Broadcom เปิดตัว MegaRAID Controller รุ่น 9400 รองรับ NVME, SAS, SATA เร็ว 1.7 ล้าน IOPS

Broadcom ได้ประกาศเปิดตัว NVMe/SAS/SATA Tri-Mode SERDES MegaRAID Controller ตระกูล 9400 ที่มีความเร็วสูงถึง 1.7 ล้าน IOPS แล้ว โดยมีจุดเด่นต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

Credit: Broadcom

 

  • รองรับ Interface สำหรับ NVMe (PCIe), SAS, SATA ทั้งแบบ Internal และ External สูงสุด 16 Port โดยแต่ละพอร์ตกินไฟต่ำกว่า 1.1W
  • ใช้ PCIe 3.1 รองรับ x8 PCIe
  • รองรับ Cache ได้สูงสุด 8GB ด้วย DDR4 ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • มีระบบ CacheVault และ CVPMOS ป้องกันกรณีไฟตกหรือไฟดับ
  • รองรับ NVMe ได้สูงสุด 24 ชุด และรองรับ SSD/HDD ได้สูงสุด 1,024 ชุด
  • มี Bandwidth สำหรับ SSD/HDD 12Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows, VMware, Linux (SUSE/RHEL) และ FreeBSD

การ์ด MegaRAID 9400 นี้จะมาช่วยให้ Server สามารถเชื่อมต่อกับ Disk ทั้ง 3 แบบได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้องค์กรสามารถเลือกใช้ Disk ได้ตามต้องการโดยต้องกังวลว่า Server จะรองรับหรือไม่อีกต่อไป โดยการใช้ SERDES นี้ก็ถือเป็นอีกก้าวของ Broadcom ที่ทำให้เทคโนโลยีระบบ RAID Controller ก้าวไปอีกขั้นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าไปดูที่เว็บของ Broadcom โดยตรงที่ https://www.broadcom.com/products/storage/raid-controllers/#tab-span1 แล้ว การรองรับ NVMe นั้นยังคงเป็นแผนในอนาคตเท่านั้น

 

ที่มา: http://www.storagereview.com/broadcom_begins_shipping_its_9400_megaraid_controllers

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft Defender for Endpoint เพิ่มฟีเจอร์แยกอุปกรณ์ที่ถูกโจมตีออกจากเครือข่ายโดยอัตโนมัติ

Microsoft เปิดตัวความสามารถใหม่ใน Defender for Endpoint ที่สามารถแยกอุปกรณ์ที่ถูกบุกรุกออกจากเครือข่ายโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีเคลื่อนย้ายภายในระบบได้ โดยขณะนี้อยู่ในสถานะ Preview

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้