Aruba AP-200 Series: 802.11ac AP ที่ราคาถูกที่สุด

aruba_networks_logo_2

วันนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Next Generation AAA Service with Aruba ClearPass Solution ที่จัดขึ้นโดย Aruba ประเทศไทย ก็เลยขอหยิบหนึ่ง solution น่าสนใจของ Aruba มาเล่าสู่กันฟังครับ เป็น AP แบบ 802.11ac รุ่นใหม่ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา (มาก) ในราคาสบายกระเป๋า นั่นก็คือ AP-200 Series ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งใน AP ที่หลายๆคนสนใจและสามารถจัดหามาใช้งานในออฟฟิศได้นะครับ

Aruba AP-200 Series

AP-200 Series ประกอบด้วย 2 รุ่น คือ AP-204 และ AP-205 ซึ่งหน้าตา ฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ AP-204 ใช้ Antenna ภายนอกจำนวน 2 เสา ส่วน AP-205 จะมี Antenna ติดตั้งอยู่ภายในมาให้ทันที ทั้ง 2 รุ่น เป็น 802.11ac รุ่นเล็ก ขนาดกระทัด ซึ่งมีฟีเจอร์การทำงานจัดเต็มเหมือน 802.11ac AP รุ่นพี่อย่าง AP-220 Series แต่แตกต่างกันตรงที่ AP-200 Series รองรับการรับส่งข้อมูลเพียง 2 Spatial Streams (MIMO 2×2:2) ซึ่งได้ความเร็วสูงสุดที่ 867 Mbps บนคลื่นความถี่ 5 GHz และ 300 Mbps ที่ 2.4 GHz

aruba_ap-200_series

คุณสมบัติเฉพาะของ AP-200 Series

  1. ClientMatch – เทคโนโลยีที่ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่อง Cilent มารวมตัวกันเชื่อมต่อที่ AP เพียงตัวเดียว โดยการเก็บข้อมูลประสิทธิภาพการเชื่อมต่อกับ Client ตลอดเวลา ถ้า Client เริ่มออกนอกช่วงสัญญาณ AP หรือมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขัดขวางการทำงาน ClientMatch จะทำการย้าย Client ให้ไปเชื่อมต่อกับ AP ที่ให้สัญญาณแรงกว่าทันที
  2. Advanced Cellular Coexistence (ACC) – ฟังก์ชันที่ทำหน้าที่ลดการกวนกันของคลื่นสัญญาณระหว่างระบบเครือข่าย 3G/4G LTE และระบบเครือข่ายไร้สายบนคลื่นความถี่ 2.4 และ 5 GHz
  3. AppRF – Next Generation Mobility Firewall หนึ่งเดียวของ Aruba ทำหน้าที่ระบุและควบคุมการใช้งานแอพพลิเคชันของผู้ใช้งานมากกว่า 1,500 แอพพลิเคชัน รวมทั้งสามารถกำหนดลำดับความสำคัญ และจำกัดแบนวิธด์ของแอพพลิเคชันตามผู้ใช้งานได้

เลือกระบบการทำงานได้ 2 แบบ

  1. AP ที่บริหารจัดการโดย Aruba Controller – สามารถตั้งค่าและบริหารจัดการ AP-200 Series แบบรวมศูนย์ผ่าน Aruba Controller ได้ รวมทั้งรองรับการเข้ารหัสข้อมูล, การบังคับใช้นโยบาย, การให้บริการด้านเครือข่าย และการควบคุมระบบเครือข่ายไร้สายทั้งหมด รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ Data Sheet ของ Aruba Mobility Controller
  2. Instant AP ที่ไม่ต้องใช้ Aruba Controller – ในรูปแบบนี้ ผู้ใช้งานเพียงแค่ตั้งค่า Instant AP ตัวหลักเพียงตัวเดียว จากนั้นเชื่อมต่อ Instant AP ตัวอื่นเข้ากับระบบ Instant AP ตัวหลักจะทำหน้าที่กระจายการตั้งค่าไปให้ Instant AP ตัวอื่นในระบบเครือข่ายภายใน 5 นาที

คุณสมบัติของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์

  • รองรับการทำงานแบบ Dual radios บนคลื่นความถี่ 2.4 GHz (300 Mbps) และ 5 GHz (867 Mbps) แบบ MIMO 2×2:2
  • Antenna ติดตั้งภายในจำนวน 4 เสา แบบ Down-tile Omni-directional โดยมีกำลังขยายที่ 4.0 dBi บนคลื่นความถี่ 2.4 GHz และ 6.0 dBi บนคลื่นความถี่ 5 GHz (สำหรับ AP-205)
  • 10/100/1000Base-T Ethernet Port โดยรองรับมาตรฐาน PoE แบบ 802.3af
  • ขนาด 190 x 187 x 57 mm น้ำหนัก 380 g
  • รองรับซอฟต์แวร์ขั้นต่ำ คือ ArubaOS™ 6.4.1.0 และ Aruba InstantOS™ 4.2.0.0

ทาง Aruba ประเทศไทยแง้มๆราคามานะครับว่า ถูกจนน่าตกใจ ราคาพอๆกับ AP-105 ซึ่งเป็น 802.11n ที่เคยขายกันเมื่อปีที่แล้วเลย หรือถ้าใครบอกว่า 802.11ac แบบ MIMO 2×2:2 ความเร็ว 867 Mbps มันเด็กน้อยไป อยากได้สปีดแรงๆแบบ 1.3 Gbps ก็สามารถเลือกใช้งานเป็น Aruba AP-220 Series แทนได้นะครับ (ราคาก็ … สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ)

สุดท้ายนี้ เรามาดู Drop Test สนุกๆ เปรียบเทียบระหว่าง 802.11ac AP ของ Aruba เทียบกับ Cisco กันครับ

ดาวน์โหลด Data Sheet ของ Aruba AP-200 Series

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.arubanetworks.com/products/access-points/200-series/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tenable เปิดตัวความสามารถใหม่ ตรวจจับอุปกรณ์แปลกปลอมที่ถูกติดตั้งในเครือข่ายและบน Cloud ได้อัตโนมัติ

Tenable ผู้นำด้าน Cyber Exposure ได้ออกมาประกาศเปิดตัวถึงความสามารถใหม่ ที่จะช่วยให้ Tenable.sc และ Tenable.io สามารถตรวจจับอุปกรณ์แปลกปลอมที่ถูกนำมาติดตั้งได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นภายในระบบเครือข่ายของธุรกิจองค์กรหรือบน Cloud และทำให้ฝ่าย Security ของธุรกิจองค์กรนั้นสามารถทำการตรวจสอบเชิงลึกไปยังอุปกรณ์เหล่านั้นได้ทันที โดยมีต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

Tenable ขึ้นแท่นผู้นำด้าน Vulnerability Management สามารถตรววจหาช่องโหว่และการตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัยได้มากกว่าคู่แข่งรายอื่น

Tenable ได้ออกมาประกาศถึงผลการวิเคราะห์จาก Principled Technologies ที่ได้ทำการเปรียบเทียบผู้ผลิตโซลูชันทางด้าน Vulnerability Management 3 ราย ได้แก่ Tenable, Rapid7 และ Qualys ซึ่งพบว่า Tenable นั้นรองรับการตรวจสอบช่องโหว่ตาม CVE ได้มากกว่าคู่แข่งถึง 22% และยังตรวจสอบความปลอดภัยในการตั้งค่าได้มากกว่าคู่แข่งถึงเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว

Leave a Reply