เปิดตัว YIPINTSOI NEXT บริษัท Tech ที่รวมธุรกิจ SI, Enterprise Solution และ IT ของ Yip In Tsoi เข้าไว้ด้วยกัน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ทาง Yip In Tsoi ได้จัดงานสัมมนาใหญ่เปิดตัว YIPINTSOI NEXT ที่จะกลายมาเป็นบริษัทลูกในเครือ Yip In Tsoi ที่รวมเอาธุรกิจ Systems Integration, Enterprise Solution และ Digital Technology สำหรับภาคธุรกิจองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันด้วยการผสานรวมความสามารถของทีมงานในแต่ละธุรกิจที่แต่เดิมถูกแยกกันตามโครงสร้างธุรกิจ ให้มารวมกันเป็นธุรกิจเดียวที่แข็งแกร่ง ด้วยพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้าน IT กว่า 1,500 คน

การรวมธุรกิจในครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามองไม่น้อยสำหรับวงการ Enterprise IT ของไทย และสร้างคำถามให้กับผู้คนในอุตสาหกรรมอย่างหลากหลาย ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ก็มีโอกาสได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์กับคุณสุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง YIPINTSOI NEXT เพื่อไขข้อข้องใจเหล่านี้กัน และขอนำมาสรุปในบทความนี้ให้ทุกท่านได้รับทราบข้อมูลเดียวกันครับ

ทำไมถึงต้องมี YIPINTSOI NEXT?

แม้ว่าเดิมทีทุกท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Yip In Tsoi ถือเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรม Systems Integrator อยู่แล้ว แต่อันที่จริง Yip In Tsoi ยังมีบริษัทลูกในเครือที่ทำธุรกิจด้าน IT ในแง่มุมอื่นๆ อีกหลากหลาย เช่น

  • Yip In Tsoi Consulting ทำธุรกิจด้านการให้คำปรึกษาระบบ ERP โดยเฉพาะ

การมีธุรกิจ IT ที่แยกกันตามโครงสร้างธุรกิจนี้เอง ทำให้ Yip In Tsoi เริ่มคิดถึงการปรับโครงสร้างองค์กร ประจวบกับแนวโน้มในวงการ IT ไทยที่ Yip In Tsoi เองเริ่มสังเกตเห็นว่าทุกวันนี้ ธุรกิจองค์กรที่มีโครงการใหม่ๆ นั้นต้องการพูดคุยดำเนินงานในโจทย์เชิงธุรกิจเป็นหลัก ต่างจากในอดีตที่คุยในแง่มุมของ IT Infrastructure จนทำให้หลายๆ ครั้งทีมงานของ Yip In Tsoi ต้องรับบทบาทในฐานะของ Business Consulting ไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาในกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินและธนาคาร Yip In Tsoi ก็สามารถตอบโจทย์ในลักษณะนี้ได้ดี

เหตุผลเหล่านี้เองทำให้ Yip In Tsoi ตัดสินใจเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยมี YIPINTSOI NEXT เป็นบริษัทที่ดูแลด้าน Enterprise IT โดยเฉพาะนั่นเอง

ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ แบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

ในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ Yip In Tsoi ซึ่งเดิมทีเป็นธุรกิจหลักนั้นจะปรับไปสู่การเป็น Holding Company โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจ Enterprise IT ที่มี YIPINTSOI NEXT เป็นธุรกิจหลัก
  • กลุ่มธุรกิจ Agriculture ที่มีธุรกิจด้านการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรอย่าง Easy Rice เป็นหลัก
  • กลุ่มธุรกิจ Smart Living & Lifestyle ที่มี Robinhood เป็นธุรกิจหลัก

การแบ่งกลุ่มธุรกิจและผนวกรวมธุรกิจในแต่ละกลุ่มเข้าด้วยกันนี้ จะทำให้การกำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจในแต่ละหมวดมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น, สามารถดำเนินงานได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วจากการรวมทรัพยากรที่เกี่ยวข้องนั้นเข้าด้วยกัน

ในมุมของ YIPINTSOI NEXT จะได้ประโยชน์อย่างมากจากการได้ Synergy ระหว่างธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมีความคล่องตัวในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น ทั้งในเชิงของการปรับตัวธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ของอุตสาหกรรม IT ที่มีการเปลียนแปลงอย่างรวดเร็ว

คุณสุภัคเล่าว่าการรวมบริษัทในครั้งนี้ อาจต้องใช้ระยะเวลาในการปรับเปลียนการทำงานร่วมกันภายในบริษัท โดยคาดว่ารายได้ในอนาคต จะมาจากการให้บริการ เท่ากับฝั่ง IT Infrastructure เป็นการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

เน้น Reskill บุคลากรให้มีทักษะรองรับอนาคต และไม่มีนโยบาย Lay Off

คุณสุภัคยืนยันอย่างชัดเจนว่าในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ จะไม่มีนโยบายการ Lay Off พนักงานโดยเด็ดขาด เพราะที่ผ่านมา Yip In Tsoi เติบโตมาได้ก็เพราะพนักงานทุกคน และยังเชื่อว่าในอนาคตพนักงานเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่เพื่อร่วมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจด้วยกัน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการรวมบริษัทเข้าด้วยกันสู่ YIPINTSOI NEXT ครั้งนี้จะมีทีมงานในหลายตำแหน่งที่มีบทบาททับซ้อนกันเกิดขึ้น คุณสุภัคก็เชื่อว่าอนาคตของธุรกิจ SI นั้นยังคงต้องมีบุคลากรที่เข้มแข็งเพื่อให้บริการลูกค้าและดำเนินงานภายในได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น YIPINTSOI NEXT จะเน้นการ Reskill พนักงานและปรับบทบาทการทำงานภายในเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้เดิมทีก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเครือธุรกิจของ Yip In Tsoi มาโดยตลอดอยู่แล้ว

ในแง่มุมของผู้บริหารและพนักงานในเครือนั้น การรวมธุรกิจสู่ YIPINTSOI NEXT จะช่วยสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้แก่ทุกคนในเครือ ด้วยความยืดหยุ่นในการทำงานที่มากขึ้น, โอกาสในการทำงานร่วมกับลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น, ทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้เส้นทางในการเติบโตภายในองค์กรมีหลายแง่มุมมากขึ้น และไม่ยึดติดกับองค์ความรู้ใดองค์ความรู้หนึ่งเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

วงการ SI กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก AI และบริบทของธุรกิจทั่วโลกที่ไม่เหมือนเดิม

คุณสุภัคได้เล่าถึงอีกปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้ ซึ่งก็คือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม Systems Integrator ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ในมุมของ Yip In Tsoi เองนั้นเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนมากว่า การนำเสนอโซลูชันด้าน Enterprise IT ได้เปลี่ยนจากการทำงานด้าน IT Infrastructure ไปสู่การเป็น Business Solution อย่างรวดเร็ว ลูกค้าที่มีโจทย์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ฝ่าย IT เท่านั้นแต่ยังมีฝ่ายอื่นๆ เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก รวมถึง CFO เองก็เข้ามาร่วมตัดสินใจด้วยในหลายโครงการ

มุมมองหนึ่งที่ Yip In Tsoi สังเกตได้จากลูกค้าธุรกิจองค์กรหลายรายนั้นก็คือ ในการร่วมพัฒนาแนวคิดของโครงการใดๆ กับลูกค้านั้น บทสนทนาเรื่อง Return on Investment หรือความคุ้มค่าในการลงทุนนั้นกลายเป็นประเด็นสำคัญมากที่สุดประเด็นหนึ่งไปแล้ว และในฐานะของ SI ที่ดำเนินโครงการนั้นเอง ก็ต้องยึดให้ ROI เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญของโครงการด้วย โดยในหลายๆ ครั้ง Yip In Tsoi เองก็ต้องเข้าไปร่วมผลักดันให้โครงการนั้นๆ ดำเนินการได้ในแง่มุมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเทคโนโลยี เพื่อให้บรรลุ ROI ที่ลูกค้าต้องการได้เช่นกัน

สิ่งที่สะท้อนให้เป็นบทเรียนสำคัญจากประเด็นนี้ได้ก็คือ หลังจากนี้ ทักษะด้านธุรกิจและการให้คำปรึกษาในเชิงธุรกิจนั้น จะกลายมาเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของ SI ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นโครงการด้าน AI, IT หรือ Cybersecurity ก็ตาม และ YIPINTSOI NEXT ก็จะให้ความสำคัญในส่วนนี้เป็นอย่างมาก โดยจะเร่งเสริมทักษะส่วนนี้ให้กับพนักงานในเครืออย่างรวดเร็ว

มุ่งสู่ศตวรรษที่ 2 อย่างแข็งแกร่ง เชื่อมั่นว่า “คน” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญแม้โลกจะก้าวสู่ยุค AI

ถึงแม้การมาของ AI และความผันผวนทางเศรษฐกิจจะทำให้เราได้เห็นแนวโน้มการปลดคน IT ทั่วโลกกันแล้ว แต่คุณสุภัคยังเชื่อว่าหลังจากนี้อุตสาหกรรม IT จะยังคงต้องขับเคลื่อนด้วยคนเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพียงแต่การให้บริการทางด้าน IT นั้นจะยกระดับขึ้นมาจากการให้บริการทางด้านเทคนิคมาสู่เชิงธุรกิจมากขึ้น ซึ่งทักษะและวัฒนธรรมการทำงานในรูปแบบใหม่ทั้งที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับ AI และปรับให้เข้ากับความต้องการรูปแบบใหม่ของลูกค้าองค์กรให้ได้นั้นก็จะเป็นหัวใจสำคัญ

คุณสุภัคเผยว่าหลังจากนี้ ธุรกิจในเครือ Yip In Tsoi ก็ยังมุ่งมั่นที่จะรักษารากฐานการดำเนินธุรกิจดั้งเดิมเอาไว้ให้ได้ และก็ยังตั้งเป้าที่จะปรับตัวเพื่อให้กลายเป็นพัธมิตรคู่ค้าที่ดีทั้งสำหรับลูกค้าองค์กร และเหล่า Vendor เจ้าของเทคโนโลยีทุกๆ รายต่อไป

ในแง่ความเข้มแข็ง YIPINTSOI NEXT ก็จะยังคงชูประเด็นเรื่องของการรองรับความต้องการได้หลากหลายด้วย Portfolio ทางด้านเทคโนโลยีที่กว้าง และทำงานโดยยึดหลักการว่า “ไม่ทิ้งลูกค้าในโครงการใดๆ แม้จะต้องขาดทุน” เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจ โดยนำทรัพยากรที่ YIPINTSOI NEXT มีอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นบุคลากร, ทักษะที่จำเป็น, กระบวนการในการบริหารจัดการโครงการ, เทคโนโลยีที่หลากหลาย และทรัพยากรทางด้านการเงินมาใช้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าทุกรายสามารถเอาชนะความท้าทายเชิงธุรกิจที่กำลังเผชิญอยู่ให้ได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

Dream ระดมทุน 260 ล้านดอลลาร์ ดันเครื่องมือความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และอธิปไตย AI

Dream Security ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ประกาศว่าบริษัทสามารถระดมทุนได้เป็นจำนวนเงิน 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Have Solution 2020 จัดงาน Beyond Monitoring 2026 ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้าน Enterprise Open Source Monitoring พร้อมยกระดับบริการด้วยทีม Support 24×7 [Guest Post]

ท่ามกลางความท้าทายขององค์กรยุคดิจิทัลที่ต้องบริหารจัดการระบบ IT Infrastructure, Cloud, Application และ Cybersecurity ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การมองเห็นปัญหาก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงาน บริษัท Have Solution 2020 จำกัด จึงได้จัดงาน …