[BHAsia 2019] เตือน Voice Phishing รูปแบบใหม่ หลอกเหยื่อผ่าน Malicious App

Min-chang Jang หัวหน้าทีมวิจัยภัยคุกคามจาก Financial Security Institute ประเทศเกาหลีใต้ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการโจมตีแบบ Voice Phishing รูปแบบใหม่ที่ผสานการทำงานผ่าน Malicious App เพื่อเพิ่มความแนบเนียนและลบร่องรอยในการโจมตี ภายในงานประชุม Black Hat Asia 2019 ที่เพิ่งจัดไป

Jang ระบุว่า Voice Phishing เป็นหนึ่งในการต้มตุ๋นที่น่าเป็นห่วงที่สุดในเกาหลีใต้ ในปี 2018 ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อไม่น้อยกว่า 48,743 ราย ในขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก Voice Phishing มีมูลค่าสูงถึง 440,000 ล้านวอน (ประมาณ 12,310 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 82.7% อย่างไรก็ตาม Voice Phishing ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการโจมตีไซเบอร์ได้อย่างเต็มปาก เนื่องจากอาศัยการโทรศัพท์และจิตวิทยา (Social Engineering) ในการหลอกลวงเหยื่อเพื่อให้มาซึ่งข้อมูลความลับหรือเงินโดยมิชอบ

ล่าสุด Jang พบว่ามีการโจมตีแบบ Voice Phishing รูปแบบใหม่ที่มีการหลอกให้เหยื่อติดตั้ง Malicious Application ลงบนโทรศัพท์มือถือ (Android) แล้วใช้ Malicious App นั้นในการช่วยเพิ่มความแนบเนียนในการหลอกลวงเหยื่อ ดักฟังและลอบส่งข้อมูลสำคัญไปยัง C&C Server รวมไปถึงลบร่องรอยในการโจมตี โดยสามารถสรุปขั้นตอนการโจมตีได้ดังนี้

  1. กลุ่มแฮ็กเกอร์ (จากนี้ขอเรียกว่าแก๊ง Call Center เพื่อให้เห็นภาพได้ง่าย) จัดเตรียมเว็บ Phishing สำหรับหลอกเหยื่อที่ต้องการกู้เงิน
  2. แก๊ง Call Center ทำการส่ง SMS โดยระบุรายละเอียดการอนุมัติการกู้ยืม พร้อมบอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันตามลิงค์ที่แนบมาเพื่อดำเนินการกู้ยืมให้เสร็จสิ้น ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็น Malicious App ที่อ้างชื่อธนาคารหรือบริษัทที่ให้กู้เงินที่มีอยู่จริง
  3. หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชันแล้วให้กรอกชื่อ เบอร์โทร และเลขบัตรประชาชน
  4. แอปพลิเคชันระบุหมายเลขติดต่อธนาคารหรือบริษัทที่ให้กู้เงินตามหมายเลขจริง แต่เมื่อผู้ใช้โทรไปยังเบอร์ดังกล่าว แอปพลิเคชันจะทำการดักจับการโทรออกแล้วเปลี่ยนไปโทรหาเบอร์ของแก๊ง Call Center แทน ซึ่งระหว่างรอสายจะมีการเปิดเพลงรอสายของธนาคารหรือบริษัทที่ให้กู้เงินที่กำลังติดต่อไปด้วยเพื่อเพิ่มความสมจริง
  5. เมื่อวางสาย แอปพลิเคชันจะเปลี่ยนเบอร์โทรออกจากเบอร์ที่โทรไปแก๊ง Call Center ไปเป็นเบอร์ของธนาคารหรือบริษัทที่ให้กู้เงินที่เหยื่อพยายามติดต่อเพื่อลบร่องรอย

นอกจากนี้ Jang ยังได้ทำการตรวจสอบ Malicious App Distribution Server และ C&C Server พบว่าเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวใช้หมายเลข IP ที่ตั้งอยู่ในประเทศไต้หวัน แต่ภาษาที่ใช้กลับเป็นภาษาจีนแบบตัวย่อ (Simplified Chinese) ซึ่งถูกใช้ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ (ไต้หวันใช้ภาษาจีนแบบตัวเต็มหรือ Traditional Chinese) จึงคาดว่าแก๊ง Call Center ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้มาจากประเทศจีน ขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งเกาหลีและไต้หวันกำลังดำเนินการสืบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

AIS Business พลิกมุมคิด ยกระดับ IT องค์กรยุคใหม่ ตอบรับเทรนด์ AI Shift ด้วย IT Infrastructure ที่พร้อมรองรับ AI ได้อย่างมั่นใจ

ท่ามกลางความร้อนแรงของเทคโนโลยี AI ที่เปิดตัวใหม่ไม่เว้นวัน ทำให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกรวมถึงไทยนั้นต่างตื่นตัวเป็นอย่างมากกับกระแสการมาของ AI ที่เริ่มสามารถนำมาใช้งานจริงได้ในภาคธุรกิจองค์กรยิ่งกว่าที่เคย

จับตากระแสจ้างงาน IT ในสหรัฐฯ หลังองค์กรเร่งรับมือความเสี่ยง จริยธรรม และต้นทุน AI พุ่ง

ตลาดแรงงาน IT ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนและเริ่มปรับสมดุลใหม่ รายงาน Dice Jobs Report ประจำเดือนกันยายน 2026 เผยยอดประกาศรับสมัครงานสายเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังผ่านช่วงชะลอตัวในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ภาพรวมความต้องการจ้างงาน IT เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า …