เมื่อ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรเข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย ความได้เปรียบในการแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่การลงทุนมากที่สุด แต่อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้ ตัดสินใจ และขยายผลสิ่งที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจได้เร็วที่สุด โดย CFO มีบทบาทสำคัญในการจัดสรรเงินทุน ปลดล็อกต้นทุนเดิม และวางรากฐานด้านข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสร้างขีดความสามารถสำหรับการแข่งขันในยุค AI

การเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างแพร่หลายกำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันของภาคธุรกิจ จากเดิมที่ความได้เปรียบมาจาก “Economy of Scale” หรือการสร้างความได้เปรียบจากขนาดและต้นทุน สู่ “Economy of Speed” หรือการแข่งขันด้วยความเร็ว เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว ตัดสินใจ และขยายผลสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว จึงกลายเป็นขีดความสามารถสำคัญขององค์กร

คุณรวีรัตน์ สัจจวโรดม ประธานบริหารสายงานการเงินและกลยุทธ์ บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE กล่าวว่า บทบาทของ CFO ในยุค AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริหารผลประกอบการหรือควบคุมต้นทุน แต่ต้องมีส่วนสำคัญในการจัดลำดับความสำคัญและจัดสรรเงินทุน เพื่อเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กรให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะการแยกให้ออกว่า ความสามารถใดที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในวันนี้ และความสามารถใดที่ต้องสร้างขึ้นเพื่อให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตได้ในอนาคต
“อย่าเริ่มต้นด้วยการตัดงบด้าน Transformation แต่ให้เริ่มจากการตัดต้นทุนของเมื่อวาน กล่าวคือ ต้นทุนจากกระบวนการและวิธีการทำงานแบบเดิม เพื่อนำเงินทุนกลับมาสร้างขีดความสามารถของวันพรุ่งนี้”
คุณรวีรัตน์กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน องค์กรไม่ควรมองการลงทุน AI และ Digital Foundation เป็นทางเลือกที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากข้อมูลยังกระจัดกระจาย ระบบหลักยังไม่แข็งแรง หรือ Cybersecurity ยังไม่พร้อม การลงทุน AI โดยตัดงบประมาณด้านโครงสร้างอาจเป็นเพียงการทดลองที่ทำให้เทคโนโลยีขาดโครงสร้างรองรับ ขณะเดียวกัน หากองค์กรเลือกชะลอการลงทุน AI เพราะยังไม่เห็น ROI ที่ชัดเจน ก็อาจทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการขับเคลื่อนธุรกิจในวันนี้ แต่กลับจะพลาดโอกาสในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและเติบโตในอนาคต
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









