Breaking News
AMR | Sophos Webinar

เมื่อการปกป้องและสำรองข้อมูล อาจป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อองค์กรได้ถึง 50.9 ล้านบาทต่อปี

ในยุคของการทำ Digital Transformation ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ข้อมูลได้กลายเป็นศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจในทุกๆ แง่มุมของทุกๆ อุตสาหกรรมไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนดำเนินกลยุทธ์ของธุรกิจในระยะยาว, การกำหนดทิศทางของผลิตภัณฑ์และบริการ, การสื่อสารและติดต่อลูกค้าผู้ใช้งาน, การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ในตลาด หรือแม้แต่การตัดสินใจเฉพาะหน้าในการผลิตก็ตาม

และเมื่อข้อมูลได้กลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ การสูญหายของข้อมูลนั้นก็ย่อมจะต้องสร้างความเสียหายให้แก่ธุรกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจถึงความร้ายแรงในการสูญเสียข้อมูลไปในระหว่างดำเนินธุรกิจนั้น ทาง Dell EMC จึงได้ทำการสำรวจเหล่าผู้บริหารและผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ภายในองค์กรกว่า 2,200 แห่งจาก 18 ประเทศทั่วโลก พร้อมกับนำเสนอตัวเลขผลสรุปที่น่าตื่นตะลึงเพื่อให้เหล่าองค์กรได้เริ่มเตรียมการรับมือก่อนจะเกิดความเสียหายทางธุรกิจในรายงาน Dell EMC Global Data Protection Index II เอาไว้ดังนี้

Credit: ShutterStock.com

 

การสูญเสียข้อมูลธุรกิจ สร้างความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 50.9 ล้านบาทต่อปีสำหรับแต่ละองค์กร

ในอดีตนั้นการสูญเสียข้อมูลของธุรกิจที่จัดเก็บอยู่ภายในระบบ IT นั้นอาจไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อธุรกิจองค์กรมากนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าข้อมูลสำคัญนั้นยังมีการจัดเก็บอยู่ในรูปแบบอื่นและยังคงสามารถกู้คืนได้อย่างทันท่วงทีด้วยวิธีการต่างๆ แต่ในปัจจุบันเมื่อข้อมูลกลายเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจไปแล้ว การสูญเสียข้อมูลใดๆ ไปนั้นก็ย่อมจะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจโดยตรง

ในการสำรวจครั้งนี้ได้ระบุถึงสาเหตุของความเสียหายหลักๆ 2 ประการ ได้แก่

 

1. ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการสูญเสียข้อมูล และค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูล

นับเป็นความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 31.5 ล้านบาทต่อปีสำหรับแต่ละองค์กร และมีการสูญเสียข้อมูลโดยเฉลี่ยถึง 2.36TB ในการเกิดปัญหาแต่ละครั้ง โดยกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายและปริมาณข้อมูลที่สูญหายด้วยค่าเฉลี่ยสูงสุดนั้นคือการมีระบบสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตจำนวนตั้งแต่ 4 รายขึ้นไปอยู่ภายในระบบ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายทางตรงในกรณีที่ไม่สามารถกู้ข้อมูลใดๆ กลับคืนมาได้แล้ว ก็ยังจะมีค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากความพยายามในการกู้คืนข้อมูลจากระบบสำรองข้อมูลที่มีความหลากหลายและมีความซับซ้อนที่สูงอีกด้วย

ทั้งนี้เมื่อสำรวจต่อไปนั้นก็ปรากฎรายละเอียดในเชิงลึกเพิ่มเติมว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 18% เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่าระบบสำรอองข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นจะสามารถรองรับการสำรองข้อมูลของระบบ IT ที่จะมีเพิ่มเติมในอนาคตได้ ในขณะที่ 10% นั้นคิดว่าระบบสำรองข้อมูลที่มีอยู่จะไม่สามารถตอบโจทย์ใดๆ ในการสำรองข้อมูลในอนาคตได้เลย ส่วนที่เหลือนั้นคิดว่าระบบสำรองที่มีอยู่จะสามารถทำการสำรองข้อมูลได้เพียงบางส่วนในอนาคตเท่านั้น

 

2. ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ระบบล่มโดยเหตุสุดวิสัย

หรือที่เรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Unplanned System Downtime นับเป็นความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 19.4 ล้านบาทต่อปีสำหรับแต่ละองค์กร ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่นับรวมตั้งแต่กรณีที่ระบบล่มแล้วไม่เกิดความเสียหายใดๆ ไปจนถึงระบบล่มแล้วเกิดความเสียหายต่อธุรกิจเกินกว่า 35 ล้านบาทต่อครั้ง โดยมีตัวเลขเฉลี่ยของเวลาที่เกิดขึ้นในการล่มของระบบโดยเฉลี่ยสูงถึง 22 ชั่วโมง และระยะเวลาจะยาวนานยิ่งขึ้นหากภายในระบบนั้นมีโซลูชันจากผู้ผลิตหลากหลายราย

จากความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลภายในองค์กรที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของ Digital Bussiness ในทุกวันนี้ เพราะการลดความเสี่ยงและจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้เหล่านี้จะส่งผลให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายและจำกัดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจได้โดยตรง เรียกได้ว่ากลยุทธ์ในการรับมือกับความเสี่ยงในการสูญเสียของข้อมูลหรือการล่มของระบบด้วยโซลูชันการสำรองและกู้คืนข้อมูลนี้ก็ถือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่เหล่าองค์กรไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป ถือเป็นความแตกต่างครั้งใหญ่จากอดีตที่ระบบสำรองข้อมูลนั้นมักจะถูกมองว่าเป็นการลงทุนอย่างเปล่าประโยชน์หรือสิ้นเปลืองอย่างในอดีตไปอย่างสิ้นเชิง

 

การเลือกใช้ระบบสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียว จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

จากผลสำรวจข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่ายิ่งระบบสำรองข้อมูลมีความซับซ้อนสูง ความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการรับมือกับกรณีข้อมูลสูญหายหรือระบบล่มในแต่ละครั้งก็จะยิ่งสูงตาม เนื่องจากความซับซ้อนของระบบจนผู้ดูแลระบบไม่อาจทำการสำรองหรือกู้คืนข้อมูลระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และโซลูชันจากผู้ผลิตแต่ละรายนั้นไม่สามารถทำงานเพื่อปกป้องข้อมูลร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันการไม่มีระบบสำรองข้อมูลใดๆ เลยนั้นก็จะทำให้ธุรกิจขององค์กรตกอยู่ในความเสี่ยงร้ายแรงเช่นกัน ในขณะที่การใช้เทคโนโลยีสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียวเท่านั้นกลับส่งผลดีต่อองค์กรยิ่งกว่าทางเลือกอื่นๆ ด้วยตัวเลขผลสำรวจดังนี้

  • การใช้ระบบสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียวนั้น เกิดความเสียหายจากการสูญเสียข้อมูลและค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูลเฉลี่ยปีละ 22.3 ล้านบาทต่อปี นับเป็นความสูญเสียที่น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในผลสำรวจ
  • การใช้ระบบสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียวนั้น เกิดการสูญเสียข้อมูลโดยเฉลี่ยปีละ 0.83TB นับเป็นความสูญเสียที่น้อยที่สุดในผลสำรวจ
  • การใช้ระบบสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียวนั้น ทำให้การกู้คืนระบบที่ล่มสามารถทำได้ภายในเวลาเฉลี่ย 19 ชั่วโมง นับเป็นความสูญเสียที่น้อยที่สุดในผลสำรวจ

ซึ่งหากวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการที่แนวทางการลงทุนเหล่านี้ได้ผลในลักษณะนี้ ก็เป็นสาเหตุมาจากการที่ระบบสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียวนั้นสามารถทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์การสำรองข้อมูลและระบบต่างๆ ได้อย่างครบคลุม รวมถึงสามารถกู้คืนได้อย่างง่ายดายด้วยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน และเหล่าผู้ดูแลระบบเองนั้นก็สามารถทำการศึกษาและใช้งานโซลูชันเหล่านี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ข้อมูลสูญหายหรือระบบเกิดล่มไปได้อย่างชำนาญ และส่งผลให้การปฏิบัติงานต่างๆ นั้นเกิดความผิดพลาดน้อย ใช้เวลาน้อย และเกิดความเสียหายและค่าใช้จ่ายโดยรวมน้อยที่สุดนั่นเอง

 

โซลูชันสำรองข้อมูลจากผู้ผลิตเพียงรายเดียว ก็แยกย่อยเป็นหลากหลายเทคโนโลยีตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไป

Credit: Dell EMC

ถึงแม้เนื้อหาข้างต้นจะได้มีการนำเสนอว่าการลดความซับซ้อนในโซลูชันการสำรองข้อมูลลงนั้นถือเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสำรองและกู้คืนข้อมูลต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วโซลูชันจากผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์อย่างหลากหลายเองนี้ก็มีการแบ่งโซลูชันย่อยภายในเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นตัวอย่างของโซลูชันการสำรองและกู้คืนข้อมูลจาก Dell EMC ที่มีความหลากหลายดังนี้

  • Dell EMC Data Domain โซลูชันการสำรองข้อมูลด้วยความเร็วสูง พร้อมเทคโนโลยีในการลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เพื่อให้องค์กรสามารถทำการสำรองข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องในหลักวินาที พร้อมกู้คืนข้อมูลให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุดในยามคับขัน และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลน้อย ทำให้สามารถสำรองข้อมูลได้ด้วยความถี่สูงสุดตามต้องการ
  • Dell EMC Data Protection Suite โซลูชันการสำรองข้อมูลต่อเนื่องในระดับนาที พร้อมความสามารถในการโยกย้ายข้อมูลระหว่างสื่อจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบ File, Database, Application หรืออื่นๆ อีกมากมาย และรองรับการสำเนาข้อมูลระหว่างศูนย์ข้อมูลเพื่อทำ Disaster Recovery ได้ในตัวอย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับการใช้งานภายในองค์กรที่มี Application หลากหลายรูปแบบ และต้องการปรับแต่งระบบสำรองข้อมูลให้เหมาะกับแต่ละราย Application ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับทุก IT Infrastructure ไม่ว่าจะเป็น Physical, Virtualization พร้อมต่อยอดด้วยการสำรองข้อมูลขึ้นไปยังระบบ Cloud ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กรลงได้อย่างมหาศาลในระยะยาว
  • Dell EMC Spanning Backup โซลูชันการสำรองข้อมูลสำหรับองค์กรที่มีการใช้งานบริการ Software-as-a-Service (SaaS) ต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ให้องค์กรสามารถสำรองข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการ Google Apps, Microsoft Office 365 หรือแม้แต่ Salesforce ก็ตาม และสามารถกู้คืนได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเกิดเหตุใดๆ อันไม่คาดฝันก็ตาม
  • Dell EMC Copy Data Management ระบบบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อน ทำให้องค์กรสามารถทำการบริหารจัดการข้อมูลเหล่านั้น ส่งผลให้การใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลทั่วทั้งองค์กรมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงยิ่งขึ้น รองรับต่อการเติบโตในระยะยาวขององค์กรที่นับวันจะยิ่งมีข้อมูลปริมาณมหาศาลเติบโตขึ้นต่อไป
  • Dell EMC ProtectPoint โซลูชันสำหรับเร่งความเร็วในการสำรองข้อมูลให้สูงขึ้นถึง 20 เท่า และกู้คืนข้อมูลได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น 10 เท่า โดยอาศัยการทำงานร่วมกับระหว่างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่มีอยู่ภายในองค์กรร่วมกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำรอง ทำให้เกิดความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และรองรับการสำรองข้อมูลขององค์กรที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้นได้ด้วยการใช้งาน IT Infrastructure ที่มีอยู่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

ด้วยเหตุนี้การเลือกพิจารณาโซลูชันจากผู้ผลิตแต่ละรายเพื่อมองหาระบบสำรองข้อมูลที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการสำรองข้อมูลขององค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้จากภายในโซลูชันเดียวนั้นจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรในปัจจุบัน เพื่อให้เหล่าผู้ดูแลระบบได้ทำความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านั้นและดึงความสามารถของเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างคล่องแคล่วที่สุดนั่นเอง



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] Workforce Transformation สู่ยุค New Normal ด้วย Dell Technologies

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Geton | Dell Webinar เรื่อง “Workforce Transformation สู่ยุค New Normal” พร้อมแชร์กรณีศึกษาจากความสำเร็จในการพลิกโฉมการทำงานสู่วิถีใหม่ (New Normal) ของ …

[Video Webinar] Data Security – Protect Data Where it Lives โดย McAfee

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Exclusive Networks | McAfee Webinar เรื่อง “Data Security – Protect Data Where it Lives” …