Cisco เพิ่มความสามารถในการป้องกันแรนซัมแวร์บน Cisco XDR

Cisco ได้ประกาศเพิ่มความสามารถ Ransomware Detection and Recovery ลงในโซลูชัน Cisco XDR เพื่อช่วยปกป้ององค์กรจากการโจมตีโดยแรนซัมแวร์

Credit: Cisco

Cisco ได้เปิดตัวบริการ Cisco Extended Detection and Response (XDR) เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีการความสามารถในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ Telemetry จากเครือข่ายและอุปกรณ์ในเครือข่ายเพื่อตรวจหาการโจมตีจากภัยคุกคาม ซึ่งการเพิ่มความสามารถในการป้องกันแรนซัมแวร์จะช่วยให้การแพร่กระจายของแรนซัมแวร์ในเครือข่ายเกิดขึ้นได้ยากขึ้น

Cisco XDR จะรองรับการทำงานร่วมกับระบบ 3rd-party มากขึ้น โดยในช่วงเริ่มต้นจะรองรับการทำงานร่วมกับระบบ DataProtect และ DataHawk จาก Cohesity เพื่อช่วยปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร มีความสามารถในการทำ Data Backup และ Data Recovery ซึ่งวิศวกรของ Cohesity จะทำการปรับแต่งระบบ Data Protection Policies แบบพิเศษขึ้นมาเพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับ Cisco XDR ได้อย่างยืดหยุ่น และรองรับการทำ Data Snapshot แบบอัตโนมัติในกรณีที่ถูกแรนซัมแวร์โจมตี

ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ ทีม Cisco Talos Incident Response (IR) ตรวจพบการโจมตีจากกลุ่มแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งความสามารถใหม่บน Cisco XDR นี้จะช่วยยับยั้งจากโจมตีจากภัยคุกคามเหล่านี้ได้

ที่มา: https://siliconangle.com/2023/08/01/ciscos-new-xdr-features-strengthen-cyber-resilience-ransomware/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา Confluent – Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams [16 ก.ย. 2026 ณ St Regis Bangkok]

Confluent ขอเชิญ CIO, CTO, CDO, CAIO, AI Engineer, Data Engineer, Data Scientist, Cloud Engineer, Software Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนา “Confluent - Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams” ณ โรงแรม The St. Regis Bangkok ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026

Samsung ลั่น อุปสงค์ชิปหน่วยความจำจะดันกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 19 เท่า

รายงานผลประกอบการเบื้องต้นที่เผยแพร่โดย Samsung ระบุว่า ยอดขายและราคาของชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุดจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของ Samsung เพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า