ในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก ไม่เพียงแต่นำเทคโนโลยีมาใช้กับลูกค้า แต่ยังเริ่มนำมาใช้ในกระบวนการคัดเลือกบุคลากร ล่าสุดมีการทดลองนำร่องให้ผู้สมัครใช้งาน AI Assistant ภายในที่ชื่อว่า Lilli ระหว่างการสัมภาษณ์ เพื่อวัดทักษะการทำงานร่วมกับ AI ที่สะท้อนโลกการทำงานจริง

การทดสอบนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ผลลัพธ์คำตอบสุดท้าย แต่เป็นการประเมินกระบวนการคิดของผู้สมัครที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรด้านบริหารธุรกิจในการใช้งานเทคโนโลยี โดยผู้สมัครจะต้องใช้ Lilli เพื่อช่วยวิเคราะห์กรณีศึกษา และปรับแต่งข้อสรุปต่าง ๆ โดยสิ่งที่ McKinsey ต้องการเห็นจากผู้สมัครในรูปแบบใหม่มีดังนี้
- Prompting Skill: ความสามารถในการป้อนคำสั่ง หรือ Prompt เพื่อดึงศักยภาพของ AI ออกมา
- Curiosity & Judgment: ความอยากรู้อยากเห็นและวิจารณญาณในการนำผลลัพธ์ที่ได้จาก AI มาตรวจสอบ ท้าทายข้อมูล และปรับบริบทให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไม่ใช่การเชื่อข้อมูลดิบที่ AI ส่งออกมาทันที
โครงการนำร่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ทักษะการใช้งาน AI กำลังกลายเป็น Core Competency ของพนักงานระดับ Junior Consultant ซึ่งหากการทดสอบนี้ประสบความสำเร็จ McKinsey มีแผนจะขยายการใช้งานไปยังผู้สมัครทุกคนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
Bob Sternfels ซีอีโอของ McKinsey เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมี AI Agents กว่า 20,000 ตัว ทำงานร่วมกับพนักงานที่มีอยู่ 40,000 คน และตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวน Agent ให้มีอัตราส่วน 1:1 กับพนักงานมนุษย์ภายใน 18 เดือนข้างหน้า สิ่งนี้สอดคล้องกับแผนการลดขนาดพนักงานในส่วนที่ไม่พบปะลูกค้าลงเพื่อสะท้อนประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเกณฑ์การคัดเลือกที่เปลี่ยนไป จากในอดีตผู้สมัครที่จบสายศิลปศาสตร์อาจถูกให้ความสำคัญน้อยกว่าสายอื่น แต่ในยุค AI คนกลุ่มนี้กลับมีความได้เปรียบในเรื่อง Novel Thinking หรือกระบวนการคิดรูปแบบใหม่ ๆ ที่สามารถเติมเต็มข้อจำกัดของ AI ซึ่งมักจะไม่สามารถก้าวกระโดดทางตรรกะแบบมนุษย์ได้
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






