Breaking News

NetApp อัปเดต Data Fabric ใหม่ ตอบโจทย์ Hybrid Multicloud ได้ในหนึ่งเดียว

วันนี้ทาง TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับทีมงาน NetApp ถึงประเด็นด้านเทรนด์เทคโนโลยีในไทย และการที่ NetApp ได้ออกมาประกาศอัปเดตเทคโนโลยี Data Fabric ครั้งใหญ่ โดยปรับปรุงหลากหลายเทคโนโลยีของตนเองเพื่อผสานระบบสู่ภาพของ Hybrid Multicloud ด้วยการผนวกรวมโซลูชันต่างๆ เข้าด้วยกันดังนี้

Credit: NetApp
  • NetApp Kubernetes Service on NetApp HCI สามารถบริหารจัดการ Kubernetes Cluster โดยมอง NetApp HCI เป็นหนึ่งใน Region ที่สามารถ Deploy ระบบได้ โดยจุดเด่นคือบริการนี้สามารถจัดการ Kubernetes จาก Distro ของผู้ผลิตได้หลากหลายราย รวมถึงตัว Kubernetes หลักด้วย ทำให้ธุรกิจองค์กรมีทางเลือกในการใช้งาน Kubernetes จากหลายค่ายได้ในระบบเดียว และรองรับการทำ Multicloud ได้อย่างแท้จริง
  • Cloud Volumes on NetApp HCI ระบบ Persistent Storage ที่เคยให้บริการบน Public Cloud ตอนนี้สามารถนำมาใช้งานบน NetApp HCI และบริหารจัดการผ่านศูนย์กลางร่วมกันได้แล้ว
  • Cloud Volumes Service for Google Cloud (Beta) เปิดตัวมาให้ทดลองใช้งานได้แล้ว
  • Cloud Volumes ONTAP for Google Cloud ทำให้ใช้ความสามารถของ NetApp ONTAP เพื่อรองรับ Application บน Google Cloud ได้
  • เพิ่มเครื่องมือใหม่ให้ Fabric Orchestrator ทำให้มี Cloud Data Service สำหรับช่วยในการค้นหา, จัดการ, ควบคุมโดยอัตโนมัติ และตรวจสอบข้อมูลได้จากทุกที่ ไม่ว่าข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ที่ใด ทำให้การจัดการข้อมูลและ Application แบบ Multicloud เป็นไปได้อย่างง่ายดายจากที่เดียว
  • เพิ่มโมเดลการจ่ายเงินแบบ Pay-per-Use ทั้งสำหรับ NetApp HCI และ Cloud Volumes Service On Premises โดยมีขั้นต่ำในการใช้งานที่ 1 ปี
  • เปิดตัว NetApp Cloud Insights ให้ใช้ได้ฟรีแบบ Basic สำหรับ NetApp HCI และ NetApp AFF รวมถึงยังติดตามและแนะนำการใช้ทรัพยากรให้กับ NetApp HCI และ NetApp Kubernetes Service ได้ด้วย ส่วนแบบจ่ายเงินนั้นจะสามารถตรวจสอบและติดตามการทำงานของ Hardware/Software จากผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้แบบ Multivendor ในตัว
  • เปิดตัว NetApp Professional Services for the Data Fabric บริการสำหรับช่วยบริหารจัดการข้อมูลใน Data Fabric ได้ตามความต้องการของธุรกิจโดยทีมงานของ NetApp เอง

สำหรับเทรนด์ด้าน Storage ในไทยและภูมิภาคใกล้เคียงตอนนี้ ทางทีมผู้บริหารของ NetApp ได้เล่าถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของ NetApp HCI ที่เป็น 2nd Generation HCI ที่สามารถแก้ปัญหาของระบบ HCI แบบเดิมๆ ได้หลากหลาย ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ, การรองรับ Container ได้โดยไม่ต้องใช้งาน VM อีกต่อไปทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย, การช่วยลด License ของ Database ลงได้เมื่อเทียบกับ HCI แบบเดิมๆ ไปจนถึงการเพิ่มขยายที่สามารถเลือกเพิ่มขยายได้เฉพาะส่วนของ Compute หรือ Storage แยกขาดจากกัน

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจก็คือ เหล่า Software Developer ในธุรกิจต่างๆ นั้นเริ่มคุ้นชินกับ Public Cloud และเริ่มคาดหวังว่าระบบ On-Premises นั้นจะสามารถทำงานได้เทียบเท่ากับ Public Cloud ในแง่ของความง่ายและความคล่องตัวในการใช้งาน ดังนั้น NetApp เองก็จะมุ่งเน้นการตอบโจทย์นี้ให้กับธุรกิจไทยให้ได้

ทาง NetApp มองว่าในประเทศไทยหลังจากนี้ เทรนด์หลักๆ ที่ธุรกิจองค์กรจะต้องสนใจและเริ่มลงทุนเพื่อรองรับต่ออนาคต มีดังนี้

  • Hybrid Cloud โดยมี HCI เป็นเสมือนระบบ Private Cloud ในองค์กร และมีความสามารถในการ Provision ระบบต่างๆ เหมือนบน Public Cloud และย้ายทั้งข้อมูลหรือระบบระหว่างกันได้อย่างง่ายดาย พร้อมการบริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง ซึ่ง Hybrid Cloud นี้เองจะเป็นรากฐานที่ต่อยอดไปสู่การทำ Multicloud ได้ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ต่อยอดมาจากภาพของ Data Fabric ที่ NetApp ผลักดันมาตลอดในหลายปีนี้นั่นเอง โดยนอกจากการจับมือกับบริการอย่าง AWS, Google Cloud Platform และ Microsoft Azure แล้ว NetApp เองก็ยังจับมือกับผู้ให้บริการ Cloud ในไทยด้วย ทำให้สามารถนำเสนอโซลูชัน Hybrid Cloud ที่ระบบทั้งหมดยังอยู่ในไทยได้
  • DevOps ที่หลายๆ ธุรกิจจะเริ่มคุ้นเคยและเริ่มใช้งาน Kubernetes หรือ Container กันอย่างจริงจังไปแล้ว และเริ่มมองหา IT Infrastructure ที่ Optimize ยิ่งกว่าเดิม ตรงนี้เองที่ HCI แบบที่ไม่ใช้งาน Hypervisor จะเริ่มเข้ามามีบทบาท และ NetApp HCI ก็พร้อมตอบโจทย์นี้ได้แล้ว ในขณะที่การบริหารจัดการ Cluster จำนวนมากนั้นก็สามารถรองรับได้ด้วย NetApp Kubernetes Services
  • AI Infrastructure ที่ผสานเอาระบบ Storage ประสิทธิภาพสูง เข้ากับ GPU Server ที่มีพลังประมวลผลสูง ซึ่ง NetApp เองก็ได้จับมือกับ NVIDIA และสามารถนำเสนอโซลูชันที่ใช้ NVIDIA DGX ได้แล้ว
  • Edge Computing การทำ Industrial IoT กำลังกลายเป็นโครงการหลักของหลายๆ ธุรกิจโรงงานและการผลิต การมีโครงสร้างของระบบจัดเก็บข้อมูลที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่าย เพื่อรองรับการประมวลผลตาม Edge โดยตรงนั้นจึงเป็นที่ต้องการ และ NetApp ก็ตอบโจทย์ได้ด้วย NetApp ONTAP Select
  • End-to-End NVMe Storage จะมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเชื่อมต่อระหว่าง Storage และ Server ซึ่งเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลอีก 30% – 50% ใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีแบบเก่าไป

ที่มา: https://www.netapp.com/us/company/news/press-releases/news-rel-20190618-763485.aspx


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sophos ปล่อยฟรีผลิตภัณฑ์ Sandboxie พร้อมเปิดโอเพ่นซอร์ส

Sandboxie เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ส่วน Commercial ของ Sophos ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่แล้วได้มีการตัดสินใจปล่อยให้ดาวน์โหลดได้ฟรี พร้อมประกาศเปิดเป็นโอเพ่นซอร์สในทุกฟีเจอร์แบบไม่มีกั๊ก

AWS เผยบริการ Outposts ที่จะออกปลายปีสามารถรองรับ ECS, EKS, EMR และ Amazon RDS ได้

AWS Outposts หรือบริการ Hardware-as-a-service ที่กำลังจะเข้าสู่สถานะพร้อมใช้งานจริงในเดือนพฤศจิกายนนี้จะสามารถรองรับการใช้งาน Cluster ของ ECS, EKS, EMR และ Amazon RDS ได้