ADPT

Raspberry Pi เปิดตัว Compute Module 3+ ราคา 25 เหรียญ เร็วกว่าเดิมมากกว่า 10 เท่า

Raspberry Pi ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Compute Module 3+ (CM3+) ที่ใช้หน่วยประมวลผล ARM ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าเดิมเกินกว่า 10, รองรับ RAM ได้มากกว่าเดิม 2 เท่า และติดตั้ง Flash ขนาดใหญ่กว่าเดิมสูงสุด 8 เท่า ในราคาเริ่มต้นเพียง 25 เหรียญหรือราวๆ 800 บาทเท่านั้น

Credit: Raspberry Pi

นอกจากสเป็คข้างต้นที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นแล้ว CM3+ นี้ยังได้มีการปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังรองรับ Broadcom BCM2837B0 ได้ด้วย ทำให้สามารถทำงานทดแทน CM3 ได้ทันทีทั้งในแง่ของพลังไฟฟ้าและขนาดของอุปกรณ์ โดยหากเทียบกับ Raspberry Pi 3B+ แล้ว ตัว CM3 นี้จะมีความเร็วสูงสุดที่ต่ำกว่าอยู่ที่่ 1.2GHz เท่านั้น ด้วยข้อจำกัดทางด้านพลังงาน

สำหรับราคาเปิดตัวมีด้วยกัน 4 รุ่น ดังนี้

  • CM3+/Lite $25
  • CM3+/8GB $30
  • CM3+/16GB $35
  • CM3+/32GB $40

เดิมทีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม CM1 และ CM3 ถือว่าได้รับความนิยมสูงมากด้วยความยืดหยุ่นของอุปกรณ์และราคาที่ถูก ทำให้เหล่า Maker สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอุปกรณ์ตามที่ตนเองต้องการได้ง่าย อีกทั้งเหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลายรายเองก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองออกมาให้รองรับกับ CM ด้วย การเปิดตัว CM3+ ในครั้งนี้จึงถือว่าน่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว ซึ่งทาง Raspberry Pi ก็จะทำการสนับสนุน CM3+ นี้ไปยาวนานจนถึงมกราคม 2026 ดังนั้นใครที่สนใจจะใช้งานก็สบายใจกันได้ว่ายังมีของผลิตออกมาอีกนานครับ

สำหรับราคานำเข้ามาขายในไทยก็อาจแตกต่างออกไปด้วยปัจจัยต่างๆ ก็ต้องติดตามรอดูกันต่อไปครับ ส่วน Development Kit สำหรับ CM3+ สามารถศึกษาได้ที่ https://www.raspberrypi.org/products/compute-module-development-kit-2/ ส่วน Datasheet จะอยู่ที่ https://www.raspberrypi.org/documentation/hardware/computemodule/datasheet.md ครับ

ที่มา: https://www.raspberrypi.org/blog/compute-module-3-on-sale-now-from-25/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] เพิ่มความคล่องตัว สร้างความมั่นคง และเปลี่ยนให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น ผ่านบริการ Fujitsu Work Life Shift

ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรแต่ละแห่งต้องสามารถดำเนินการ อยู่รอด และเติบโตได้ ไม่ว่าโลกรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรูปแบบเรียนรู้อย่างรวดเร็ว สร้างกลยุทธ์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนทันท่วงที ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความสำเร็จ ซึ่งคุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Fujitsu Work Life Shift หนึ่งในบริการสำคัญที่ช่วยให้ฟูจิตสึสามารถปรับตัว รับมือกับความท้าทาย พลิกโฉมการทำงาน ขับเคลื่อนธุรกิจในยุค New Normal และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ วันนี้ฟูจิตสึพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำ Fujitsu Work Life Shift มาสู่องค์กรในประเทศไทย เพื่อร่วมนำพาธุรกิจไปข้างหน้าร่วมกัน บทความนี้จึงขอสรุปรูปแบบการให้บริการ Fujitsu Work Life Shift เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มองเห็นภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร

[Guest Post] ชูธงเทคโนโลยี HPE GreenLake ติดปีก EHR ให้วงการสาธารณสุข

แม้ความท้าทายในแวดวงสาธารณสุขจะเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานก่อนไวรัสโควิด-19 เห็นได้จากแนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ เช่น โครงสร้างสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก การเพิ่มขึ้นอย่างมากของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน และเบาหวาน การขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งองค์กรอนามัยโลก คาดการณ์ว่า โลกจะขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุขราว 13 ล้านคนภายในปี 2035 หรือค่าเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ความมั่นคงด้านการเงินของระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน