ความมั่นคงปลอดภัยของ API

ปัจจุบันวิธีการพัฒนาแอปพลิเคชันเปลี่ยนโฉมไปมากโดยการใช้ประโยชน์จาก API เพื่อตอบโจทย์ความรวดเร็วและแยกการบริหารจัดการเป็นส่วนๆ ซึ่งกลายมาเป็นดาบสองคมที่แฮ็กเกอร์ใช้ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นตรงนี้เข้ามา เราจึงได้พบบทความที่จะนำเสนอถึงคำถามที่ว่าจะป้องกันความมั่นคงปลอดภัยของ API อย่างไรไม่ให้รบกวนประโยชน์ของการใช้งานสรุปมาให้อ่านกัน

Credit: ShutterStock.com

ข้อดีของ API สำหรับเหล่านักพัฒนาก็คือความสะดวกรวดเร็วในการทำงานให้สามารถผนวกบริการจาก Third-party เข้ามาใช้งานได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเองทุกอย่างตั้งแต่แรกเริ่มเหมือนในสมัยอดีต มีผลสำรวจจาก One Poll ชี้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วธุรกิจหนึ่งจะมีการบริหารจัดการ API ประมาณ 361 ตัวและกว่า 69% เปิดบริการสู่สาธารณะและพาร์ทเนอร์ให้สามารถเข้ามาเรียกใช้งานได้ อย่างไรก็ตามในหมู่นักพัฒนาสามารถค้นหา API จากไลบรารี่มาต่อยอดได้ง่ายๆ ตัวอย่างเช่น API Hound ที่เป็นแหล่งรวม API จากทั่วโลก

เหรียญมีสองด้านเสมอแฮ็กเกอร์เองก็จ้องเล่นงานเหยื่อจากเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอเช่นกัน โดยการโจมตีที่มักเกิดขึ้นกับ API มีดังนี้

  • API Parameter Tempering แฮ็กเกอร์ทำการ Reverse Engineering ตัว API เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญ
  • Session Cookie Tempering แฮ็กเกอร์พยายามหาวิธีการใช้งาน Cookie เพื่อลัดผ่านกลไกด้านความมั่นคงปลอดภัยและส่งข้อมูลผิดๆ ไปหาเซิร์ฟเวอร์ของแอปพลิเคชัน
  • Man-in-the-Middle Attack ดักจับข้อมูลการเชื่อมต่อของตัว API Client และเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ได้เข้ารหัสระหว่างกันเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล
  • Content Manipulation แฮ็กเกอร์พยายาม inject เนื้อหาที่มีอันตราย (เช่น Poisoning JSON Wen Token เป็นต้น) ให้แพร่กระจายออกไปและคอยทำงานอยู่เบื้องหลัง
  • DDoS การเขียนโค้ดที่ไม่ดีอาจนำไปสู่การใช้งานทรัพยากรมากโดยอาจจะเพราะส่งพารามิเตอร์ที่ผิดพลาด

ดังนั้นในฝั่งของการป้องกันเองจึงมีเรื่องที่ต้องคิดดังนี้

  • คิดเรื่องความมั่นคงปลอดภัยในขั้นตอนการพัฒนาด้วยเสมอ เช่น หากเปิดใช้แบบสาธารณะแล้วจะมีผลอย่างไร มีวิธีการไหนสามารถใช้ API ในทางที่อันตรายได้บ้าง หลักๆเลยที่ทางผู้เขียนเน้นย้ำคือเรื่องของการทำพิสูจน์ตัวตนและจำกัดสิทธิ์ของตัวตนนั้นว่าสามารถทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เช่น ผ่าน Token ด้วย OAuth และเมื่อได้มาแล้วก็ส่งต่อไปใช้ในการพิจรณาตรวจสอบก่อนทำสิ่งต่างๆ
  • ปฏิบัติตามแนวทางที่เป็น Best Practice และเป็นมาตรฐาน ลองเข้าไปตามมาตรฐานอย่าง เช่น OWASP เป็นต้น
  • คอยติดตาม API Gateway เพราะสามารถช่วยให้มองเห็นภาพ นำไปวิเคราะห์หรือควบคุมปริมาณทราฟฟิคเพื่อลดความเสี่ยงของการโจมตีแบบ DDoS ได้ อีกทั้งยังสามารถผลักดันใช้ Policy ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่จุดนี้ได้ด้วย สุดท้ายต้องคอยรับฟังคำแนะนำจาก DevSecOps ด้วยเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ API เหล่านี้

ที่มา : https://www.securityweek.com/next-big-cyber-attack-vector-apis

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

NCSA ร่วมกับ Veeam ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data Trust ในยุค AI” [4 ส.ค. 2569 — 14.00น.]

NCSA ร่วมกับ Veeam ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data Trust ในยุค AI” เพื่อเรียนรู้กับการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรหรือหน่วยงาน รั่วไหลไปกับการใช้งาน AI Agent ที่มีความรวดเร็วและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น …

รายงาน 2026H1 Threat Review จาก Forescout ชี้ช่องโหว่พุ่ง 51% และ Ransomware เพิ่มขึ้น 25%

Forescout เผยรายงาน 2026H1 Threat Review วิเคราะห์แนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์ทั่วโลกในครึ่งแรกของปี 2026 พบช่องโหว่ที่ถูกเผยแพร่เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การอ้างการโจมตีด้วย Ransomware เพิ่มขึ้น 25%