รู้จัก 6 โซลูชัน Smart Manufacturing จาก Huawei ที่จะช่วยให้โรงงานก้าวสู่การเป็น Manufaturing 4.0

หากขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจด้านการผลิตและโรงงานแล้ว ประเทศจีนก็ถือเป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกต้องจับตามอง และแน่นอนว่าเมื่อเทรนด์ทางด้าน Manufaturing 4.0 ได้ก้าวเข้ามาสู่ตลาด การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบรับต่อการผลิตแห่งอนาคตเองก็ย่อมต้องเกิดขึ้นตามมา ในบทความนี้จะแนะนำ 6 โซลูชันทางด้าน Smart Manufacturing จาก Huawei ให้ทุกท่านได้รู้จักเป็นแนวทางการการวางแผนสำหรับธุรกิจการผลิตและโรงงานกันดังนี้ครับ

 

Credit: Huawei

 

1. E-Commerce บน Public Cloud: เชื่อมโยงผู้ผลิตเข้ากับผู้บริโภคโดยตรง เปลี่ยนการผลิตให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันธุรกิจการผลิตและโรงงานนั้นจะรับบทบาทเพียงแค่การผลิตและจัดจำหน่ายอย่างเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว แต่การสร้างช่องทางการขายทั้งแบบ Online และ Offline ควบคู่กันไปนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจการผลิตอยู่รอดไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าธุรกิจยานยนตร์ที่การเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าให้ได้นั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้โดนใจลูกค้าให้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากการรวบรวมข้อมูลของลูกค้าผ่านทางระบบ Internet of Things (IoT) แล้ว การมีช่องทางหน้าร้าน E-Commerce นั้นก็ถือเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ได้มาทั้งข้อมูลความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าพร้อมๆ กับการเพิ่มยอดขาย

 

Credit: Huawei

 

Huawei นั้นมี Partner ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี E-Commerce อยู่มากมาย อีกทั้งบนบริการ Cloud ของ Huawei เองก็ยังมีระบบ Big Data Analytics ที่มีความจำเป็นต่อการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าด้วยการต่อยอดไปสู่การทำ Machine Learning และ Deep Learning ได้ ทำให้การติดตามและทำนายแนวโน้มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้านั้นสามารถเป็นจริงขึ้นมาได้

ในขณะเดียวกัน ช่องทาง E-Commerce ในแบบออนไลน์นั้นยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตจากเดิมที่ต้องผลิตไปก่อนแล้วค่อยขาย สู่การกลายเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าและปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้ตรงต่อความต้องการตามที่ลูกค้าระบุมาได้เลย ในขณะเดียวกันลูกค้าเองก็สามารถเข้าถึงระบบ Simulation ต่างๆ ก่อนที่จะสั่งผลิตสินค้าจริงๆ ขึ้นมาได้ เป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การซื้อสินค้าราคาแพงทั้งในฝั่งของผู้ซื้อและผู้ขายในเวลาเดียวกัน

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://e.huawei.com/en/solutions/industries/manufacturing/individual-requirements/e-commerce

 

2. Collaborative R&D: วิจัยและออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกันโดยวิศวกรทั่วโลกผ่าน Cloud

โดยทั่วๆ ไปแล้วการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางด้านเครื่องจักรหรือยานยนตร์นั้นมักจะแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วย CAD/CAE ซึ่งโดยทั่วไปนั้นมักมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ของ Software ที่มีราคาแพง และการต้องลงทุุน Hardware กระจายตามสาขาต่างๆ ทั่วโลกทำให้มีค่าใช้จ่ายโดยรวมสูง
  • ระบบ Simulation ที่ต้องมีทั้งข้อมูลปริมาณมหาศาลไปจนถึงพลังประมวลผลระดับสูง การมี IT Infrastructure เพื่อรองรับระบบดังกล่าวกระจายอยู่ทั่วโลกย่อทำให้ค่าใช้จ่ายสูงตามมา
  • การทำงานร่วมกันของแผนก R&D ทั่วโลกที่ต้องมีการแบ่งปันข้อมูลการทดสอบผลิตภัณฑ์ หรือการประสานงานร่วมกันต่างๆ ทำให้องค์กรต้องลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ค่อนข้างมาก

 

Credit: Huawei

 

Huawei นั้นได้มองประเด็นปัญหาเหล่านี้เป็นโจทย์ที่ต้องการแก้ไขเพื่อให้การออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการดูแลรักษาที่คุ้มค่าขึ้น จึงได้นำเทคโนโลยี Cloud เข้ามาตอบโจทย์ เพื่อเปลี่ยนแปลงการทำงานในส่วนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ดังนี้

  • นำระบบ CAD/CAE ทั้งหมดขึ้นมารวมศูนย์บน Cloud ให้ทำการเข้าถึงได้ผ่าน Virtual Desktop Infrastructure (VDI) จากอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ และประมวลผลบน Cloud เลย ทำให้สามารถลดปริมาณลิขสิทธิ์ลงได้ และใช้พลังประมวลผลได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง
  • นำแนวคิด DevOps เข้ามาจับกับระบบ Simulation ทำให้การทำ Simulation ใดๆ ในธุรกิจกลายเป็นแบบ Self-Service และปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามแนวคิดของ Agile Development อีกทั้งเหล่านักพัฒนาระบบ Simulation เองก็สามารถทำงานได้จากสาขาใดๆ ทั่วโลกเพื่อช่วยเหลือกันและกันได้เสมอ
  • นำเทคโนโลยี IoT เข้ามาช่วยจับข้อมูลทั้งในส่วนของการทดสอบผลิตภัณฑ์และการใช้งานจริงของลูกค้า และส่งข้อมูลขึ้นไปจัดเก็บเอาไว้บน Cloud ทำให้เหล่านักวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องจากบน Cloud โดยตรง ไม่ต้องกังวลกับการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่างกันอีกต่อไป
  • มี Template สำเร็จรูปเพื่อให้แผนกและโครงการต่างๆ ภายในธุรกิจสามารถนำไปใช้เพื่อเริ่มต้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระงานของแผนก IT ในการตั้งระบบใดๆ ลงไปเป็นอย่างมาก

 

Credit: Huawei

 

Credit: Huawei

 

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://e.huawei.com/en/solutions/industries/manufacturing/design-simulation/collaborative-rd-cloud

 

3. SAP HANA: วางแผนการผลิตและวิเคราะห์ธุรกิจด้วยข้อมูล

SAP HANA นั้นได้กลายเป็นระบบมาตรฐานสำหรับเหล่าธุรกิจที่ต้องการต่อยอดระบบ ERP ภายในองค์กร สำหรับรองรับการเติบโตด้วยข้อมูลธุรกิจปริมาณมหาศาล และการเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น IoT, AI, Machine Learning หรือแม้แต่ Blockchain ไปแล้ว รวมถึงภาคการผลิตและโรงงานชั้นนำจำนวนมากนั้นต่างก็เลือกใช้ SAP HANA เป็น Platform สำหรับการจัดเก็บข้อมูลภายในองค์กรทั้งสิ้น

 

Credit: Huawei

 

Huawei นั้นตอบรับต่อกระแสนี้ด้วยการมีโซลูชันทางด้าน Hardware Platform ที่ได้รับการรับรองจาก SAP เป็นจำนวนมาก สามารถรองรับได้ทั้งการเพิ่มขยายแบบ Scale-up และ Scale-out อีกทั้งยังมีหน่วยความจำสูงสุดได้มากถึง 64TB เลยทีเดียว พร้อมจุดเด่นด้านการเลือกใช้ PCIe SSD พร้อมกับการเชื่อมต่อเครือข่ายด้วย 56Gbps Infiniband ที่ทำให้ Latency โดยรวมของระบบต่ำลงไปถึง 15% และยังมี Bandwidth สูงกว่าระบบอื่นๆ ถึง 20% อีกด้วย

นอกจากระบบ Hardware แล้ว ทาง Huawei เองก็ยังมีบริการ Cloud ที่รองรับได้ทั้ง SAP HANA ONE และ SAP HANA Enterprise Cloud เพื่อเป็นทางเลือกให้เหล่าธุรกิจที่มีหลากหลายสาขากระจายอยู่ทั่วโลกสามารถเลือกใช้ SAP HANA บน Cloud และเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลาในโลกโดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Dowtime อีกต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://e.huawei.com/en/solutions/business-needs/data-center/sap-hana

 

4. Wireless Smart Factory: เชื่อมต่อทุกเครื่องจักรเข้ากับระบบ IT และ Cloud ก้าวสู่การผลิตแบบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์

ในส่วนของสายการผลิตของโรงงานนั้น หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเร่งปรับปรุงในปัจจุบันนี้ก็คือระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อใช้เชื่อมต่อเครื่องจักร, อุปกรณ์ IoT และระบบ IT ทั้งหมดเข้าด้วยกัน เตรียมรับมือการมาของยุคการผลิตด้วยเครื่องจักรและหุ่นยนต์ทั้งหมดที่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำด้วยข้อมูลและ AI โดยที่มนุษย์นั้นทำการควบคุมภาพรวมของระบบจากระยะไกลเท่านั้น

 

Credit: Huawei

 

แน่นอนว่าเพื่อให้การปรับเปลี่ยนสายการผลิตและการดูแลรักษาเครื่องจักร์หรือหุ่นยนต์เป็นไปได้อย่างง่ายดายที่สุด การเลือกใช้เครือข่ายไร้สายนั้นก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว เพราะทำให้การปรับเปลี่ยน Layout ภายในโรงงานนั้นสามารถเกิดขึ้นได้หากจำเป็นด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และยังรองรับการเพิ่มอุปกรณ์ IoT ใหม่ๆ เข้าไปในสายการผลิตได้อย่างคล่องตัวต่อเนื่อง เพื่อใช้ตรวจจับสัญญาณหรือข้อมูลใดๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการผลิตได้

Huawei นั้นสามารถนำเสนอได้ทั้งระบบเครือข่าย eLTE ในแบบ Broadband และ Narrowband, มีอุปกรณ์ eLTE-U Module สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องจักร, หุ่นยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในสายการผลิตได้แบบ Real-time ด้วยระยะที่ไกลกว่า Wi-Fi 2-3 เท่า, มีระบบ eLTE-IoT ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากได้ และใช้พลังงานในการเชื่อมต่อต่ำ สำหรับสร้างเครือข่ายสำหรับ IoT Sensor ให้ทำการส่งข้อมูลการวัดค่าต่างๆ มาได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ควบคุมสายการผลิตมีข้อมูลสำหรับใช้ในการ Optimize การผลิตได้มากยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://e.huawei.com/en/solutions/industries/manufacturing/digital-production/wireless-smart-factory

 

5. Predictive Maintenance: ซื้อใจลูกค้าด้วยบริการชั้นเยี่ยม ซ่อมบำรุงล่วงหน้าด้วย Machine Learning

Predictive Maintenance หรือการทำนายล่วงหน้าว่าเครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ใดมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาในเวลาอันใกล้ และทำให้ผู้ผลิตสามารถดำเนินการป้องกันปัญหาเหล่านั้นก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริงได้นั้นถือเป็นแนวโน้มหลักอันหนึ่งในวงการการผลิต ที่จะถูกนำไปใช้ทั้งในการดูแลรักษาเครื่องจักรและหุ่นยนต์ในสายการผลิต รวมถึงการนำไปเสนอลูกค้าเป็นบริการพ่วงไปกับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถทำการดูแลลูกค้าได้อย่างดีที่สุดในระดับพรีเมี่ยม

 

Credit: Huawei

 

โซลูชัน Predictive Maintenance นี้จะต้องอาศัยการติดตั้งอุปกรณ์ IoT เข้าไปกับเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ในสายการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบไปสู่ลูกค้า สำหรับใช้ส่งข้อมูลการทำงานของอุปกรณ์นั้นๆ มายังระบบ Cloud อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ผลิตนั้นรับทราบถึงข้อมูลการทำงานและเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่มยานยนตร์ที่การทำงานผิดปกติใดๆ อาจส่งผลร้ายแรงต่อทรัพย์สินหรือชีวิตของลูกค้าได้

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://e.huawei.com/en/solutions/industries/manufacturing/after-sales-services/predictive-maintenance

 

6. Internet of Vehicles: พลิกโฉมธุรกิจยานยนตร์ เชื่อมต่อยานพาหนะเข้ากับระบบ Cloud

ในปัจจุบัน เมื่อเหล่าผู้ผลิตยานยนตร์ต้องผันตัวมาเป็นผู้ให้บริการด้านยานยนตร์หรือ Car Service Provider แทน ประเด็นด้านระบบเครือข่ายสำหรับการเชื่อมต่อยานยนตร์เข้ากับ Internet ให้ได้อยู่ตลอดนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และข้อมูลจากยานยนตร์เหล่านี้เองก็จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ในวงการยานยนตร์ให้เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น Intelligent Driving, Preventive Maintenance, Fleet Management, Used Car Identification และบริการอื่นๆ อีกมากมาย ในขณะที่ยานยนตร์เองก็ต้องมีความสามารถใหม่ๆ และความชาญฉลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแข่งขันให้อยู่รอดได้ในอุตสาหกรรมนี้

 

Credit: Huawei

 

โซลูชันด้านระบบ Internet of Vehicles หรือ IoV ของ Huawei นั้นครอบคลุมตั้งแต่ระบบ IoT Platform ที่มีความสามารถด้าน Security, การบริหารจัดการอุปกรณ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างครบถ้วน, มีระบบ Cloud เพื่อต่อยอดระบบต่างๆ ที่จะใช้ในการวิเคราะห์และตอบสนองด้วยข้อมูลที่ได้รับมาจากยานยนตร์แต่ละคัน ไปจนถึงระบบ Agent ที่จะช่วยให้ผู้ผลิตยานยนตร์สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบ Infotainment บนยานยนตร์ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังรองรับการส่งข้อมูลจากยานยนตร์ไปสู่ระบบ Smart Transportation เพื่อให้ระบบไฟจราจรทำการปรับเปลี่ยนตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพตามข้อมูลและสภาพรถยนต์บนท้องถนนจริงได้

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://e.huawei.com/en/solutions/industries/manufacturing/after-sales-services/vehicle-networking

 

ติดต่อทีมงาน Huawei ประเทศไทยได้ทันที

 

 

ผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีด้าน IoT และ 5G Networking จาก Huawei สามารถติดต่อทีมงาน Huawei ประเทศไทยได้ทันทีที่

Huawei Enterprise Business ; Marketing Contact Center
Mobile 095-878-7475 e-mail : Th_enterprise@huawei.com
Website : e.huawei.com

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ขอเชิญร่วมแข่งขัน Startup Hackathon ชิงเงินรางวัลชนะเลิศ 100,000 บาทจำนวน 3 รางวัล 25 – 26 ก.ค. 2019

Startup Thailand ขอเชิญร่วมแข่งขัน Startup Hackathon เฟ้นหาทีม Startup ที่ทำผลงานได้โดดเด่นจาก 3 เวทีการแข่งขัน EGAT, SPICY DISC และ GDG ชิงเงินรางวัลชนะเลิศ 100,000 บาท 3 รางวัล รวมรางวัลตลอดรายการมูลค่ากว่า 500,000 บาท ในวันที่ 25 - 26 กรกฎาคม 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้

NEXUS เชิญร่วมสัมมนาฟรี “Digitizing Intelligent Omni-Channel for your Retail Business” อาวุธลับความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบใหม่

บริษัท เน็กซัส ซิสเท็ม รีซอร์สเซส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา วางระบบซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจ ร่วมกับ SAP ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ อันดับ 1 และ DELL EMC ผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ ชั้นนำของโลก ขอเรียนเชิญผู้บริหาร ทีมไอที และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา "Digitizing Intelligent Omni-Channel for your Retail Business" เพื่อเรียนรู้แนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาเปลี่ยนให้ธุรกิจค้าปลีกของคุณก้าวสู่การเป็น Omni-Channel และ Online-to-Offline (O2O) ได้อย่างเต็มตัว ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้