3 เหตุผล ว่าทำไมองค์กรที่จริงจังกับ AI และ Mission-critical Workload ควรเลือก IBM Power11

โครงสร้างพื้นฐานไอทีของผู้ใช้งานระดับองค์กรไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การลงทุนในแต่ละครั้งต้องมองที่อนาคต ความปลอดภัย และประสิทธิภาพที่คุ้มค่า รวมถึงสามารถสร้างความได้เปรียบในการต่อกับเทคโนโลยีที่เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ในความหมายของการใช้งานระดับองค์กรย่อมหมายถึง Workload สำคัญที่ต้องการความทนทานของระบบสูง และต้องตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนด้วย โดย IBM Power11 คือโซลูชันใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อการนั้น เช่น ความพร้อมใช้งาน 99.9999%, AI Accelerator, ประสิทธิภาพต่อพลังงาน ฯลฯ ในบทความนี้เราจะพูดถึง3 ไฮไลต์สำคัญของ IBM Power11

AI ไม่ใช่แค่กระแสที่ไหลมาแล้วผ่านไป แต่นี่คือจุดเปลี่ยนแห่งโลกเทคโนโลยีที่จะไม่มีวันหวนกลับ นี่คือสิ่งจับต้องได้และไม่ใช่แค่เพียงตัวเลือกสำหรับองค์กร จากสถิติแทบทุกสำนักชี้ว่าผู้นำองค์กรทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับ AI หลายคนกำลังศึกษา หลายคนกำลังแก้ปัญหา และ หลายคนก้าวหน้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม AI ได้นำมาซึ่งความท้าทายด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นคือประเด็นของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในปัจจุบันหลายองค์กรกำลังมองหาการใช้งานแบบ On-premise ที่มี Latency ต่ำ และควบคุมได้มากกว่า

IBM ได้เปิดตัว Matrix Math Accelerator(MMA) ครั้งแรกใน Power10 ซึ่งก็คือการเพิ่มวงจรสำหรับการประมวลผลเมทริกซ์ไว้ใน Power CPU โดยเป็นการเปิดทางให้ CPU สามารถช่วยงาน AI inference ได้ในตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่ง GPU ตลอดเวลา ที่สำคัญคือการอยู่บน die ของ CPU ยังลด overhead ของการเคลื่อนย้ายของข้อมูลและลดการใช้พลังงานอีกด้วย ซึ่งล่าสุดใน IBM Power11 ได้มีการเพิ่มขีดความสามารถและจำนวนวงจรต่อคอร์ CPU ทำให้อัตรา throughput ต่อ watt สูงขึ้น รองรับการคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ได้อย่างแม่นยำขึ้น นอกจากนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง IBM ยังร่วมมือกับ OpenBLAS, PyTorch, และ ONNX เพื่อทำให้ library สามารถเรียกใช้คำสั่งของ MMA ได้

credit : IBM

นั่นยังไม่ใช่ความสามารถขั้นสุดของ IBM Power11 เพราะภายในไตรมาส 4 ของปี 2025 นี้ ผู้ใช้งานยังจะได้พบกับ Spyre AI accelerator หรือการ์ดประมวลผลแยกเพื่อช่วยเหลือในการทำ AI inference workload โดยสถาปัตยกรรมแบบ System on chip(SoC) ขนาด 5 nm อัดแน่นด้วยพลังประมวลผลถึง 32 คอร์ LPDDR5 สูงถึง 128 GB เชื่อมต่อผ่าน PCIe Gen5 ทั้งนี้ในเซิร์ฟเวอร์ Power11 จะรองรับ Spyre AI accelerator ได้สูงสุดถึง 16 ใบ

AI ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐานแต่นี่คือหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับทั้ง Ecosystem ซึ่งในปัจจุบันผู้ออกแบบโครงการ AI มักต้องมองให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องของ ‘ความพร้อมด้านข้อมูล’ โดย IBM เตรียมที่จะนำความสามารถของ watsonx.data หรือ open lakehouse มาสู่การใช้งานกับ Power11 ภายในปี 2025 ด้วยเช่นกัน เพราะ IBM มีแนวคิดที่เชื่อว่า พวกเขาต้องการนำ AI เข้ามายังข้อมูลไม่ใช่การย้ายข้อมูลไปให้ AI 

เชื่อหรือไม่ว่าหัวข้อการอัปเดตซอฟต์แวร์ไม่ใช่เรื่องเล็กๆสำหรับองค์กรเลย มีสถิติจำนวนมากที่รายงานว่าในแต่ละปีองค์กรต้องใช้เวลามหาศาลไปกับกระบวนการนี้ เริ่มต้นตั้งแต่การ ตรวจหาช่องโหว่ ค้นหาผลกระทบและวิธีการแก้ไข ร้องขออนุมัติการทำงาน สุดท้ายคือการลงมือแก้ไขพร้อมตรวจทานปฏิบัติการ ประเด็นคือโปรเซสที่ล่าช้าเหล่านี้ยังประสบปัญหาความผิดพลาดได้ง่ายเพราะต้องอาศัยคนเข้าไปทำงานเป็นส่วนใหญ่

IBM Power11 พูดถึงอัตราความพร้อมในการให้บริการที่ 99.9999% หรือคำสัญญาที่ระบบจะ IBM Power11 จะหยุดชะงักการทำงานได้เพียง 32 วินาทีต่อปีเท่านั้น ก้าวกระโดดมาจาก Power10 ที่ 99.999% โดย 0 Planned Downtime คือปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดคำสัญญาอันยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งภายในมีหลายฟีเจอร์ประกอบกัน ดังนี้

  • Live Kernel/Library Updates ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถแพตช์หรืออัปเดตระบบปฏิบัติการและไลบรารีได้โดยไม่ต้องมีการรีบูตระบบ
  • ด้วยความสามารถของ IBM Concert และ AI บน IBM Concert จะทำให้แพตช์ระบบเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ เพราะมีการเก็บข้อมูลจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์เข้ามาวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อวางแผนกิจกรรมและแพตช์ช่องโหว่ที่มีได้แบบเรียลไทม์
  • ในช่วงระหว่างการอัปเดตความสามารถของ Live Partition Mobility(LPM) ก็สามารถช่วยย้าย Workload ของแอปพลิเคชันให้ไปทำงานต่อไปโดยไม่สะดุด ตอบโจทย์ Compliance ได้อย่างมั่นใจ

ในประเด็นของ Unplanned Downtime จากแรนซัมแวร์ IBM Power11 ที่ทำงานจับคู่กับ IBM Power Cyber Vault จะช่วยตรวจสอบการโจมตีได้ภายในเวลาเพียง 1 นาทีนับจากที่การโจมตีเริ่มขึ้น โดยอาศัยความสามารถในการตรวจจับเหตุการณ์ Data Corruption และ Encryption รวมถึงยังรองรับการทำ Immutable Snapshot เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจโดยไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูก Ransomware โจมตีอีกด้วย

และสำหรับท่านใดที่เคยใช้ IBM Power มาก่อน คงรู้ดีถึงชื่อเสียงด้านความอึดทนทานของระบบที่ IBM ออกมา ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยใน IBM Power11 พวกเขาได้เพิ่มอัตราการทำ Hardware Redundancy ให้เข้มข้นมาขึ้นผ่าน Spare Processor core ที่เข้าไปทดแทนคอร์ที่สูญเสียการทำงานของ CPU Core ได้ รวมไปถึงระบบฮาร์ดแวร์แบบคู่ของ Power Supply, Cooling และ Hardware Management Console(HMC)

credit : IBM

ตัวเลขค่าใช้จ่ายคือโจทย์สำคัญที่มีผลอย่างมากต่อการลงทุนในเทคโนโลยี ผู้บริหารมักจะสอบถามถึงตัวเลข TCO และตั้งคำถามกับไอทีว่าองค์กรจะได้ประโยชน์อะไรจากการลงทุนนั้นๆ หากมองไกลอีกสักนิดหลายองค์กรในปัจจุบันยังพูดถึงเรื่องความยั่งยืน วิธีการประหยัดพลังงาน และ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นด้วย

รู้หรือไม่ว่าด้วย Workload เดิมใน Power9 หรือ Power10 เมื่อย้ายขึ้นมารันบน Power11 จะสามารถยุบรวมเซิร์ฟเวอร์จากเดิม 3 เครื่องเหลือเพียง 1 เครื่องได้ เนื่องจากพลังการประมวลผลของ Power11 มีมากขึ้น นั่นหมายถึงอัตราที่องค์กรสามารถลดการใช้พลังงานในดาต้าเซนเตอร์จากการปล่อยความร้อน อีกด้านหนึ่ง IBM Power11 ยังให้ความคุ้มค่าของประสิทธิภาพต่อกำลังไฟ(วัตต์) ที่จ่ายออกคุ้มค่ากว่าระบบ x86 ถึง 2 เท่า

IBM PowerVM คืออีกหนึ่งโซลูชันเรือธงของผลิตภัณฑ์ IBM Power ที่มีคอนเซปต์การทำ Virtualize ทรัพยากรหรือที่เรียกว่า Logical Partition (LPAR) ได้ลึกถึงฮาร์ดแวร์เหนือกว่าซอฟต์แวร์ Hypervisor ทั่วไปในท้องตลาด โดยผู้ใช้งานสามารถออกแบบการทำงาน IBM Power ให้ทำงานได้หลากหลายพร้อมกัน เช่น ระบบทดสอบและใช้จริง การรันแอปพลิเคชันหลายตัวควบคู่กัน ซึ่ง IBM PowerVM รองรับได้ทั้ง IBM AIX, IBM i, Linux (SUSE, Ubuntu และ Red Hat) นั่นคือต้นทุนที่ลดได้จากพลังของ PowerVM ที่ติดตัวมาแบบพร้อมใช้บน Power11 ด้วยเช่นกัน

ในกรณีที่องค์กรมีการใช้งานซอฟต์แวร์ที่คิดค่าใช้จ่าย(License) ต่อ CPU Core ผู้ใช้งาน IBM Power จะสามารถลดต้นทุนเหล่านี้ได้มากกว่า เช่น Oracle, SAP, Microsoft และอื่นๆ จากการสถาปัตยกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานระดับองค์กรอย่างแท้จริง เช่น Simultaneous Multithreading (SMT)ต่อคอร์ที่ทำได้มากกว่า, Memory Bandwidth ที่มากกว่า, cache ขนาดใหญ่กว่า ประกอบกับการปรับจูนประสิทธิภาพที่เน้นกับการใช้งานระดับองค์กร ต่างกับเซิร์ฟเวอร์แบบ x86 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดความสามารถ SMT ที่ 2 เธรดต่อคอร์เท่านั้น 

Red Hat OpenShift เป็นอีกหนึ่งการทำงานอย่างไร้รอยต่อที่น่าตื่นเต้นบน IBM Power11 ที่ถูกเพิ่มให้ทำงานได้ลึกมากขึ้นเหนือกว่า Power10 นอกจากนี้ด้วยความใกล้ชิดของทั้ง 2 แบรนด์ก็มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมั่นใจ โดยตอบโจทย์สำหรับองค์กรที่เน้นเรื่องการทำงาน Hybrid Cloud หรือการทำงานให้คล่องตัวและคุ้มค่าบนเทคโนโลยี Container ที่ Kubernetes มักเป็นรากฐานของโปรเจ็กต์ AI อีกด้วย นอกจากนี้ท่านยังก้าวสู่เรื่องของ Automation ได้ไม่ยากด้วยความสามารถของ Red Hat Ansible

เครดิตภาพ : ShutterStock

อนาคตของควอนตัมกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ทำให้แผนการลงทุนเซิร์ฟเวอร์ในเวลานี้ต้องมองถึงปัจจัยด้านควอนตัมแล้ว โดยใน IBM Power11 มีความพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานอัลกอริทึมการเข้ารหัสที่ปลอดภัยต่อพลังของควอนตัม(Quantum-Safe Cryptography) ตามมาตรฐานจาก NIST ไว้พร้อมแล้ว ซึ่งเป็นหลายองค์กรได้ถูกบรรจุในแนวทางปฏิบัติทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อป้องกันการเก็บเกี่ยวข้อมูลเพื่อรอให้ควอนตัมมาถึงได้ตั้งแต่วันนี้

จากเนื้อหาที่กล่าวมาข้างต้นทุกท่านคงได้เรียนรู้กับความโดดเด่นของ IBM Power11 กันมาบ้างแล้ว แต่หากต้องประเมินตัวเลขความคุ้มค่าที่สอดคล้องกับแต่ละองค์กร ท่านจำเป็นต้องมองหาพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริงในการให้บริการธุรกิจ ซึ่ง G-Able คือหนึ่งในผู้ให้บริการในโซลูชัน IBM อย่างครบวงจร รวมไปถึงยังมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาในโครงการ AI ตั้งแต่การออกแบบ วางแผน อิมพลีเม้นต์ และการดูหลังขายด้วยเช่นกัน

สนใจโซลูชัน IBM Power11 ติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก G-Able ได้ที่ contactcenter@g-able.com หรือศึกษาข้อมูลของ G-Able ได้ที่เว็บไซต์ www.g-able.com

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ

Omnissa เปิดตัว Workspace ONE UEM 2604 บริหารจัดการ Windows Server ได้แล้ว เพิ่มความสามารถใหม่ๆ มากมาย

Omnissa ได้ออกมาเปิดตัว Release ใหม่ล่าสุด 2604 โดยถือเป็นหนึ่งในการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุด ด้วยความสามารถใหม่ๆ มากมาย ดังนี้