7 เหตุผลที่ทำให้ IBM Storage Scale เป็นคำตอบที่ใช่สำหรับงาน Data Lake

ข้อมูลคือแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงไปเลยสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน โดยหลายปีที่ผ่านมาองค์กรจำนวนมากเสาะแสวงหาแนวทางการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนองค์กรในแง่มุมต่างๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในทางปฏิบัติการบูรณาการข้อมูลนั่นไม่ใช่งานง่ายเลย และมักเป็นจุดที่ทำให้โครงการใช้ข้อมูลล้มเหลว

Data Lake เป็นคอนเซปต์การบูรณาการข้อมูลอีกตัวหนึ่ง ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากด้วยคุณสมบัติที่สามารถรองรับกับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ อย่างไรก็ดีการพัฒนาโปรเจกต์ Data Lake ก็มีความท้าทายในหลายแง่มุม ซึ่งในบทความนี้จะขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ 7 เหตุผลที่ท่านควรเลือก IBM Storage Scale เป็นรากฐานของโครงการ Data Lake

Data Lake คือศูนย์รวมข้อมูลกลางที่เก็บรักษาข้อมูลมหาศาลในรูปแบบต่างๆ รองรับทั้งไฟล์ที่มีโครงสร้าง (Structured) ไร้โครงสร้าง (Unstructured) และกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured) โดยจุดเด่นอีกจุดหนึ่งคือต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูลราคาถูก อย่าง Object Storage รวมถึงมีความสามารถในการขยายตัว และไม่กระทบกับโครงสร้างเดิมของข้อมูลอีกด้วย กล่าวคือเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ให้องค์กรนำไปใช้ต่อยอดกับแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น AI และ Analytics เป็นต้น แต่นั่นเป็นเพียงคอนเซปต์ที่องค์กรมุ่งเป้าไว้เท่านั้น เพราะในการปฏิบัติจริงยังมีความท้าทายอีกมากรออยู่

ประการแรก การสร้าง Data Lake ภายในองค์กร จะต้องใช้โซลูชันที่สามารถรองรับโปรโตคอลได้หลากหลาย ดังเช่นคอนเซปต์ที่ Data Lake ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ทุกประเภท

ประการที่สอง ด้วยความที่ Data Lake คือแหล่งรวบรวมทุกข้อมูลภายในองค์กร ดังนั้นโซลูชันที่ท่านจะนำเข้ามาต้องรองรับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาจากทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น On-premise และ Cloud หรือข้อมูลประเภท Stream จากอุปกรณ์มากมาย

ประการที่สาม โซลูชันจะต้องรองรับการขยายขนาด เพราะด้วยแนวโน้มการเติบโตของข้อมูลที่ผุดขึ้นใหม่ตลอดเวลา ในกรณีนี้โซลูชันจะต้องถูกออกแบบมาให้สามารถขยายตัวได้เสมอ และจะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก หากโซลูชันสามารถให้ข้อมูล Metadata ได้ ทำให้ทราบถึงลักษณะของข้อมูล สถานที่จัดเก็บ ปริมาณ เพื่อนำไปใช้วางแผนการปฏิบัติการทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงเทคนิค

ประการที่สี่ โซลูชันจะต้องเปิดกว้างไม่ติดข้อจำกัดในการทำงานร่วมกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลยี่ห้อต่างๆ รวมถึงต้องรองรับมีเดียชนิดต่างๆ ด้วยความเปิดกว้างเช่นนี้จำทำให้องค์กรสามารถเลือกใช้สถานที่จัดเก็บได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถจากซอฟต์แวร์คือตัวเลือกตัวที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้

ประการสุดท้าย Data Lake ไม่ได้กล่าวถึงความสามารถในมุมความมั่นคงปลอดภัยเท่าไหร่นัก แต่เรื่องนี้มักเป็นประเด็นสำคัญเสมอต่อองค์กร ดังนั้นการเลือกโซลูชันเข้ามาใช้ควรคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นหัวข้อหลักด้วย

1.) เทคโนโลยี High Performance Parallel Architecture

เมื่อ Data Lake เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมทุกอย่างเอาไว้ ดังนั้นย่อมมีการเข้าถึงข้อมูลอยู่บ่อยครั้งจากทุกทิศทุกทาง ด้วยเหตุนี้เองอาจก่อนให้เกิดคอขวดในการเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งด้วยเทคโนโลยี High Performance Parallel Architecture จะช่วยให้การอ่านเขียนไฟล์เกิดขึ้นได้พร้อมๆกัน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายการเข้าถึงได้อย่างสมดุลย์ด้วย

credit : IBM

2.) Global Namespace

Data Lake เป็นเพียงแนวทางเชิงคอนเซปต์เท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติจริงโซลูชันต้องถูกออกแบบมาพร้อมกับแนวคิดสำหรับการบูรณาการข้อมูล ซึ่ง Storage Scale มีการมององค์รวมในลักษณะของ Global Namespace ที่ช่วยรวมแหล่งจัดเก็บข้อมูลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้ข้อมูลทั้งหมดสามารถถูกจัดการได้จากที่เดียว ที่สำคัญคือสามารถรองรับปริมาณของข้อมูลได้ถึงระดับ Yottabytes ที่มากเกินพอความต้องการในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังช่วยลดการสำรองข้อมูลหลายชุดอีกด้วย

3.) รองรับ Multi-Protocol

credit : IBM

หนึ่งในความโดดเด่นของ Storage Scale คือความสามารถในการรองรับโปรโตคอลที่ใช้กันในการจัดเก็บข้อมูลอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น File, S3 Object, HDFS, CSI, SMB, POSIX และอื่นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่านี่คือการทลายข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์อย่างแท้จริง รองรับแอปพลิเคชันของงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด และชนิดของมีเดียได้หลายประเภท คละประสิทธิภาพได้ตามความต้องการและต้นทุน รวมถึงตอบโจทย์ Cloud Native ที่มักใช้เทคโนโลยี Container เป็นพื้นฐาน เพื่อความคล่องตัว

4.) Data Tiering

credit : IBM

ผู้ให้บริการคลาวด์ในปัจจุบันได้นำเสนอบริการจัดเก็บข้อมูลไว้หลายตัวเลือก ทำให้สามารจัดการต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า เช่น จัดทำลำดับการเก็บข้อมูลตามอายุหรือความถี่ในการใช้งานด้วย Tape หรือ Cold Storage บนบริการคลาวด์ ซึ่งด้วยความสามารถของโซลูชัน Storage Scale ที่สามารถรองรับมีเดียประเภทต่างๆได้ องค์กรจึงสามารถสร้าง Policy เพื่อให้ตรงกับความต้องการของแอปพลิเคชันได้อย่างอัตโนมัติ เช่น SSD, SAS, Hard Disk Drive, Tape หรือ Cloud Storage 

5.) Software-Defined Storage

IBM Storage Scale คือโซลูชันซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้องค์กรบูรณาการแหล่งจัดเก็บข้อมูลทุกยี่ห้อเป็นส่วนหนึ่งในแผน Data Lake มอบอำนาจในการควบคุมที่แท้จริงสู่มือของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานได้ทั้ง On-premise และ Cloud ตลอดจนการทำงานร่วมกับ Hadoop ได้โดยตรงเพื่อประสิทธิภาพในงาน Big Data ที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลมหาศาล

credit : IBM

6.) Security

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยคือสิ่งที่องค์กรมักถามหาเสมอ ด้วยการที่โลกเข้าสู่ยุคของ Cybersecurity อย่างเต็มตัว คงไม่ดีแน่หากชื่อของธุรกิจท่านจะปรากฏอยู่ในรายชื่อที่ถูกขโมยข้อมูลออกไป ด้วยเหตุนี้เอง Storage Scale จึงได้นำเสนอฟีเจอร์ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลของท่าน เช่น การทำ Immutable หรือ WORM (Write Once Read Many) การเข้ารหัสข้อมูล การทำ Replication ข้ามไซต์ รวมถึงฟีเจอร์ Erasure Coding ที่ช่วยลด Overhead ของการสำรองข้อมูล แต่ยังการันตีว่าจะมีข้อมูลอยู่เสมอ

7.) Metadata

ฟังก์ชันการทำ Data Governance เป็นหัวข้อที่มาแรงสำหรับองค์กร เพราะเป็นเงื่อนไขด้านความมั่นคงปลอดภัยที่จำเป็นต้องทราบว่ามีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง นำไปพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล หรือตอบคำถามของผู้บริหารองค์กรเพื่อจัดสรรงบประมาณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับ Data Lake ที่มีข้อมูลมหาศาล แต่ด้วยฟีเจอร์ Storage Discover ภายใต้ Storage Scale ท่านจะได้รับ Metadata เกี่ยวกับข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ได้ ทำให้องค์กรสามารถเข้าใจภาพรวมของข้อมูลได้นั่นเอง

ความท้าทายของโปรเจกต์ AI, Big Data หรือ Data Lake ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่การเลือกใช้โซลูชันที่ตอบโจทย์กับโครงการเท่านั้น แต่ก่อนที่ริเริ่มแผนการนั้นจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมการมาเป็นอย่างดี เพราะการลงทุนในโครงการเหล่านี้มีมูลค่าไม่น้อย ประเด็นคือองค์กรส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในการมองภาพรวมทั้งในเชิงธุรกิจว่าควรออกแบบแผนอย่างไร รวมถึงในเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับโซลูชันที่จะนำเข้ามาใช้

ด้วยเหตุนี้เองการมีพาร์ทเนอร์ที่ดี มีความพร้อมที่จะเดินเคียงข้างสนับสนุนโปรเจกต์ของท่านให้เกิดขึ้นได้จริงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง G-Able หนึ่งในผู้ให้บริการด้านดิจิทัลแบบครบวงจรมีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในโซลูชันของ IBM เป็นอย่างดี หากเกิดปัญหาขึ้นทีมงานพร้อมให้คำปรึกษากับลูกค้าได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ทีมงานยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญแบบองค์รวมในด้านข้อมูลที่จะให้คำปรึกษาได้ เพราะในทางปฏิบัติแล้วโปรเจกต์ด้าน Big Data และ Data Lake ยังต้องเกี่ยวข้องกับโซลูชันจัดเก็บข้อมูลหลายยี่ห้อ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบ On-premise และ Cloud

G-Able ยังเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจประเภทต่างๆ ทั้ง ธุรกิจการเงิน ภาคการศึกษา โทรคมนาคม และอื่นๆ จึงมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ลูกค้าดำเนินกลยุทธ์ได้สอดคล้องกับแนวทางของธุรกิจ อย่างไรก็ดี Ecosystem ของ AI, Big Data และ Data Lake ไม่ได้หมายถึงแค่การมี IBM Storage Scale เท่านั้นแต่ยังต้องต่อยอดไปถึงการปฏิบัติงานจริงด้วย ซึ่ง G-Able เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญของ NVidia ที่เป็นขุมพลังหลักในด้านนวัตกรรม AI ของโลก ณ ปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น G-Able ยังมีความเชี่ยวชาญทางด้าน AI และ Big Data ที่จะช่วยต่อยอดให้โปรเจกต์ของท่านเกิดขึ้นได้จริง

สนใจโซลูชัน IBM Storage Scale สามารถติดต่อทีมงาน G-Able ได้ที่ contactcenter@g-able.com หรือศึกษาข้อมูลของ G-Able ได้ที่เว็บไซต์ www.g-able.com

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Meta เปิดตัวหน่วยธุรกิจใหม่ Meta Enterprise Platform บุกตลาด AI องค์กร นำโดยอดีต CEO MongoDB

Meta ประกาศจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ชื่อ Meta Enterprise Platform สำหรับให้บริการ AI แก่องค์กร โดยแต่งตั้ง CJ Desai อดีต CEO ของ MongoDB …

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 เร็วขึ้นกว่า 30% และลดต้นทุนต่องานได้สูงสุด 30%

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5.5 โมเดลตัวที่สองในตระกูล Claude 5.5 ที่สร้างผลลัพธ์เร็วขึ้นกว่า 30% และมีต้นทุนต่องานลดลงสูงสุด 30% เมื่อเทียบกับ Claude Sonnet …