Raspberry Pi เปิดตัว Compute Module 3 ราคา 30 เหรียญ เร็วกว่ารุ่นแรก 10 เท่า

Raspberry Pi ออกมาประกาศเปิดตัว Compute Module 3 (CM3) ซึ่งเร็วกว่าโมดูลรุ่นแรกสุดที่เคยเปิดตัวสู่ตลาดถึง 10 เท่า และมี RAM มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า ในราคาเพียง 30 เหรียญหรือราวๆ 1,050 บาทเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว Raspberry Pi ได้ประกาศเปิดตัว CM3 ออกมาด้วยกันถึง 2 รุ่น ดังนี้

Credit: Raspberry Pi
  • Compute Module 3 (CM3) รุ่น Standard ที่ใช้หน่วยประมวลผล BCM2837 ที่ความเร็ว 1.2GHz และ RAM ขนาด 1GB พร้อม eMMC Flash ขนาด 4GB ราคา 30 เหรียญหรือราวๆ 1,050 บาท
  • Compute Module 3 Lite (CM3L) ใช้หน่วยประมวผล BCM2837 และ RAM 1GB เช่นกัน แต่สามารถเชื่อมต่อกับ SD Card ได้ ราคา 25 เหรียญหรือราวๆ 875 บาท
Credit: Raspberry Pi

 
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Compute Module IO Board V3 (CMIO3) สำหรับเปิดให้สามารถเข้าไปพัฒนาโปรแกรมบน Flash Memory หรือ SD Card ของ Module ได้, เข้าถึง Interface ต่างๆ ของหน่วยประมวลผลได้ง่ายขึ้น, มีช่อง HDMI และ USB ให้ใช้ โดยบอร์ดนี้สามารถเชื่อมต่อได้กับทั้ง Compute Module รุ่นแรก, CM3 และ CM3L

ปัจจุบันนี้ทาง NEC ได้เริ่มนำ CM3 ไปใช้งานภายในจอแสดงผลแล้ว

ที่มา: https://www.raspberrypi.org/blog/compute-module-3-launch/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้