ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก ทำให้ราคาพลังงานยังอยู่ในภาวะผันผวน ผู้ประกอบการไทยไม่เพียงต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบ IT ห้องเซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การใช้พลังงาน รวมถึงต้นทุนด้านบุคลากรที่จำเป็นต่อการดูแลระบบให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า Digital Transformation จะเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ แต่สำหรับผู้ประกอบการ SMEs รูปแบบการลงทุนด้าน IT แบบดั้งเดิมอาจกลายเป็นภาระต้นทุนที่สูงในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน

คุณ Nini Wu ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GWS CLOUD กล่าวว่า “ภายใต้สภาวะเงินเฟ้อด้านพลังงานทั่วโลกและความไม่แน่นอนของตลาดที่ยังคงดำเนินอยู่ องค์กรควรใช้โอกาสนี้ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ ด้วยการนำสถาปัตยกรรม Cloud ที่มีความยืดหยุ่นและคุ้มค่าต่อการลงทุนมาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนขององค์กร”

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว การเลือกใช้บริการ Cloud ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถช่วยลดภาระการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ขององค์กรได้ ขณะเดียวกัน ภาครัฐไทยก็ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสนับสนุนให้ธุรกิจเข้าถึง Digital Transformation, Cloud และ AI ผ่านมาตรการส่งเสริมจากหน่วยงานต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ได้ออกมาตรการสนับสนุน SMEs ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้จริงในการดำเนินธุรกิจ อาทิ AI Mini Transformation Voucher สำหรับ SMEs ขนาดเล็ก มูลค่า 10,000 บาท รวมถึงสิทธิประโยชน์จากบริการที่อยู่ใน Thailand Digital Catalog ซึ่งครอบคลุมบริการ Cloud ชั้นนำที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โดยผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไปใช้ลดหย่อนภาษีจากการลงทุนด้านดิจิทัลได้สูงสุด 200% ภายใต้วงเงินไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานได้ง่ายยิ่งขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การวางแผนด้านดิจิทัลและ Cloud ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้องค์กรลดต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่น และเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระยะยาว
การใช้ Cloud เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน IT ในช่วงต้นทุนพลังงานสูง
รูปแบบ IT แบบดั้งเดิมมักต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งในด้านอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ พื้นที่ห้องเครื่อง และบุคลากรสำหรับดูแลระบบ ขณะที่สถาปัตยกรรม Cloud ที่มีความยืดหยุ่นสามารถช่วยให้องค์กรติดตั้งและใช้งานระบบแอปพลิเคชัน รวมถึงบริการข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น แต่ยังช่วยลดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ลดภาระการบำรุงรักษาระยะยาว และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม
นอกจากนี้ บริการ Cloud ยังมีความสามารถในการปรับขยายทรัพยากรได้อย่างยืดหยุ่น องค์กรสามารถปรับการใช้งานทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการจริง ไม่ว่าจะเป็นโครงการระยะสั้น ช่วงที่มีปริมาณการใช้งานสูง หรือช่วงที่ธุรกิจขยายตัว จึงช่วยให้องค์กรรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น และลดปัญหาทรัพยากรเหลือใช้หรือไม่เพียงพอต่อความต้องการ
GWS CLOUD แนะองค์กรวางแผน Cloud ให้สอดคล้องกับต้นทุนและการเติบโต
ในช่วงที่ต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้น องค์กรควรพิจารณาเลือกสถาปัตยกรรม Cloud จากหลายมิติประกอบกัน โดยสามารถเริ่มต้นจากประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
- ความยืดหยุ่นในการใช้งานและการบริหารต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นโครงการระยะสั้น ช่วงที่มีการใช้งานสูง หรือการขยายระบบตามการเติบโตของธุรกิจ Cloud ที่มีความยืดหยุ่นจะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกินความจำเป็น
- เสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ IT และข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ดังนั้น การเลือกผู้ให้บริการที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ที่มั่นคงและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบหยุดชะงัก
- มาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการใช้งานแล้ว ความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้า ข้อมูลธุรกรรม หรือระบบสำคัญขององค์กร
- การสนับสนุนทางเทคนิคและบริการหลังการขาย การเลือกผู้ให้บริการ Cloud ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่การติดตั้งระบบ องค์กรควรพิจารณาถึงทีมสนับสนุนทางเทคนิค ความสามารถในการดูแลรักษาระบบ และศักยภาพของผู้ให้บริการในการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ
ด้วยประสบการณ์ด้านบริการ Cloud มากกว่า 15 ปี และจุดให้บริการที่ครอบคลุมประเทศไทย ไต้หวัน เวียดนาม และเนเธอร์แลนด์ GWS CLOUD จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับองค์กรไทยที่ต้องการบริการ Cloud ซึ่งผสานทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความคุ้มค่าด้านต้นทุน โดยในประเทศไทย GWS CLOUD ให้บริการผ่านดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier IV ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสุด พร้อมทีมสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่มีวันหยุด นอกจากนี้ GWS CLOUD ยังมีแพ็กเกจแบบรายเดือน รวมถึงแพลตฟอร์มชำระค่าบริการ Cloud อัตโนมัติ GWS e-Pay ที่รองรับการคิดค่าบริการแบบรายวัน เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้นสำหรับองค์กรไทย
นอกจากนี้ GWS CLOUD ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของข้อมูลและมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001, ISO 27011, ISO 27017, ISO 27018, CSA STAR Level 2 รวมถึงใบรับรอง dSURE Cloud Certification จาก depa
สำหรับองค์กรที่ต้องการวางแผนการใช้งาน Cloud เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว GWS CLOUD พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมศักยภาพด้าน IT ด้วยบริการที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และคุ้มค่าต่อการลงทุน
ต้องการรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือสนใจบริการของ GWS CLOUD สามารถติดต่อได้ที่
โทร / Phone: +66 2 016 6586
LINE: @gwscloud
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







