CEO ต้องอ่าน!! 7 การตัดสินใจสำคัญในการทำ Digital Transformation

ธุรกิจต่างก็ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ในแต่ละยุคสมัย และในปัจจุบัน คงไม่มีการปรับตัวใดสำคัญไปกว่าการนำเทคโนโลยีที่นับวันก็ยิ่งมากความสามารถขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย McKinsey บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชื่อดังจึงเขียนบทความเล่าถึง 7 การตัดสินใจสำคัญของ CEO ในการทำ digital transformation มาให้เราได้อ่านกัน

หลายบริษัทมีความพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทีม หรือสร้างแอปพลิเคชั่น แต่หนึ่งปัญหาใหญ่ที่พวกเขายังต้องเผชิญคือระบบเก่าๆที่ยังคงอยู่ที่เดิม หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ core ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสร้างคุณค่า พนักงาน ระบบการทำงาน หรือเทคโนโลยีที่ใช้ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ก็อาจเป็นได้แค่การเปลี่ยนแปลงผิวเผินเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงดิจิทัลนั้นต้องการการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะจาก CEO การตัดสินใจเหล่านี้เป็นการตัดสินใจที่ยาก เกี่ยวข้องกับการ trade-off ใหญ่ๆหลายอย่างที่อาจจะทำให้อยากจะลืมๆมันไปเสีย แต่การที่ธุรกิจสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งใดที่สำคัญต้องทำ และต้องทำอะไรก่อนหลัง จะช่วยให้ digital transformation นั้นมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้น

การตัดสินใจครั้งสำคัญเหล่านี้ McKinsey แบ่งเป็น 4 ช่วง และมีด้วยกันทั้งหมด 7 ข้อ

ตั้งเป้าหมายของธุรกิจ

การตัดสินใจที่ 1: ธุรกิจกำลังจะเดินหน้าไปที่ไหน

การกำหนดทิศทางของธุรกิจนั้นแทบจะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ ใช้เทคนิคข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อศึกษาตลาด, เศรษฐกิจ, demand และ supply ที่ผ่านมาไปจนถึงการประเมินสถานการณ์ในอนาคต การเปลี่ยนแปลงส่วนมากที่เกิดขึ้นเป็นการใช้ข้อมูลมาช่วยเปลี่ยนแปลง customer experience ให้ดีขึ้น ธุรกิจอาจนำเคสเหล่านี้มาเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียที่ช่วยกำหนดทิศทางของธุรกิจเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น CEO ควรมีภาพในใจจาก”จินตนาการ”ว่าธุรกิจควรจะเปลี่ยนไปในทางไหน ลองคิดว่าธุรกิจจะเป็นอย่างไรหากมีใช้การระบบดิจิทัลในทุกขั้นตอน ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นประตูสู่การค้นพบคุณค่าใหม่ๆที่ธุรกิจอยากนำเสนอแก่ลูกค้า

วางแผนสำหรับ Digital Transformation

การตัดสินใจที่ 2: ใครจะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง

นอกเหนือจาก CEO ที่ต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงนี้ องค์กรจำเป็นที่จะต้องมีทีมผู้บริหารที่ทุ่มเทให้กับการเปลี่ยนแปลง คนกลุ่มแรกที่จะถูกนึกถึงคือผู้มีความรู้ความสามรถในด้านดิจิทัล แต่ต้องไม่ลืมว่า digital transformation จะส่งผลกระทบต่อคนทั้งองค์กร ฉะนั้นก็อาจจะเป็นการดีหากมีผู้รับผิดชอบจากหลายๆส่วนร่วมทีมผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อช่วยให้ทีมมีมุมมองที่หลากหลายและความเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง

การตัดสินใจที่ 3: จะขายไอเดียการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ย่อมต้องมีการสื่อสารที่ดีถึงวิสัยทัศน์และเหตุผล CEO ควรตระเตรียมข้อความที่จะสื่อสารกับทั้งภายนอกองค์กรและกับพนักงานในบริษัทเอง รวมถึงวางแผนเกี่ยวกับระยะเวลาและความถี่ในการสื่อสาร การสื่อสารที่ดีจะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปได้ด้วยดี รวมทั้งลดแรงกดดันที่มีต่อบริษัทระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้

การตัดสินใจที่ 4: ธุรกิจจะใช้ประโยชน์จากตรงไหนใน digital ecosystem ได้บ้าง

ปัจจุบันมี ecosystem และทรัพยากรราคาไม่แพงมากมายที่ช่วยให้ธุรกิจหน้าใหม่สามารถเข้ามาแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ ในทำนองเดียวกัน องค์กรที่ตั้งขึ้นมานานแล้วย่อมสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ได้ คำถามที่ CEO ต้องตอบให้ได้คือส่วนใดบ้างในทรัพยากรเหล่านี้ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของธุรกิจ และจะนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้อย่างไร มากแค่ไหน และคำตอบและการตัดสินใจที่ได้นั้นควรผ่านการคำนึงถึง asset ที่สำคัญของธุรกิจเช่นข้อมูลของลูกค้าด้วย

การตัดสินใจที่ 5: จะตัดสินใจอย่างไรระหว่างการเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะวางแผนอย่างดีเยี่ยมแค่ไหน เรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ CEO และทีมบริหารจึงจำเป็นจะต้องวางแผนในการควบคุม ติตตาม ส่งต่อปัญหา และตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ไว้อย่างเป็นระบบด้วย นอกจากนี้ CEO ควรติดตามความคืบหน้าของการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนเผื่ออุปสรรคที่ไม่ได้คาดถึงมาแต่แรก

ปฏิบัติตามแผน digital transformation รับมือกับสิ่งใหม่ๆและการปรับเปลี่ยน

การตัดสินใจที่ 6: จะโยกย้ายงบประมาณไปในส่วนต่างๆอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

การจัดการทรัพยากรเป็นเรื่องที่ CEO ต้องทำอยู่ตลอด ทว่าการจัดการทรัพยากรในช่วง digital transformation นั้นมีลักษณะที่แตกต่างออกไปบ้างและต้องการความรวดเร็วมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ CEO ที่ต้องตัดสินใจว่ากระบวนการโยกย้ายทรัพยากรควรเป็นไปในรูปแบบใด

โดยปกติแล้วการจัดสรรงบประมาณในบริษัทจะทำขึ้นเป็นรายปี แต่เมื่อมี digital transformation อาจมีความจำเป็นที่ต้องย่นระยะเวลาลงเป็นรายไตรมาสหรือรายเดือน หนึ่งในวิธีที่อาจนำไปใช้ได้คือการให้ทีมบริหารทำตัวเป็นนักลงทุนในโปรเจคต่างๆ เพื่อที่จะสามารถถอนทุนจากโปรเจคที่ไม่คืบหน้าและนำมาลงทุนในโปรเจคที่กำลังไปได้ดีได้ เช่นใน digital transformation นั้นมักก่อให้เกิดการตัดงบประมาณจากระบบ legacy ทั้งหลายเพื่อนำงบมาใช้ในโปรเจคหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ

ลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง

การตัดสินใจที่ 7: จะทำอะไรตอนไหนดี

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนั้นมีอัตราการล้มเหลวมากกว่า 70% แม้จะมีความตั้งใจที่ดี แต่การจัดลำดับผิดพลาดอาจทำให้เสีย momentum ในการเปลี่ยนแปลงและทำให้มันล้มเหลวได้ CEO ต้องเป็นผู้ตัดสินใจวางลำดับให้เกิด momentum ในลักษณะที่ความสำเร็จในแต่ละ action สามารถสร้างรายได้หรือลดค่าใช้จ่ายได้จริง เพื่อที่จะนำส่วนที่ได้มานั้นไปใช้ใน action ถัดไป

แน่นอนว่าในการจัดลำดับนั้นจะต้องมีการตั้งเกณฑ์ในการวัดผลตอบแทนของแต่ละ action ที่เกิดจากการนำปัจจัยต่างๆทางด้านทรัพยากรและธุรกิจมาคิดอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนที่เข้าสู่ความสำเร็จของ digital transformation อย่างสม่ำเสมอ

 

ที่มา: http://www.mckinsey.com/business-functions/digital-mckinsey/our-insights/the-seven-decisions-that-matter-in-a-digital-transformation



About PRY

Check Also

Avast เข้าซื้อกิจการ Piriform ผู้พัฒนา CCleaner

Avast ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Piriform ผู้พัฒนา CCleaner ระบบ System Cleaner ชื่อดังที่สามารถใช้งานได้บนทั้ง Desktop และ Mobile

Oracle ประกาศจ้าง Sales เพิ่ม 1,000 คน รุกตลาด Cloud ระดับองค์กรนอกสหรัฐอเมริกา

ตลาด Cloud สำหรับองค์กรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ Oracle ก็ออกมาตอบรับด้วยการประกาศจ้าง Sales เพิ่มอีกจำนวน 1,000 ตำแหน่งนอกสหรัฐอเมริกา สำหรับขยายฐานผู้ใช้งานบนริการ Cloud ในระดับองค์กร