USB Killer v2.0: ระเบิดแฟลชไดรฟ์เวอร์ชันใหม่

เมื่อเดือนเมษายนต้นปีที่ผ่านมา นักวิจัยชาวรัสเซียที่ชื่อ Dark Purple ได้ทำการทดลองสร้าง USB จากแผงวงจรและชิ้นส่วนต่างๆที่สั่งซื้อมาจากประเทศจีนที่สามารถทำลายชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ได้เมื่อเสียบ USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ เรียกว่า USB Killer และในตอนนี้ เขาได้พัฒนาเวอร์ชันใหม่ของ USB Killer ซึ่งมีพลังการทำลายสูงกว่าเดิม เรียกว่าเป็นเวอร์ชัน 2.0 ก็ว่าได้

usb_killer_2-0

อัดคายประจุไฟฟ้าจาก -110V ไปเป็น -220V

USB Killer เวอร์ชันแรกนั้น ทำได้โดยใช้ตัวแปลง DC-DC แบบผกผัน (Inverting DC-DC Converter) เพื่ออัดไฟฟ้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางพอร์ท USB แล้วเก็บแรงดันไฟฟ้าไว้ในตัวเก็บประจุให้มีศักย์ไฟฟ้าที่ -110 โวลท์ จากนั้น USB จะส่งแรงดันไฟฟ้ากลับไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางทรานซิสเตอร์ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนชิ้นส่วนภายในคอมพิวเตอร์รับไม่ไหว และลุกไหม้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในเวอร์ชัน 2.0 นี้ USB Killer สามารถเก็บแรงดันไฟฟ้าไว้ในตัวเก็บประจุให้มีศักย์ไฟฟ้าได้สูงถึง -220V มากกว่าเดิม 2 เท่า ส่งผลให้ความเสียหายมีความรุนแรงมากขึ้น จากการทดสอบพบว่า หลังจากเสียบ USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา คอมพิวเตอร์ก็ดับและหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง

อย่าเสียบ USB คนอื่นง่ายๆ

นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ให้คำแนะนำเรื่องความเสี่ยงของการใช้งาน USB มานานแล้วว่ามีอันตรายสูง ต่อให้เป็น USB ของคนที่เรารู้จักก็ตาม เนื่องจากเราไม่มีทางทราบเลยว่า ใน USB มีกลไกอะไรบางอย่างแอบแฝงเพื่อทำอันตรายระบบคอมพิวเตอร์ของเราหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มัลแวร์ หรือไวรัสอาจจะไม่ทำให้เราเลิกใช้งาน USB แต่ถ้ามันทำให้คอมเจ๊งได้ล่ะก็ไม่แน่ …

ที่มา: http://thehackernews.com/2015/10/usb-killer.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

สคส. ชี้ปมข้อมูลภาครัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ “ข้อมูลหลุดทั่วไป”เร่งจัดการคุ้มครองครบวงจร “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ” ผนึกกำลังปิดช่องซื้อขายข้อมูลเถื่อน [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายติดบัตรของประชาชน รวมถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งกับผู้เผยแพร่ข้อมูล หน่วยงานผู้ดูแลฐานข้อมูล และเครือข่ายมิจฉาชีพที่ซื้อขายข้อมูลหรือช่องทางเข้าถึงโดยมิชอบ ย้ำประชาชนที่ได้รับความเสียหายสามารถใช้สิทธิร้องเรียนต่อ สคส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้

Cato Networks เปิดตัว Agentic Threat Prevention รับมือกับการโจมตีด้วย AI

บริษัทด้านเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัย Cato Networks ได้เปิดตัว Cato Agentic Threat Prevention ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่ใช้เอเจนต์แบบอัตโนมัติในการคาดการณ์เส้นทางที่ผู้โจมตีมีแนวโน้มจะใช้เข้าถึงเครือข่ายของลูกค้า จากนั้นระบบจะสร้างและบังคับใช้มาตรการป้องกันสำหรับสภาพแวดล้อมเฉพาะนั้น ๆ ก่อนที่การโจมตีจะรุดหน้าไปไกลกว่าเดิม