Deep Learning + GPU กับการนำไปใช้ช่วยภารกิจเชิงการทหาร

Artificial Intelligence (AI) เองก็ได้เข้าไปมีบทบาทในทางการทหารมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในงาน GEOINT Symposium ที่จัดขึ้นโดย U.S. Geospatial Intelligence Foundation ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงการนำ GPU ไปใช้ประมวลผล Deep Learning ในระบบ AI เพื่อช่วยให้การจำแนกและวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการทหารให้มีความแม่นยำสูงถึง 95% จากเดิมที่เคยทำได้เพียง 70% ในปี 2010

nvidia_DefenseblogJune16Picture1

ด้วยการ Train ระบบ Deep Learning จากการป้อนข้อมูลภาพถ่ายจำนวนมหาศาลเข้าไปเพื่อให้ระบบหัดจำแนกวัตถุต่างๆ ในภาพออกมา พร้อมระบุประเภทของวัตถุเหล่านั้นให้ได้ถูกต้อง ก็จะทำให้การปฏิบัติภารกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรบหรือการกู้ภัยของทหารนั้นมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และช่วยให้การตัดสินใจต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายในเวลาที่จำกัด

ทั้งนี้ในปี 2015 นักวิจัยจาก Microsoft ได้ทำการใช้ GPU ในระบบ ImageNet ทำสถิติการประมวลผลภาพด้วยความแม่นยำ 96% มาแล้ว โดยใช้ Neural Network แบบ 152-layer ทำการจำแนกภาพถ่าย ซึ่งความเร็วในการประมวลผลทั้งหมดนี้ด้วย NVIDIA Tesla M40 GPU นั้นก็ช่วยให้การทำ Deep Learning มีความเร็วในการ Train เหลือเพียง 1 วันเท่านั้น ในขณะที่ Server แบบ Dual CPU จะต้องใช้เวลามากถึง 2 สัปดาห์

ก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการใช้งาน AI สำหรับการทหาร และหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูงเฉพาะทางนั้นคงจะมีเข้ามามีบทบาทกับการพัฒนา AI ขึ้นมาใช้งานเป็นอย่างมากในอนาคตแน่นอน

ที่มา: https://blogs.nvidia.com/blog/2016/06/29/deep-learning-6/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง