างมาก

forrester-wearable-device-forecast

ที่มา : http://www.zdnet.com/article/forrester-nearly-1-in-3-americans-will-use-a-wearable-device-by-2021/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ