
AI ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่ AI ได้แสดงศักยภาพอย่างแท้จริงจับคู่เข้ากับข้อมูลเฉพาะขององค์กร และนั่นคือธีมหลักของงานสัมมนาใหญ่จะ IBM Solution Summit 2025 ที่ต้องการตอกย้ำภาพของ AI ในระดับองค์กร รวมไปถึงพลังแห่งควอนตัมที่จะเข้ามาเสริมทัพในอนาคตอันใกล้

“AI คือเส้นทางไม่ใช่หมุดหมายปลายทาง และ IBM มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนท่านในทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็น IBM watsonx และ Automation” — คุณ Catherine Mei Lin Lian, General Manager & Technology Leader, IBM ASEAN กล่าวต้อนรับทุกท่าน ในช่วงเปิดงาน
คุณ Catherine ได้ชี้ให้เห็นภาพของ AI ที่กลายเป็นความสำคัญในมุมของผู้นำทางธุรกิจทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคอาเซียนที่มีความก้าวหน้าในการประยุกต์ใช้ AI มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุน หรือสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ โดย IBM พร้อมตอบโจทย์ความต้องการ AI ในระดับองค์กร ด้วยเครื่องมือ ประสบการณ์ และ ทีมสนับสนุน กลับกันลูกค้าก็ได้มอบบทเรียนให้แก่ IBM ด้วยเช่นกัน ซึ่ง IBM พร้อมที่จะทำงานร่วมกันกับลูกค้าทุกราย
จากผลศึกษาสู่การใช้จริง

“หากทุกท่านติดตามเรื่อง AI จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ว่า AI ได้กลายเป็นภาคปฏิบัติไปแล้วในปีนี้ และนี่คือสิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนรอบด้าน โดย IBM ให้ความสำคัญอย่างมากในการผลักดัน AI ในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงธุรกิจองค์กรในประเทศไทยด้วยเช่นกัน” — คุณ Anothai Wettayakorn, Managing Director, IBM Thailand Company Limited กล่าวในช่วง Keynote ของงาน
Generative AI คือสิ่งที่เปิดโลก AI ให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จัก แต่กลับกันมีข้อมูลองค์กรเพียง 1% เท่านั้นที่อยู่ในสารระบบดังกล่าว นั่นคือจุดกำเนิดของ Enterprise AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับข้อมูลของแต่ละองค์กร ซึ่งแนวคิดเบื้องหลังถูกขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดเล็ก ซึ่งให้ผลลัพธ์ได้แม่นยำ รวดเร็ว และใช้ทรัพยากรน้อยกว่าโมเดลขนาดใหญ่ นำไปสู่ความคุ้มทุนได้ง่าย ทั้งนี้ IBM เองเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในการแบ่งปันแบบโอเพ่นซอร์ส โดยสะท้อนได้จากการนำเสนอโมเดล Granite
ปัจจุบันหัวข้อ Agentic AI ยังถูกพูดถึงในวงการ Enterprise AI อย่างหนาหู ซึ่ง IBM watsonx.orchrestrate จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อช่วยจัดการ Agent จำนวนมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่มีความสามารถแบบพร้อมใช้มาให้แล้ว ทั้งนี้องค์กรยังสามารถตอบโจทย์โครงการ AI ได้ผ่าน watsonx.data, .ai และ governance อีกด้วย

Hybrid Cloud เป็นอีกแกนหลักสำคัญที่ IBM ให้ความสำคัญเพราะความเก่งของ AI ขึ้นอยู่กับข้อมูล อย่างไรก็ตามปัจจุบันข้อมูลขององค์กรกระจัดการจายอยู่ใน On-premise และ Cloud นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ Hybrid Cloud จึงตอบโจทย์ในแง่ของการทำงานจริง ซึ่ง Red Hat OpenShift เป็นโซลูชันยอดนิยมที่องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้ ไม่เพียงเท่านั้นดีลการเข้าซื้อ HashiCorp และ DataStax ยังเข้ามาเติมเต็มผู้ใช้งานอย่างครบวงจรทั้งเรื่อง Automation และ ข้อมูล
IBM Watsonx กับการใช้งานจริงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หากพูดถึงระบบสาธารสุขในภาคเหนือของประเทศไทย เชื่อแน่ว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกับคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยโรงพยาบาลสามารถให้บริการประชาชนได้ถึง 1,200 เตียง ทั้งนี้คณะแพทย์ มช. มีปณิธานอันแน่วแน่ในการรับนวัตกรรมใหม่เข้ามายกระดับคุณภาพการให้บริการผู้ป่วยและทำให้ปฏิบัติการทางการแพทย์รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
มีปัจจัยมากมายในระบบการรักษาที่ก่อให้เกิดความซับซ้อน แค่ประเภทของผู้ป่วยก็หลากหลายไม่น้อยแล้ว เช่น ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยรอการผ่าตัด ผู้ป่วยเร่งด่วน เป็นต้น ซึ่งประเด็นคือข้อมูลทางการรักษาของคนไข้รายหนึ่งก็มีข้อมูลไม่น้อย คำถามคือจะทำอย่างไรให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญต่างกันสามารถวิเคราห์ข้อมูลได้รอบด้านมากที่สุด นั่นคือพลังของ watsonx ที่เข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลประวัติการรักษา ผลห้องปฏิบัติการ ทำให้แพทย์วินิจฉัยได้ดีขึ้น ที่โดยปกติต้องใช้เวลานาน รวมไปถึงช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วขึ้น
Asst. Prof. Puwapong Nimkingratana จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังมีความเชื่อมั่นว่า กรณีศึกษาจากทีมแพทย์มช.นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการใช้งาน AI ขยายวงออกไปในสถานพยาบาลหรือศูนย์รักษาที่ห่างไกล เพียงแค่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ดังเช่นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นำร่องไปแล้ว
ถอดบทเรียน AI : จากโฆษณาสู่ความคุ้มค่าที่จับต้องได้ และแนวทางของประเทศไทย

เพื่อตอกย้ำ AI ในภาคปฏิบัติ มิตรผลเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศไทย แม้หลายคนอาจจะรู้จักพวกเขาในภาพของผู้ผลิตน้ำตาลรายหลัก แต่ปัจจุบันมิตรผลยังมีส่วนธุรกิจอีกมากมาย ด้านการผลิตพลังงานและการเกษตร โดยในมุมของ AI ได้ถูกนำเข้ามาใช้เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เช่น ใช้ร่วมกับ IoT ในการติดตามการเจริญเติบโตของอ้อยเพื่อคาดการณ์ผลผลิตและช่วงเก็บเกี่ยว การมอนิเตอร์ระบบหมัก รวมไปถึงปฏิบัติการซ้ำๆเดิม นั่นทำให้พวกเขาเพิ่มผลผลิตที่แปรเปลี่ยนเป็นรายได้ พร้อมกับลดต้นทุนในการปฏิบัติการ ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าอาณาจักรธุรกิจที่มีโรงงานกว่า 70 แห่งนี้ ถูกบริหารจัดการได้ด้วยทีมไอทีเพียงแค่ 15 คน! นั่นคือความอัศจรรย์ของเทคโนโลยี
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์(NARIT) ภายใต้การดูแลของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นแหล่งรวมตัวของนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิของไทยอีกแห่งหนึ่ง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงภารกิจของสถาบัน โดยพวกเขาต้องการเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพราะยังมีความลับของจักรวาลอีกมากที่รอการพิสูจน์ ซึ่งเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้กันอยู่ทุกวันไม่ได้น้อยหน้าประเทศใดในภูมิภาค เช่น กล้องโทรทัศน์เชิงแสงที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย ระบบกล้องแบบรีโมตร่วมกับทีมนักวิจัยนานาชาติ โดย AI สามารถช่วยกลั่นกรองข้อมูลปริมาณมหาศาลให้พวกเขามองเห็นข้อมูลของระบบสุริยะได้ดีขึ้น ซึ่งโจทย์ของทฤษฎีอวกาศนี้ก็เคยนำไปสู่การกำเนิดของเทคโนโลยีสำคัญมาแล้ว เช่น GPS และ WiFi ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ด้วย

การเข้าถึงเทคโนโลยี AI ในธุรกิจไทยยังค่อนข้างล่าช้า ซึ่งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ได้มาเล่าให้ฟังว่า ขณะนี้ตนได้ดำเนินการมาตรการหลายด้านควบคู่กันทั้งการส่งเสริมหลักสูตรพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ผู้คนในทุกสาขาอาชีพซึ่งสำคัญต่อภาพรวมของประเทศเป็นแผนระยะยาว นอกจากนี้ DEPA ยังส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมกับมอบสิทธิพิเศษด้านภาษี รวมถึงการสร้างมาตรฐานด้านราคาบริการดิจิทัลเพื่อการจัดซื้อที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามทุกอย่างเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาจากเงื่อนไขด้านกฏหมาย ซึ่งทาง DEPA แนะนำว่าทุกองค์กรต้องเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีทันที เพราะวันนี้เทคโนโลยีไม่ใช่ทางเลือกแต่คือเรื่องจำเป็น
คงไม่ต้องเท้าความถึง IBM ซึ่งเป็นผู้จัดงานในวันนี้อีกแล้ว เพราะพี่ใหญ่แห่งวงการไอทีของโลกที่ดำเนินธุรกิจมานับร้อยปี ผ่านมาแทบทุกช่วงวัยของเทคโนโลยี โดย IBM ได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วมากกว่าที่เคย โดยปัจจุบันพวกเขาโฟกัสกับหน้าที่หลัก 3 เรื่องที่ถือได้ว่าเป็นรากฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือ AI, Hybrid Cloud และ Quantum ทั้งนี้ IBM มุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดที่สนับสนุนให้ทุกธุรกิจองค์กรในประเทศไทย ก้าวไปกับเทคโนโลยีใหม่ของโลกได้อย่างมั่นคงไม่ตกเทรนด์
เปิดตัว IBM Power11 ความเสถียรที่คุ้มค่า
IBM Power ถือเป็นโซลูชันเรือธงที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในระดับสากล ด้วยการชูโรงในเรื่องของการทำงานที่ไม่มีสะดุด และมั่นคงปลอดภัย โดยเมื่อไม่นานมานี้ทาง IBM เพิ่งจะประกาศเปิดตัว IBM Power 11 ออกมา โดยยังคงตอกย้ำเรื่องประสิทธิภาพ ความพร้อมในการให้บริการ ความมั่นคงปลอดภัยโดยเฉพาะการตรวจจับแรนซัมแวร์ ไปจนถึงมุมด้านนวัตกรรมรองรับงานประมวลผล AI ได้อย่างน่าทึ่ง

โดยหนึ่งในเสียงสะท้อนที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ IBM Power ก็คือเรื่องราวจาก NMB-Minebea Thai Ltd. บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในการผลิตลูกปืนหมุนมอเตอร์ โดยพวกเขามีโรงงานมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก ด้วยทีมพนักงานมากกว่า 1 แสนคน ซึ่งระบบการผลิตและบริการเป็นหัวใจสำคัญที่หยุดไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเลือก IBM Power เพื่อรองรับงานนี้ โดย IBM Power 9 เพียงหนึ่งโหนดสามารถรองรับการบริการในเอเซียของพวกเขาได้เลยทีเดียว และที่น่ายกย่องคือ ช่วงเวลาที่บริษัทเผชิญเหตุแรนซัมแวร์ในส่วนต่างๆ IBM Power กลับไม่ได้รับผลกระทบเลยด้วยซ้ำ ทำให้พวกเขากำลังจะอัปเกรตสู่ Power 11 ในอนาคต
Quantum Computing จะเกิดขึ้นในไม่นานเกินรอ

IBM เป็นหนึ่งในทีมวิจัยผู้บุกเบิกการพัฒนาควอนตัม โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2029 นี้จะเปิดให้ใช้งานเทคโนโลยีควอนตัมของตนได้ผ่านทางไกล เพื่อตอบโจทย์ในการใช้งานให้ได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพื่อการแก้ปัญหาในหลายด้าน เช่น สาขาวัสดุศาสตร์ สาขาเภสัชศาสตร์ หรืองานการวิเคราะห์ความเสี่ยง โดยโดเมนเหล่านี้มักต้องการขีดความสามารถด้านการประมวลผลสูงมาก
ในมุมของควอนตัม คุณ Umut Cikla จากทีม IBM Quantum Safe Research ได้ปูพื้นเกี่ยวกับ 3 คุณสมบัติพื้นฐานของทฤษฎีควอนตัม ดังนี้
- Interference – ผลรวมของสถานะควอนตัมอาจ เสริม หรือ หักล้าง กันได้
- Superposition – Qubit สามารถอยู่ในหลายสถานะพร้อมกัน (เช่น 0 และ 1)
- Entanglement – Qubits หลายตัวมีสถานะที่พัวพันกัน หากทราบค่านึงจะทราบถึงค่าอีกตัวทันที
โดยคุณสมบัติเหล่านี้เองยังทำให้เกิดการประมวลผลที่รวดเร็วเสียจนกระทบกับอัลกอริทึมการเข้ารหัส ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสำคัญทั่วโลกที่ใช้กันมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้มีแนวคิดจากการดักจับข้อมูลไว้เพื่อรอวันที่ควอนตัมพร้อม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ IBM อยากให้ทุกองค์กร เริ่มต้นเตรียมการป้องกันไว้ได้แล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป ซึ่ง IBM เป็นผู้มีบทบาทต่อการพัฒนาอัลกอริทึมที่ต่อต้านการมาถึงของควอมตัม รวมถึงนผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของตนก็มีการบรรจุความสามารถ Quantum Safe เอาไว้แล้วด้วย เช่น IBM Power 10 หรือสูงกว่า
เยี่ยมชมบูธต่างๆ ภายในงาน IBM Solutions Summit 2025
นอกจากเนื้อหาการบรรยายที่น่าสนใจแล้ว ภายในงานครั้งนี้ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีของ IBM จากเหล่าพันธมิตรของ IBM ทั่วไทยอีกด้วย ซึ่งเราก็มีคลิปสัมภาษณ์พูดคุยตามบูธต่างๆ มาให้ทุกท่านได้รับชมกันดังนี้
บทส่งท้าย
ในงานสัมมนาครั้งนี้ IBM ได้ชี้ให้ทุกคนเห็นถึงแนวทาง Enterprise AI ที่ก้าวจากช่วงเวลาแห่งการศึกษาผลกระทบและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สู่การนำมาปฏิบัติใช้จริงในองค์กรต่างๆ ซึ่ง IBM มีพันธกิจสำคัญในการสนับสนุนโครงการ AI ในภาคธุรกิจของประเทศไทย ทั้งนี้โครงการ AI จะสำเร็จได้ย่อมต้องอาศัยความพร้อมทางข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่คล่องตัวด้วย นั่นเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์หลัก ณ ปัจจุบัน คือ AI และ Hybrid Cloud
อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าของ Quantum Computing ที่คืบคลานเข้ามา กลับเริ่มเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อมุมมองด้าน Cybersecurity โดยเฉพาะการเข้ารหัสต่างๆ ซึ่ง IBM ได้แนะนำให้องค์กรต้องเริ่มต้นหาทางป้องกันตั้งแต่ตอนนี้ นอกเหนือจาก 3 เรื่องหลักแล้ว IBM ได้นำเสนอโซลูชันสนับสนุนรากฐานทางธุรกิจอีกมากมายทั้ง IBM Storage, Automation, Observability, Data Analytics, Cybersecurity และอื่นๆ ซึ่งภายในงานมีพาร์ทเนอร์มากกว่า 20 รายที่ยกทัพมานำเสนอเรื่องราวต่างๆได้อย่างสมบูรณ์
รับชมเนื้อหาการบรรยายทั้งหมดย้อนหลังของงาน IBM Solutions Summit 2025
สำหรับท่านที่สนใจรับชมเนื้อหาการบรรยายทั้งหมดภายในงานครั้งนี้ สามารถรับชมได้ที่ https://go.techtalkthai.com/2025/08/ibm-solutions-summit-2025-replays/

TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







