รู้จัก 3 ศัพท์ด้าน Site Reliability Engineering: SLI, SLA, SLO

Google ได้ออกมาเล่าถึง 3 คำศัพท์พื้นฐานทางด้าน Site Reliability Engineering (SRE) เพื่อปูพื้นให้กับเหล่าผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน Google Cloud Next ’18 ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า ทางทีมงาน TechTalkThai เห็นว่าเนื้อหาเป็นประโยชน์ดี จึงนำมาสรุปเป็นภาษาไทยให้ทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

 

Stack Driver for Google Cloud Plattform Credit: Google

 

1. Service-Level Objective (SLO)

Google นั้นมองว่าในทุกๆ ความสำเร็จของเทคโนโลยีนั้น จะต้องเกิดจากการที่เทคโนโลยีดังกล่าวมีความทนทานมากเพียงพอที่จะทำหน้าที่ตามที่ต้องการได้ และ SLO ก็คือการกำหนดเป้าหมายด้านความทนทานของระบบ (Availability) โดยใช้ค่าเชิงตัวเลขเพื่อให้สามารถชี้วัดได้ และตัวเลขดังกล่าวนี้จะต้องถูกนำไปใช้พิจารณาในการตัดสินใจใดๆ ในเชิงสถาปัตยกรรมระบบ ว่าการออกแบบนั้นๆ จะมีค่าความทนทานในระดับที่ต้องการได้หรือเปล่า

อย่างไรก็ดี Google นั้นเตือนให้จำใส่ใจเอาไว้ว่ายิ่งออกแบบระบบให้มีความทนทานมากเพียงใด ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำการกำหนดขั้นต่ำสุดด้านความทนทานที่จะยอมรับได้ในแต่ละบริการ และระบุเงื่อนไขเหล่านั้นลงไปใน SLO ทำให้ทุกๆ บริการมีค่า SLO ของตนเองแยกขาดจากกัน ซึ่งเงื่อนไขนี้ก็จะทำให้การวางแผนระยะยาวว่าจะปรับปรุงบริการใดให้ทนทานยิ่งขึ้นนั้นเป็นไปได้ง่าย และอย่าตั้งเป้าพัฒนาระบบให้มีความทนทานสูงจนเกินกว่าที่จำเป็น

การกำหนด Planned Downtime ที่ชัดเจนก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ Google นำมาใช้อยู่เสมอ และทำให้ Google มีเวลาในการจัดการกับบริการต่างๆ ที่ใช้งานทรัพยากรบน Server อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงยังได้มีโอกาสในการปรับปรุงให้บริการของตนเองมีความทนทานในระดับที่ต้องการได้อยู่ตลอดด้วย

 

2. Service-Level Agreement (SLA)

ที่ Google มีการแยก SLO ออกจาก SLA อย่างชัดเจน โดย SLA นี้จะเสมือนเป็นบทลงโทษหากทีมผู้ดูแลระบบไม่สามารถทำให้ระบบมีความทนทานตาม SLA ที่แจ้งให้ลูกค้าทราบได้ เช่น การจ่ายค่าปรับให้กับลูกค้าเพื่อบริการหยุดทำงานนานเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ใน SLA เป็นต้น ดังนั้นค่า SLA นี้อาจไม่ได้เข้มงวดเท่าค่าที่กำหนดใน SLO เพื่อให้ทีมงานมีช่องว่างในการแก้ไขปัญหาได้ทันหากระบบเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ เช่น หากกำหนด SLA ของระบบให้แก่ลูกค้าเอาไว้ที่ 99.9% ในแต่ละเดือน ค่า SLO ที่ใช้กันภายในก็อาจอยู่ที่ 99.95% เป็นต้น

Google ได้ให้ความเห็นเอาไว้ว่าการติดตามว่าบริการต่างๆ นั้นยังคงอยู่ใน SLA หรือไม่ควรเป็นสิ่งที่จะต้องทำเป็นประจำและทำให้ทุกคนในทีมเห็นข้อมูลส่วนนี้ได้โดยง่าย และการตรวจสอบการใช้งานระบบของลูกค้าที่จ่ายเงินเป็นพิเศษนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เช่น การติดตามดูว่าการ Query ข้อมูลของลูกค้ารายนั้นๆ มีปัญหาใดๆ หรือเปล่า และจำแนกประเภทของปัญหาให้ดีว่าปัญหาที่เกิดกับลูกค้าแต่ละกรณีนั้นเกี่ยวข้องกับ SLA หรือไม่ เช่น หากลูกค้าไม่สามารถใช้งานระบบได้เพราะโควต้าเกินกำหนด ก็ไม่ต้องนับว่ากรณีนี้เกี่ยวข้องกับ SLA

 

3. Service-Level Indicator (SLI)

สำหรับ SLI นี้จะเป็นค่าความสำเร็จที่ใช้ในการตรวจสอบความปกติของระบบว่ายังคงอยู่ในเกณฑ์ SLO หรือไม่ ซึ่งถ้าหากค่า SLI ที่ตรวจสอบได้นั้นต่ำกว่า SLO ก็ต้องมองหาหนทางปรับปรุงระบบให้มีความทนทานสูงยิ่งขึ้น โดยหลักแล้วค่า SLI นี้จะนำอัตราความสำเร็จและความล้มเหลวในการ Query ต่างๆ มาใช้ในการประเมิน

 

ทั้งนี้ Google เองก็ได้มีเขียนหนังสือด้าน Site Reliability Engineering เอาไว้ด้วย ผู้ที่สนใจสามารถซื้ออ่านได้ที่ http://shop.oreilly.com/product/0636920041528.do และ https://www.amazon.com/_/dp/149192912X?tag=oreilly20-20 ครับ

 

ที่มา: https://cloudplatform.googleblog.com/2018/07/sre-fundamentals-slis-slas-and-slos.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

IBM จับมือ OpenAI รุกตลาด Enterprise AI ผสานโมเดลล่าสุดเข้ากับบริการให้คำปรึกษา

IBM ร่วมมือกับ OpenAI นำโมเดลและเครื่องมือเกี่ยวกับ AI เพิ่มประสิทธิภาพ IBM Consulting เพื่อให้บริการให้คำปรึกษากับลูกค้าองค์กรได้ดีขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เปิดช่องทางให้ OpenAI สามารถเจาะตลาดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้มากขึ้น ภายใต้ดีลนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันทำตลาดและพัฒนาโซลูชัน AI เฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร …

Alibaba Cloud ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 [4 ก.ย. 2026 – 13.00น.]

Alibaba Cloud ขอเรียนเชิญ CAIO, CTO, CIO, CDO, AI Leader, IT Manager, AI Engineer, Data Engineer และทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 เพื่อร่วมเรียนรู้ถึงแนวโน้มล่าสุดในการประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำเครื่องมือ AI ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง Agentic AI, Video AI, Agentic Coding AI และ AI Production Platform พร้อมกรณีศึกษาการใช้งานจริง ให้ธุรกิจนำไปพร้อมใช้งานต่อยอดได้ทันที งานสัมมนานี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 13.00น. - 18.00น. ณ โรงแรม Centara Grand, Central World โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ดังนี้