วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นถึง 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานคงที่ระดับต่ำเพียง 4.1% แม้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและธุรกิจบริการจะปรับลดพนักงานสายงานทั่วไปเฉลี่ยเดือนละ 16,000 ตำแหน่ง แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับถูกกลบด้วยแรงขับเคลื่อนจากการสร้างงานในฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน

The Economist ประเมินว่า AI สร้างงานใหม่ในสหรัฐฯ แล้วราว 1,000,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าตัวเลขการปลดพนักงานที่มีสาเหตุจาก AI นับตั้งแต่กลางปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 200,000 ตำแหน่งอย่างมาก ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโมเดล AI โดยมีเหตุการณ์สนับสนุนดังนี้

  • งบประมาณ Data Center พุ่งสูง: Goldman Sachs ชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนสำหรับฮาร์ดแวร์ ชิปประมวลผล ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเมื่อเทียบกับปี 2022 โดยเฉพาะการก่อสร้าง Data Center ที่ขยายตัวเกือบ 60% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า
  • ความต้องการวิศวกรเฉพาะทางพุ่ง: ข้อมูลจาก Indeed และ LinkedIn พบว่าตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง ดูแลรักษาระบบไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และระบบหล่อเย็นใน Data Center เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบ 2 ปี โดยเฉพาะงานติดตั้งและบำรุงรักษาที่มีอัตราค่าจ้างสูงกว่างานกลุ่มเดียวกันถึง 40%

ผลกระทบของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มแรงงานหน้างาน แต่ยังก่อให้เกิดตำแหน่งงาน White-collar สายเทคโนโลยีระดับสูงขึ้นมารองรับ ได้แก่ ตำแหน่ง AI Engineers, Data Annotators, Forward-deployed Engineers ไปจนถึง Head of AI ซึ่งประกาศรับสมัครงานตำแหน่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

Burning Glass Institute ระบุว่า ปัจจุบันราว 1% ของตำแหน่งงานสายวิชาชีพในสหรัฐฯ ได้กลายเป็นงานที่เกิดจาก AI โดยตรง และสัดส่วนนี้พุ่งแตะ 4-5% ในกลุ่มคอมพิวเตอร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ด้าน LinkedIn วิเคราะห์ว่ามีงานเฉพาะทางด้าน AI เกิดใหม่ถึง 640,000 ตำแหน่งระหว่างปี 2023 ถึง 2025

นอกจากนี้ การนำ AI มาเสริม Productivity ยังช่วยผลักดันให้เกิดความต้องการใช้งานบริการวิชาชีพเพิ่มขึ้น เช่น ผู้ช่วยทนายความที่มีการจ้างงานเติบโต 11% และนักวิเคราะห์วิจัยตลาดที่เติบโต 6% แม้กลุ่มงานธุรการและงานบริการลูกค้าจะเผชิญภาวะการปรับลดจำนวนลงตามความสามารถของระบบอัตโนมัติก็ตาม

ภาพรวมปัจจุบันสะท้อนว่า AI ยังอยู่ในสถานะของเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนการจ้างงานสุทธิทั้งในส่วนของการวางโครงสร้างพื้นฐานระดับล่างและการสร้างบทบาทการทำงานรูปแบบใหม่ในองค์กร

ที่มา: https://www.economist.com/finance-and-economics/2026/09/04/the-jobs-apocalypse-is-postponed-an-ai-jobs-boom-is-here

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

หัวเว่ย คลาวด์ เสริมศักยภาพพันธวณิชลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน 30% พร้อมเร่งสปีดการจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ [PR]

หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศความร่วมมือกับพันธวณิช (Pantavanij) แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กร และสร้างรากฐานที่มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับ AI สำหรับอนาคตของระบบจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ

พลิกการดิสรัปของเวอร์ชวลไลเซชัน เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน [PR]

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายการเปลี่ยนผ่านด้านไอทีระลอกแรก โดยเน้นดึงศักยภาพใหม่ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ x86 ที่เคยกำหนดทิศทางของศูนย์ข้อมูลมาตลอด จนถึงวันนี้ โลกยุคใหม่ที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วและเวิร์กโฟลว์ด้าน AI กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทดสอบขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และบีบให้หลายองค์กรต้องปรับตัว