เมื่อองค์กรต้องรับมือกับ Digital Transformation และ Disruptive Technology มาดูกันว่าทางออกในการปรับตัวขององค์กรนั้น ต้องแก้อย่างไร?

ถึงแม้หลายๆ ธุรกิจจะเริ่มดำเนินโครงการด้านการทำ Digital Transformation กันไปบ้างแล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆ วันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะหยุดลง และทุกๆ ธุรกิจก็ยังคงต้องพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจโรงงานและการผลิต ที่ในยุคนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อุตสาหกรรมการผลิต ถูกคุกคามจากประเทศจีนมากขึ้นเรื่อยๆ หลายๆอุตสาหกรรมหากไม่ปรับตัว หรือนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ก็อาจจะต้องเจอภาวะคุกคาม และปิดตัวลงในที่สุด การพร้อมรับมือต่อสิ่งใหม่ๆ นั้น ย่อมหมายถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อตัวธุรกิจเองโดยตรง และแน่นอนเพื่อความอยู่รอดอีกด้วย

Credit: QAD

อย่างไรก็ดี การที่ธุรกิจจะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างยืดหยุ่นนั้น การวางรากฐานการทำธุรกิจให้เป็นระบบนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ทุกการเแปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ นั้นยังคงสามารถเชื่อมผสานและต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้วได้ ประเด็นนี้ทำให้การเลือกใช้งานระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ต่อการใช้งานจริงของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมและแต่ละขนาดนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อปรับให้การทำงานในธุรกิจนั้นๆ มีความเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีข้อมูลสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ

QAD ในฐานะของผู้พัฒนาโซลูชัน ERP สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะมาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้แก่ธุรกิจโรงงานและการผลิตให้มีความยืดหยุ่นสูง เปิดรับต่อโอกาสใหม่ที่จะเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ด้วยโซลูชัน QAD Adaptive ERP ที่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างง่ายดายบน Cloud พร้อมให้นำไปปรับแต่งใช้งานได้ตามความต้องการเฉพาะทางของแต่ละธุรกิจได้ทันที

ทางเลือกในการทำ Digital Transformation มีหลากหลาย ธุรกิจโรงงานและการผลิตต้องเตรียมปรับกลยุทธ์อยู่ตลอด

เหตุการณ์หนึ่งที่ทีมงานของ QAD พบเจอจากเหล่าธุรกิจในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิตทั่วโลกนั้น ก็คือการที่ธุรกิจมีทางเลือกในการทำ Digital Transformation และต่อยอดด้วยนวัตกรรมที่หลากหลายมาก หากธุรกิจหนึ่งๆ จะเลือกทำทุกแนวทางพร้อมๆ กันทั้งหมดก็อาจเป็นไปไม่ได้ทั้งด้วยข้อจำกัดด้านเวลา, งบประมาณ และทรัพยากร ในขณะที่การเลือกทำเฉพาะบางโครงการเอง ก็อาจทำให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสไป

อย่างไรก็ดี แนวโน้มหลักๆ ทางธุรกิจที่ QAD สังเกตได้นั้น ก็คือการเปลี่ยนรูปแบบการผลิต จากเดิมที่มีการผลิตสินค้าชนิดเดิมตายตัวในปริมาณมากๆ ก็มีโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นมาในวงการ 2 โอกาสหลักๆ ได้แก่

  • Anything-as-a-Service (XaaS) การเปลี่ยนจากผู้ผลิตสินค้า ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ เปลี่ยนจากการขายสินค้าเป็นการให้เช่าพร้อมมีบริการเสริม ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนจาก CapEx เป็น OpEx แทน
  • Make to Order at Scale การเปลี่ยนการผลิตจากการมี SKU ที่แน่นอนตายตัว ไปเป็นการรับสั่งผลิตแบบ Customize ตามลูกค้าสั่ง แต่ยังคงต้องผลิตจำนวนมหาศาลได้โดยที่ต้นทุนไม่สูง ทำให้สายการผลิตและการวางแผนการผลิตนั้นต้องมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ด้วยแนวโน้มเหล่านี้ทั้งในเชิงเทคโนโลยีที่มีให้เลือกลงทุนหลากหลาย และเชิงธุรกิจที่เริ่มมีแนวโน้มใหม่ที่ทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตต้องปรับตัว QAD จึงมีวิสัยทัศน์ว่าระบบ ERP ที่ดีสำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตในทุกวันนี้ ต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาต่อยอดได้อยู่ตลอด เพื่อให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และมั่นคงโดยมีระบบ ERP ที่สนับสนุนทุกกระบวนการการผลิตและการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง

QAD Adaptive ERP บริการ Cloud ERP ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะ

Credit: QAD

ถึงแม้เทคโนโลยี Cloud ERP จะเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แต่หากพูดถึงผู้พัฒนาระบบ ERP ที่เป็น Cloud รายแรกๆ นั้น ก็คงหนีไม่พ้นชื่อของ QAD ที่เริ่มเปิดให้บริการ Cloud ERP มาตั้งแต่ช่วงปี 2003 ก่อนที่คำว่า Cloud จะเริ่มเป็นที่รู้จักเสียอีก ซึ่งแนวทางนี้ก็ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากเหล่าธุรกิจโรงงานและการผลิตทั่วโลก ที่ไม่ต้องการดูแลรักษาระบบ IT หรือลงทุนสร้าง Data Center ด้วยตนเอง ทำให้มีทรัพยากรในการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เติบโตมากขึ้นได้

QAD นั้นก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1979 โดยมุ่งเน้นด้านการพัฒนา Software สำหรับการบริหารจัดการภายในธุรกิจโรงงานและการผลิตมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด จนปัจจุบันนี้ QAD ก็ได้กลายเป็นผู้นำสำหรับระบบ ERP ใน 6 อุตสาหกรรมหลักทั่วโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive), อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภค บริโภค (Customer Products), อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage), อุตสาหกรรมสินค้าเทคโนโลยี (High-tech), อุตสาหกรรมหนัก (Industrial) และอุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์การแพทย์ ชีวเวชศาสตร์ (Life Sciences) โดยมีพนักงานมากกว่า 1,900 คน และมีลูกค้ามากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

Credit: QAD

โซลูชัน QAD Adaptive ERP นี้คือโซลูชัน Cloud ERP ล่าสุดจาก QAD ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2019 นี้ ภายใต้แนวคิดของการเป็นระบบ ERP ที่สามารถรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อยอดได้อย่างคล่องตัว ดังนั้นนอกจากโมดูลพื้นฐานที่ตอบโจทย์ธุรกิจโรงงานและการผลิตอย่างเช่น การเงิน, บัญชี, การวางแผนการผลิต, การจัดการ Inventory และ Warehouse, การขาย, การจัดการด้าน Supply Chain ไปจนถึงระบบ Analytics ที่มีให้พร้อมใช้งานแล้ว QAD Adaptive ERP ยังมาพร้อมกับความสามารถในการพัฒนาต่อยอดได้แบบ Low-Code หรือ No-Code ที่ทำให้แผนกต่างๆ ภายในธุรกิจสามารถสร้าง Application ขึ้นมาเชื่อมต่อกับระบบ ERP ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมี Software Developer ภายในองค์กรของตน

ด้วยความสามารถเหล่านี้ QAD Adaptive ERP จึงสามารถช่วยให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถปรับตัวได้อยู่ตลอดอย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องเผชิญกับต้นทุนในการปรับแต่งระบบ ERP ที่สูงอย่างในอดีต และสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบให้สอดคล้องกับกระบวนการการทำงานที่เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงได้ตามต้องการ รวมถึงหากต้องการผสานระบบเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องการนำมาใช้งาน ก็สามารถทำได้โดยง่ายดาย

แสดงผลตามบทบาทของผู้ใช้งาน รองรับการทำงานบนทุกอุปกรณ์ด้วย QAD Adaptive UX

Credit: QAD

อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพัฒนาและใช้งานภายใน QAD Adaptive ERP นี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า QAD Adaptive UX ซึ่งเป็นระบบแสดงผลที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานได้ง่าย โดยผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถมีหน้าจอของระบบ ERP ที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้เหมาะสมต่อบทบาทการทำงานของตนเองได้ ทำให้การใช้งานมีความซับซ้อนน้อย, สวยงาม, เรียนรู้ได้ง่าย และยังทำให้พนักงานแต่ละคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เฉพาะส่วนที่ตนเองเกี่ยวข้อง ลดความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญของธุรกิจจะรั่วไหลสู่ภายนอกลงได้

อีกจุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจคือภายใน QAD Adaptive UX นี้ได้มีการผสานระบบ Data Analytics เข้าไว้ในตัว ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับพนักงานในทุกๆ แผนก พร้อมรองรับการปรับวัฒนธรรมการทำงานสู่ Data-Driven อย่างเต็มรูปแบบได้ทันที

QAD Adaptive UX นี้รองรับการเข้าถึงและใช้งานได้ผ่านอุปกรณ์ทุกรูปแบบด้วยประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น PC, Notebook, Tablet หรือ Smartphone ทำให้ภาคธุรกิจนั้นไม่ต้องเสียเวลาพัฒนาระบบ Mobile Application แยกออกมาอีกระบบ ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละแผนกที่ต้องการเข้าถึงระบบ ERP ผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ตามต้องการ

พัฒนา Business Application ต่อยอดเองบน Low-Code/No-Code Platform ด้วย QAD Enterprise Platform

Credit: QAD

จากการชูจุดเด่นด้านความสามารถในการปรับแต่งและพัฒนาต่อยอดด้วยตนเองได้นั้น QAD จึงได้ผสานนำ QAD Enterprise Platform เข้ามาใช้เป็นหัวใจสำคัญของระบบ ERP ด้วย

แนวคิดของ QAD Enterprise Platform นี้คือการเป็นระบบ Low-Code/No-Code Platform ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาสร้าง Application ตามความต้องการของตนเองเชื่อมต่อกับข้อมูลธุรกิจขององค์กรได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมหรือการออกแบบ Website หรือ Mobile Application มาก่อน ทำให้การต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและต่อเนื่อง ในขณะที่แผนกต่างๆ เองก็สามารถปรับปรุงระบบ Application ที่ตนเองต้องการใช้งานได้เรื่อยๆ

ในมุมของทีมพัฒนาระบบ ERP เองนั้น การใช้งาน QAD Enterprise Platform จะช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ลงเป็นอย่างมาก ในขณะที่เมื่อพัฒนาระบบเสร็จแล้ว การ Deploy Software Version ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้งานนั้นก็สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วกว่าแต่ก่อน อีกทั้งความผิดพลาดหรือบั๊กที่เกิดขึ้นระหว่างการพัฒนานั้นก็ลดลงไปเป็นอย่างมาก และไม่ต้องกังวลกับประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยในการดูแลข้อมูล

ทั้งนี้ ความสามารถของ QAD Enterprise Platform เองนี้ก็จะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจาก QAD Adaptive ERP เองก็พัฒนาต่อยอดจาก QAD Enterprise Platform ด้วยเช่นกัน

โซลูชันอื่นที่น่าสนใจของ QAD

นอกจากเหนือจากโซลูชันหลักอย่าง QAD Adaptive ERP แล้ว QAD เองก็ยังมีโซลูชันย่อยอื่นๆ อีกมากมายพร้อมให้ธุรกิจได้นำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ที่จำเป็นภายในการดำเนินธุรกิจโรงงานและการผลิต เช่น

  • QAD Supplier Portal โซลูชันสำหรับบริหารจัดการการซื้อขายวัตถุดิบและสินค้าจาก Supplier อย่างมีประสิทธิภาพ
  • QAD Cloud EDI โซลูชันสำหรับการแปลงข้อมูลจากระบบ EDI มาเชื่อมต่อกับโซลูชันของ QAD เพื่อให้สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับ Trading Partner ได้อย่างคล่องตัว
  • QAD Automation Solutions โซลูชันสำหรับการจัดการกับวัตถุดิบภายในโรงงานได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกับ RF Scanner, Tablet หรือ Terminal ในสายการผลิตสำหรับป้อนข้อมูลการใช้วัตถุดิบในการผลิต และพิมพ์ Label ต่างๆ ออกมาได้ทันที
  • QAD Enterprise Asset Management (EAM) เป็นโซลูชั่นที่ช่วยให้ระบบการบริหารจัดการ ด้านสินทรัพย์ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆในองค์กร ให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

QAD ยังมีโซลูชันเสริมในลักษณะเดียวกันนี้อีกมากมายภายใต้ QAD Adaptive Applications ที่จะช่วยให้ Workflow ภายในโรงงานนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย พร้อมเชื่อมต่อระบบเข้ามายัง QAD Adaptive ERP ได้ในตัว

ติดต่อ QAD ประเทศไทยได้ทันที

สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตที่ต้องการโซลูชันระบบ Cloud ERP ที่ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะ สามารถติดต่อทีมงาน QAD ได้ที่โทร: 02-202 9369 / 02- 202 9306 หรือ อีเมล์ cbd@qad.com หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ QAD ได้ที่ https://www.qad.com/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง