[Guest Post] เน็ตแอพแนะการบริหารจัดการข้อมูลองค์กรยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ผ่าน “ดาต้าแฟบริก” และ ”คลาวด์”

ในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และมีการพูดถึงเทรนด์เทคโนโลยีต่างๆ ที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเชน, ปัญญาประดิษฐ์( เอไอ), เออาร์และวีอาร์ และความปลอดภัยด้านเทคโนโลยี ฯลฯ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างต้องเร่งพัฒนาองค์กรเพื่อให้ก้าวทันและสอดคล้องกับยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ “คลาวด์”

ในปี 2562 นี้เราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์กรต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชน จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์ เพราะคลาวด์จะกลายเป็นระบบพื้นฐานสำคัญทั้งการประมวลผล การจัดการข้อมูล ระบบ AI และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งโมเดลหรือรูปแบบในการปรับใช้ระบบคลาวด์มีทั้งไฮบริดคลาวด์ (Hybrid cloud) และ (Multicloud) ด้วยสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเหล่านี้ทำใก้เกิดความท้าทายเกี่ยวกับการจัดการข้อมูล

ด้วยวิสัยทัศน์ของเน็ตแอพเรื่องการจัดการข้อมูลให้เป็นโครงสร้างข้อมูลที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ที่แตกต่างกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบไพรเวทคลาวด์, พับบลิคคลาวด์ หรือไฮบริดคลาวด์ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจด้วยนวัตกรรมบนคลาวด์ทุกรูปแบบ ผลิตภัณฑ์และบริการด้านข้อมูลของเน็ตแอพพร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถทางธุรกิจและพัฒนาองค์กรหรือหน่วยงานเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมบนระบบคลาวด์ ปัจจุบันความน่าเชื่อถือของระบบคลาวด์มีความสำคัญอย่างมากต่อการใช้ประโยชน์ และโยกย้ายข้อมูลขององค์กร เพื่อปรับปรุงการตัดสินใจทางด้านธุรกิจ และพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในด้านระบบคลาวด์ขึ้นอยู่กับการผนวกรวม การปกป้อง และการใช้ข้อมูลที่เก็บไว้ในสภาพแวดล้อมคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมและปลอดภัย วันนี้เรามาล้วงลึกวิสัยทัศน์ด้านคลาวด์ (Cloud) และดาต้าแฟบริค (Data Fabric) ของเน็ตแอพ:

เน็ตแอพดาต้าแฟบริก (NetApp Data Fabric) แพลตฟอร์มการบริหารจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายบนคลาวด์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อการจัดการข้อมูลที่แตกต่าง ทรัพยากรการจัดเก็บและปรับปรุงการจัดการข้อมูลระหว่างสถานที่และที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์จากทั่วโลก ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลบนคลาวด์เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด องค์กรหรือหน่อยงานสามารถเคลื่อนย้ายและเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีจากที่ใด ทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วปลอดภัยและช่วยให้การดำเนินการธุรกิจสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ NetApp Data Fabric ยังรองรับการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ Cloud ดังนี้ Microsoft Azure, Amazon Web Services, Google Cloud Platform, ผู้ให้บริการ Cloud ในไทยอย่าง INET ฯลฯ

เน็ตแอพดาต้าแฟบริคพร้อมเสริมศักยภาพให้ธุรกิจเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขันด้วย AI

ด้วยปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกสร้างขึ้นและจัดการอย่างรวดเร็วบนอุปกรณ์ IoT และเซ็นเซอร์ต่างๆ ในปัจจุบัน ในดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กรเอง และในระบบไฮบริดคลาวด์ การมีดาต้าแฟบริค ที่ครอบคลุมถึง edge ส่วนแกนหลัก (Core) และระบบคลาวด์ (Cloud) นับเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี AI ด้วยการผนวกรวมบริการและโซลูชั่นด้านข้อมูลไว้บนเน็ตแอพดาต้าแฟบริค องค์กรต่างๆ จะสามารถเร่งความเร็วในการรับส่งข้อมูล ที่พัฒนาในรูปแบบการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และขับเคลื่อนแอพพลิเคชั่น AI อย่างง่ายดาย บนทางเลือกที่หลากหลาย และความสามารถในการปรับขนาดตามความจำเป็น

เน็ตแอพดาต้าแฟบริค ทุกองค์กรต้องทำเพื่อตอบรับการทำ “ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น”อย่างยืดหยุ่น ทำให้การรวมและการประสานบริการข้อมูลง่ายขึ้นครอบคลุมทั่วทั้ง Hybrid Cloud ที่ให้การมองเห็นข้อมูลที่ชัดเจน รวมถึงการป้องกันและการควบคุมในฟีเจอร์อื่น ๆ”

ในส่วนวิสัยทัศน์ด้านบริการ คลาวด์ ของเน็ตแอพ

จากงาน NetApp Insight เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา เน็ตแอพตอกย้ำสานต่อวิสัยทัศน์รองรับทุกระบบคลาวด์ในทุกๆ ที่ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจด้วยนวัตกรรมบนสภาพแวดล้อมคลาวด์ มัลติคลาวด์ และไฮบริดคลาวด์ พร้อมมอบประสบการณ์การใช้ข้อมูลอย่างเต็มศักยภาพให้แก่ลูกค้าด้วยแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ตอบโจทย์การเติบโตของข้อมูลด้วยการใช้ศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด รวมถึงระบบมัลติคลาวด์ (multcloud) ไฮบริดคลาวด์ (hybrid cloud) และระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร (on-premises systems) และใช้ข้อมูลด้วยความมั่นใจว่าข้อมูลจะได้รับการปกป้องและสามารถกู้คืนในกรณีที่เกิดสูญหาย

โซลูชั่นด้านคลาวด์ของเน็ตแอพจะช่วยให้ลูกค้านำเสนอผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสำหรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์และมัลติคลาวด์ รวมถึง NetApp® Cloud Insights, Azure NetApp Files, Cloud Volumes Service, Cloud Volumes ONTAP®, NetApp HCI, SaaS Backup for Microsoft Office 365 และ NetApp Data Availability Services

ผลิตภัณฑ์และบริการด้านข้อมูลทั้งหมดนี้สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของเน็ตแอพในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมบนระบบคลาวด์ในทุกรูปแบบ เพื่อปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางธุรกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เพื่อปรับปรุงการตัดสินใจทางด้านธุรกิจ ยกระดับประสบการณ์สำหรับลูกค้า และใช้ประโยชน์จาก Internet of Things เพื่อนำเสนอบริการใหม่ๆ และพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในด้านระบบคลาวด์ขึ้นอยู่กับการผนวกรวม การปกป้อง และการใช้ข้อมูลที่เก็บไว้ในสภาพแวดล้อมคลาวด์

การสร้างสรรค์นวัตกรรมบนระบบคลาวด์ของแน็ตแอพ

NetApp Cloud Insights เป็นเครื่องมือบน SaaS ที่ใช้ตรวจสอบและควบคุมค่าใช้จ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮบริดคลาวด์ที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วตามลักษณะการใช้งาน Cloud Insights ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อตรวจสอบสถาปัตยกรรมคลาวด์ที่ทันสมัย เช่น Kubernetes และไมโครเซอร์วิส

Azure NetApp Files เป็นบริการไฟล์ Azure ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ONTAP ของเน็ตแอพ โดยทำหน้าที่จัดเก็บและจัดการข้อมูลระดับองค์กรขนาดใหญ่ รองรับการย้ายและปรับใช้เวิร์กโหลดที่ใช้ไฟล์ระดับองค์กรใน Microsoft Azure

NetApp Cloud Volumes ONTAP รองรับการควบคุมข้อมูล ประหยัดค่าใช้จ่าย และความต่อเนื่องการใช้งาน เป็นบริการคลาวด์สตอเรจระดับสุดยอดสำหรับองค์กรที่กำลังเติบโตในปัจจุบัน

นอกจากนี้ เน็ตแอพยังได้รับใบรับรองระดับผู้เชี่ยวชาญสำหรับเป็น ผู้ดูแลระบบไฮบริดคลาวด์ (Hybrid Cloud Administrator) และสถาปนิกไฮบริดคลาวด์ (Hybrid Cloud Architect) สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการบุคลากรด้านระบบไฮบริดคลาวด์

แน็ตแอพสร้างระบบคลาวด์เพื่อนำเสนอบริการใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ

NetApp HCI นำเสนอสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์แบบใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ทางด้านธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมจากระบบไฮเปอร์คอนเวอร์เจนซ์ (Hyperconvergence) โดยตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้อย่างลงตัว

ปกป้องธุรกิจด้วยสถาปัตยกรรมไอทีที่ทันสมัยสำหรับระบบไฮบริดคลาวด์

SaaS Backup รองรับการแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูลสำหรับ Microsoft Office 365 Exchange Online, SharePoint Online และ OneDrive for Business ไปยังไซต์สำรองในระบบคลาวด์หรือระบบที่ติดตั้งในองค์กร

บริการ NetApp Data Availability Services ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อลดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากซับซ้อนในการแบ็คอัพข้อมูล ด้วยการแบ็คอัพข้อมูลไปยังระบบคลาวด์ และรองรับการนำสำเนาข้อมูลในระบบคลาวด์กลับมาใช้ บริการ NetApp Data Availability Services ซึ่งใช้งานแบบเนทีฟบนระบบคลาวด์ ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยนับเป็นบริการแบ็คอัพและจัดการข้อมูลแห่งอนาคต

และอีกหนึ่งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากแน็ตแอพ คือ Memory Accelerated Data (MAX Data) ที่ทำให้ Memory ไม่ได้เป็นเพียง Caching อีกต่อไป จะทำให้ Persistent Memory และแฟลชสตอเรจ (Flash Storage) เป็นที่เก็บข้อมูลผืนเดียวกัน โดยการจัดระเบียบหรือ Tiering ข้อมูล โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขการตั้งค่า (Configuration) ของแอพพลิเคชั่นต่างๆ (Applications) หรือดาต้าเบส (Databases)

โดย MAX Data เป็นเทคโนโลยีที่ ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบงานเดิมให้มีความสามารถแบบ In-Memory Processing ที่รองรับ Latency ต่ำกว่า 10 microseconds ในการเขียนอ่านข้อมูล และมีความสามารถ Snapshot, Replication เช่นเดียวกับ NetApp ONTAP รวมถึงการใช้งานเทคโนโลยี Data Fabric

ด้วย MAX Data สามารถช่วยในเรื่องการทำวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (real-time) เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูลของระบบได้เร็วยิ่งขึ้น เช่น Oracle, MongoDB และฐานข้อมูลแบบ NoSQL อีกทั้งช่วยลดค่าไลเซนต์ของฐานข้อมูลด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

AIS กับการปรับองค์กรในยุคดิจิทัล – เปิดรับนวัตกรรม สนับสนุนสตาร์ทอัพภายใน สร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงใน DNA ของทุกฝ่าย

องค์กรทั้งหลายในปัจจุบันต่างก็ตระหนักดีถึงความสำคัญของการปรับตัวไปตามเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โจทย์ที่พวกเขาต้องตอบให้ได้เพื่อการเข้าร่วมแข่งขันในตลาด ณ ตอนนี้ คือการปรับตัวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างคุณค่าและลดต้นทุน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจให้ทันสมัย และสอดคล้องกับความเป็นไปมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากสมาชิกภายในองค์กรทุกคนไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทีมงาน ADPT มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ AIS ถึงแนวทางที่พวกเขาได้เริ่มต้นใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองในยุคของ Digital Transformation ตั้งแต่แนวคิด …

FMS ขอเชิญเข้าร่วม Free Workshop “เจาะลึกระบบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย SAP Business One” 8 ส.ค. 2019

FMS และ A-Plus Software จาก Hongkong ร่วมกับ SAP Thailand ขอเชิญบริษัทที่สนใจเข้าร่วม Workshop ฟรี “เจาะลึกระบบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย SAP Business One" : Inventory Control, Warehouse Solution, และ Barcode System วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พศ. 2562 เวลา 8.30 - 12.30 น. ที่ SAP Thailand , ตึก Liberty สีลม BTS ศาลาแดง โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้