ชมงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 โดย ARIP: e-Tax Invoice ความจำเป็นใหม่ในธุรกิจยุค 4.0

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือจากกรมสรรพากรและสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) – ARIP ได้จัดงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนทัศนะระหว่างผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสเข้าร่วมงานจึงได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจภายในงานมาให้ทุกท่านได้อ่านกันในบทความนี้

แน่นอนว่าพระเอกของงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019  นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากระบบ e-Tax Invoice ที่กรมสรรพากรเพิ่งออกเกณฑ์ปฏิบัติมาให้ได้ใช้กันอย่างเป็นทางการในปี 2560 แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอและหารือในงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 นั้น ขออนุญาตท้าวความสักเล็กน้อยว่า e-Tax Invoice คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

e-Tax Invoice คืออะไร? มีหน้าตาเป็นอย่างไร

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจย่อมจะคุ้นเคยกันดีกับใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารต่างๆซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงินและการดำเนินการด้านภาษีของบริษัท ดังนั้นเมื่อพูดถึง e-Tax Invoice ก็อาจจะเข้าใจได้ไม่ยากนักว่าเป็นการจัดทำเอกสารเหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์​

ทว่า e-Tax Invoice นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร?​ เป็นไฟล์เอกสารธรรมดาที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ หรือมีรูปแบบเฉพาะเจาะจงโดยเฉพาะ คำตอบก็คือเอกสารเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษี ใบรับ หรือเอกสารอื่นๆ จะมาในรูปแบบของไฟล์ XML ที่ประกอบไปด้วยข้อมูลตามมาตรฐานที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือไฟล์เหล่านี้จะต้องมีลายเซ็นดิจิทัลและ Timestamp กำกับทุกครั้ง เพื่อยืนยันความถูกต้อง ซึ่งลายเซ็นดิจิทัลนี้ก็เป็นข้อความเข้ารหัสที่สามารถนำไปใช้ตรวจสอบผ่าน Public Key ได้ว่ามีการแอบเปลี่ยนแปลงข้อมูลจากต้นฉบับหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและเปลี่ยนเอกสารนั่นเอง

(ภาพ: กรมสรรพากร https://etax.rd.go.th/)

ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจาก e-Tax Invoice & e-Receipts

การจัดทำและส่งต่อเอกสารในรูปแบบกระดาษนั้นผิวเผินอาจเป็นขั้นตอนที่ง่ายและธุรกิจต่างทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วการใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษนั้นมีปัญหาและข้อจำกัดอยู่มาก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ธุรกิจนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ การใช้งาน e-Tax Invoice & e-Receipts จึงจะเข้ามาช่วยธุรกิจใน 4 แง่มุม ดังนี้

  1. ประหยัดงบประมาณและเวลา: การจัดทำ ปรินท์ และส่งใบกำกับภาษีนั้นล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายทั้งด้านเงินและเวลา หากเปลี่ยนมาใช้ในรูปแบบดิจิทัลธุรกิจก็จะสามารถประหยัดทรัพยากรตรงนี้ลงได้
  2. ค้นหาและเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆได้: เมื่อทุกอย่างถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล การค้นหา เรียกดูข้อมูล สำรองข้อมูล และนำข้อมูลจากเอกสารไปใช้ในระบบดิจิทัลอื่นๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการทำ Automation ขั้นตอนการทำงาน ก็จะง่ายขึ้น ซึ่งความสามารถในการส่งต่อไปใช้งานนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งในยุค Digital Transformation
  3. ป้องกันการทุจริต: เพราะเอกสาร e-Tax Invoice & e-Receipts นั้นมีการกำกับด้วยลายเซ็นดิจิทัลทุกครั้ง ธุรกิจจึงหมดห่วงเรื่องการทุจริต เช่น การออกเอกสารซ้ำ หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในภายหลัง
  4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: การเปลี่ยนมาใช้และส่งเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยส่งเสริม Sustainability ซึ่งเป็นหนึ่งประเด็นที่หลายๆองค์กรกำลังโฟกัสอยู่

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า e-Tax Invoice และเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆนั้นมีประโยชน์ต่อธุรกิจ และมีแนวโน้มจะมีการใช้งานมากขึ้นในอนาคต โดยในระบบนิเวศของ e-Tax Invoice นี้จะประกอบไปด้วยผู้เกี่ยวข้องที่หลากหลาย ตั้งแต่ ฝ่ายหน่วยงานของรัฐ​ บริษัทเอกชน ไปจนถึงผู้ที่อยู่ในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับระบบ เช่น นักบัญชี และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และวางระบบ งาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 จึงได้ชวนตัวแทนจากแต่ละกลุ่มมาให้ความรู้และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจไทยก้าวเข้ามาใช้ e-Tax Invoice กันมากขึ้น

บรรยากาศภายในงาน

ภายในงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 บรรยากาศในช่วงเช้าเริ่มด้วยการขึ้นพูดจากคุณขนิษฐา สหเมธาพัฒน์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร กรมสรรพากร ที่ได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาของแนวคิดและระบบ e-Tax Invoice ตั้งแต่เริ่มจนออกมาเป็นเกณฑ์ที่ธุรกิจนำไปใช้ได้

คุณขนิษฐา สหเมธาพัฒน์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร กรมสรรพากร

ต่อด้วยคุณสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA ที่ออกมาอธิบายถึงบทบาทของ ETDA ในการส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งในการร่วมตั้งเกณฑ์ กำหนดมาตรฐาน และออกนโยบายเพื่อความปลอดภัย

คุณสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวถึงบทบาทของ ETDA ในการส่งเสริมและพัฒนา e-Tax Invoice

หลังจากได้ฟังมุมมองของภาครัฐจบไปแล้ว งานก็ได้ดำเนินต่อด้วยการเชิญผู้เกี่ยวข้องกับระบบ e-Tax ในองค์กรขนาดใหญ่อย่างธนาคารกรุงเทพ, SCG และ DTAC มาเล่าถึงมุมมองของตัวเองตั้งแต่การเริ่มต้นวางแผนระบบ การร่วมกำหนดมาตรฐาน การประสานงานระหว่างภาคเอกชนและรัฐ ไปจนถึงปัญหาต่างๆที่แต่ละองค์กรต้องเผชิญและวิธีการแก้ไข โดยระหว่างการพูดคุยผู้ร่วมงานก็ได้มีโอกาสส่งทั้งคำถามและข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานต่างๆ ก่อให้เกิดการหารือและไอเดียใหม่ๆ

ตัวแทนภาคเอกชนร่วมเสวนาในหัวข้อ “Unleash the power of e-TAX, Enhancing the business advantage in the digital world”

ปิดท้ายช่วงเช้ากันด้วยการขึ้นพูดจากคุณพิรดา อิงค์ธเนศ Assistant to CEO, บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) ในหัวข้อ “How to leverage e-Tax invoice in the era of digital trade and finance?” ที่เจาะลึกถึงประโยชน์ของ e-Tax Invoice การนำไปใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ โดยเน้นไปที่การวางรากฐานดิจิทัลให้กับธุรกิจเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะเข้ามาในอนาคต

คุณพิรดา อิงค์ธเนศ Assistant to CEO, บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

ช่วงบ่ายประกอบไปด้วยอีก 2 เซสชั่น ได้แก่ Panel Discussion ที่ได้รับเกียรติจากตัวแทนจากกรมสรรพากร สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย และ Flow Account มาพูดคุยกันเกี่ยวกับกลยุทธ์การเปลี่ยนไปใช้งาน e-Tax การวางแผนระบบ ประโยชน์ที่จะได้รับ การปรับตัวที่องค์กรต้องเผชิญ และความเปลี่ยนแปลงในบทบาทหน้าที่ของวิชาชีพ

เสวนาช่วงบ่ายในหัวข้อ “Agility, Efficiency & Reliability with e-TAX: รวดเร็ว ปลอดภัย มั่นใจ ไปกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์”

จบด้วยการบรรยายจากคุณสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร ที่เป็นเซสชั่นความรู้เกี่ยวกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ลงลึก สร้างความเข้าใจให้ครบภาพเป็นการปิดท้ายงาน

คุณสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร

ธุรกิจจะเริ่มต้นใช้ e-Tax Invoice ได้อย่างไร มีความท้าทายอะไรต้องคำนึงถึงบ้าง?

เมื่อทราบว่า e-Tax Invoice คืออะไร และจะได้ประโยชน์อะไรจากระบบนี้แล้ว หนึ่งคำถามที่ตามมาคือธุรกิจจะเริ่มต้นใช้งานใบกำกับภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างไรได้บ้าง วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือการพัฒนาโซลูชันสำหรับจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบของกรมสรรพากรโดยตรง หรือการใช้บริการประทับลายเซ็นดิจิทัลและ Timestamp ลงบนเอกสารผ่านอีเมล์ที่กรมสรรพากรและ ETDA จัดเตรียมไว้ให้ใช้กันฟรีๆ สำหรับธุรกิจที่ขนาดไม่ใหญ่นัก

ในขณะเดียวกัน อีกหนทางในการเริ่มต้นกับ e-Tax Invoice ที่ทีมงาน TechTalkThai เห็นว่าน่าสนใจและสะดวก คือการใช้โซลูชันที่ Vendor เจ้าต่างๆได้พัฒนาเชื่อมต่อกับระบบของรัฐไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันต่างหาก หรือโซลูชันที่อยู่ในระบบ ERP

โซลูชัน e-Tax พร้อมใช้งานทันที

DataOne เป็นหนึ่งในเวนเดอร์ที่ได้พัฒนาโซลูชันที่เชื่อมต่อกับระบบจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ทำให้ธุรกิจสามารถออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอกนิกส์ในองค์กรได้โดยง่าย เพียงกรอกข้อมูลในฟอร์ม ระบบจะเริ่มจัดทำเอกสาร และส่งเอกสารซึ่งเป็นผลลัพธ์ไปลงลายเซ็นกำกับในระบบกลางของกรมสรรพากร ซึ่ง DataOne พร้อมให้บริการทั้งแบบ On-premise, บนคลาวด์แบบ Subscription, และการเข้าไปพัฒนาระบบเพิ่มเติมจากระบบเดิมที่บริษัทมีอยู่

โซลูชัน e-Tax จาก DataOne (ภาพ: https://www.d1asia.co.th)

ทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพิรดา อิงค์ธเนศ Assistant to CEO ซึ่งได้ให้ความเห็นว่าแม้ในตอนนี้ e-Tax Invoice จะยังมีการใช้งานไม่มากนักเมื่อเทียบกับเอกสารกระดาษแบบเก่า แต่จากแนวโน้มแล้วบริษัทขนาดใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนมาใช้ e-Tax Invoice กันมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งความเปลี่ยนแปลงก็จะมาถึงธุรกิจทุกขนาดโดยปริยาย และหากไม่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ก็อาจเสียโอกาสทางการค้าและต้องแบกต้นทุนแฝงในการจัดทำและจัดเก็บเอกสารกระดาษไปเรื่อยๆ ในขณะที่การแข่งขันในซอฟต์แวร์ e-Tax จะช่วยให้ต้นทุนการจัดทำเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นถูกลงอย่างต่อเนื่อง

คุณพิรดามองว่าประโยชน์ของ e-Tax Invoice ประการที่สำคัญที่สุดการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกใบกำกับภาษี เพราะแม้จะเป็นขั้นตอนที่ธุรกิจทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การดำเนินการแบบ Full Loop นั้นมีความยุ่งยากและความด้อยประสิทธิภาพอยู่มาก รวมทั้งข้อมูลในการดำเนินการทั้งหมดไม่สามารถจัดเก็บและนำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ซึ่งคุณพิรดาไม่ได้มองแค่การดำเนินการในองค์กรอย่างเดียวเท่านั้น แต่มองไปถึงข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ภายใน Supply Chain ด้วย

ใช้ ERP ที่มีระบบ e-Tax Invoice ในตัว

อีกหนึ่งวิธีที่ง่ายที่จะช่วยให้องค์กรออกใบกำกับภาษีดิจิทัลได้อย่าง Seamless คือการเลือกใช้ระบบ ERP ที่รองรับการจัดทำและส่งเอกสารรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 หนึ่งในนั้นคือ ArgoERP – ERP ครบวงจรสัญชาติไต้หวันที่มุ่งเน้นให้บริการธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปในทุกๆ อุตสาหกรรม โดย ArgoERP นั้น ต้องนับว่าเป็น ERP เจ้าแรกๆ ที่พัฒนาระบบเชื่อมต่อ e-Tax มาให้บริการ

ArgoERP ได้มาจัดบูธให้ความรู้เกี่ยวกับระบบ ERP และ e-Tax ในงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019

จากการพูดคุยกับทีมงาน ArgoERP พวกเขามองว่าในอนาคตอันใกล้ ระบบ e-Tax Invoice จะกลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธุรกิจจะมองหาในระบบ ERP เพราะการมีโซลูชัน e-Tax นั้นหมายถึงความสามารถในการนำข้อมูลจาก ERP มาแปลงเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แปลงกลับเป็นข้อมูลได้โดยทันที ซึ่งธุรกิจในปัจจุบันเราทราบกันอยู่แล้วว่าการมีข้อมูลที่ละเอียดหลากหลายขึ้นนั้นอาจหมายถึงประสิทธิภาพในการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ การที่ ERP มีการเชื่อมต่อกับระบบ e-Tax ของรัฐบาล จะช่วยเสริมความมั่นใจของธุรกิจว่าเวนเดอร์มีความพร้อมที่จะพัฒนาและปรับตัวให้เป็นไปตามระบบนิเวศการทำธุรกิจของประเทศนั้นๆ โดยเชื่อว่าในอนาคต เราจะได้เห็น ERP ที่มีระบบ e-Tax Invoice มาพร้อมกันมากขึ้นอย่างแน่นอน

e-Tax Invoice แนะนำ แต่ยังไม่บังคับ

ในการขึ้นบรรยาย คุณสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA ได้แสดงความคิดเห็นที่สรุปสถานการณ์ของ e-Tax Invoice ได้เป็นอย่างดีว่าปัจจุบันนั้น  e-Tax Invoice เปรียบเสมือน Soft Law ที่ยังไม่มีการบังคับใช้กับธุรกิจ แต่มีความพร้อม อนุญาตให้ใช้งานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีเกณฑ์ในการจัดทำและใช้งานอย่างชัดเจน

ด้านการสนับสนุนให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย ผู้เชี่ยวชาญในงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าในเวลานี้คงจะเป็นรูปแบบของการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจผ่านความสะดวกและโครงการอื่นๆทางอ้อมไปก่อน และเมื่อมีธุรกิจเริ่มเข้ามาเชื่อมต่อมากขึ้น บริษัทคู่ค้าของธุรกิจเหล่านั้นก็ย่อมต้องปรับตัวเข้ามาใช้งาน ซึ่งจะส่งผลดีกับทั้งธุรกิจ รัฐบาล และประชาชนคนทั่วไป

ในอนาคต กรมสรรพากรและ ETDA ยังคงมีโครงการดิจิทัลอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่ Thailand 4.0 และร่วมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกไปพร้อมๆ กับการช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศดีขึ้นอีกด้วย

เกี่ยวกับ ARIP

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผู้ให้บริการคอนเทนต์เกี่ยวกับธุรกิจ การตลาด ไอที IT (Information Technology) และ ไอชีที ICT (Consumer Electronics) ที่มีประสบการณ์ทำงานยาวนานมามากกว่า 20 ปี เจ้าของนิตยสารที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่าง COMTODAY, ELEADER, และ Business+ พวกเขาเป็นผู้จัดงาน Commart ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าไอซีทีที่ใหญ่ที่สุดในไทย ตลอดถึงการจัดงานนิทรรศการและสัมมนาต่างๆ เช่นงาน THE THAILAND e-TAX SYMPOSIUM 2019 ในครั้งนี้

ปัจจุบันธุรกิจของ ARIP แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ธุรกิจสิ่งพิมพ์และคอนเทนต์​ ธุรกิจจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมทางการตลาดครบวงจร และธุรกิจสื่อดิจิทัลและสื่ออื่นๆ โดยพร้อมช่วยธุรกิจสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ ไอที และไอซีที

หากท่านใดสนใจศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ ARIP เพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ https://www.aripplc.com/ หรือติดต่อกับทีมงาน ARIP โดยตรงที่ โทร. +66(0)  2642-3400 ต่อ 2501 และอีเมล์ suwisaw@arip.co.th


Check Also

Mirantis เข้าซื้อธุรกิจ Docker Enterprise จาก Docker ขยายฐานตลาด Enterprise Container

Mirantis ได้ออกมาประกาศถึงการเข้าซื้อธุรกิจในส่วนของ Docker Enterprise มาจาก Docker พร้อมฐานลูกค้าอีกกว่า 750 รายของ Docker Enterprise

นักวิจัยพบช่องโหว่ Zombieload Attack Variant ใหม่กับ Intel Cascade Lake

นักวิจัยชุดเดิมที่พบช่องโหว่ Meltdown และ Spectre ได้เผยช่องโหว่ Zombieload Variant ใหม่ (CVE-2019-11135) ที่ส่งผลกระทบ CPU ของ Intel อย่าง Cascade …