LinkedIn ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ Microsoft กำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่า “AI slop” หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังเข้ามาครอบงำฟีดของผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ Hari Srinivasan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ LinkedIn เปิดเผยในบล็อกโพสต์ ว่าบริษัทกำลังเพิ่มปุ่มใหม่ที่ชื่อว่า “seems like AI slop” เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้รายงานโพสต์ที่ดูเหมือนว่าสร้างขึ้นโดย AI

ปุ่มใหม่นี้สามารถพบได้ในเมนูเมนูจุดไข่ปลาบนโพสต์ทั้งหมดของ LinkedIn ในขณะนี้ และกำลังจะถูกนำไปใช้กับส่วนความคิดเห็นของผู้ใช้งานด้วยเช่นกัน ตามคำกล่าวของ Srinivasan ฟีเจอร์นี้จะเป็นช่องทางให้ผู้ใช้งานรายงานโพสต์ที่น่าสงสัย และยังช่วยให้บริษัทนำข้อมูลไปฝึกฝนโมเดล AI สำหรับตรวจจับเนื้อหาที่สร้างโดย AI เพื่อยกระดับคุณภาพของคอนเทนต์ที่ปรากฏบนฟีดของผู้ใช้งานอีกด้วย
บริษัทไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น Srinivasan กล่าวเสริมว่า LinkedIn กำลังยกเลิกปุ่ม “enhance your post” ที่ใช้ AI ในการปรับแก้ถ้อยคำของผู้ใช้งาน โดยเชื่อกันว่าปุ่มนี้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดเนื้อหา AI slop จำนวนมากบนฟีดของ LinkedIn ในปัจจุบัน จึงได้มีการเปลี่ยนมาใช้ตัวเลือกที่ให้ AI ช่วยตรวจทานสิ่งที่ผู้ใช้งานเขียนขึ้นมาแทน โดยยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติของภาษาเอาไว้
การอัปเดตเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในหมู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เริ่มต่อต้านเนื้อหาที่สร้างโดย AI เนื่องจากผู้ใช้งานที่เป็นมนุษย์เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับโพสต์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติและถูกสร้างโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่ทุกที่บนโลกออนไลน์ ตัวอย่างเช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Substack แพลตฟอร์มจดหมายข่าวชื่อดังได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ผู้อ่านสามารถสแกนโพสต์ใหม่ ๆ เพื่อดูว่ามีแนวโน้มที่จะถูกเขียนโดยโมเดล AI หรือไม่ ผ่านความร่วมมือกับสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Pangram Labs จากนั้นในสัปดาห์นี้ Pangram ได้เปิดเผยว่าบริษัทระดมทุนได้ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อพยายามสกัดกั้นคลื่นสึนามิของเนื้อหา AI ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต
เนื้อหาที่สร้างโดย AI กลายเป็นปัญหาใหญ่และเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยแทบไม่มีใครที่ไม่เคยพบเจอ AI slop บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Reddit, Quora, Instagram, TikTok หรือแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่พวกเขาใช้งาน ซึ่งเนื้อหาประเภทนี้ได้รับความนิยมต่ำมาก เนื่องจากผู้คนจำนวนมากมองว่าเนื้อหาที่สร้างโดย AI เป็นเรื่องเพ้อเจ้อที่ไร้ความน่าเชื่อถือ ซึ่งแสดงถึงการขาดความคิดสร้างสรรค์ของผู้โพสต์ และยังลดคุณภาพโดยรวมของแพลตฟอร์มรวมถึงส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานอีกด้วย
LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มที่น่ากังวลเป็นพิเศษ โดยงานวิจัยในปี 2024 ระบุว่ากว่าครึ่งหนึ่งของโพสต์ขนาดยาวทั้งหมดบนเว็บไซต์น่าจะเป็นโพสต์ที่แสร้งทำเป็นผู้นำทางความคิดและเนื้อหาขยะประเภทอื่น ๆ ที่คล้ายกัน และสถานการณ์น่าจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ดังที่ Srinivasan ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในบล็อกโพสต์ของเขา “AI slop เป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราทุกคน” เขาระบุ “เราใส่ใจกับเรื่องนี้จริง ๆ ผู้คนเข้ามาที่ LinkedIn เพื่อเชื่อมต่อกับผู้คนจริง ๆ และแบ่งปันมุมมอง แนวคิด และความเชี่ยวชาญที่เป็นของจริง”
ผู้บริหารรายนี้กล่าวว่าปุ่ม “Seems like AI slop” เป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการที่ถูกนำมาใช้เพื่อพยายามกำจัดเนื้อหา AI ออกจาก LinkedIn นอกจากนี้ บริษัทยังกำลังลงทุนในระบบป้องกันอัตโนมัติซึ่งใช้ AI ในการบล็อกความคิดเห็นอัตโนมัติ “หลายแสนรายการ” ในแต่ละวัน ยิ่งไปกว่านั้น Srinivasan ยังพูดถึงการนำตัวจำแนกประเภทใหม่ ๆ มาใช้เพื่อระบุว่าโพสต์ใดเป็น AI slop หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำประเภทอื่น ๆ โดยแนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณเนื้อหา AI ที่ถูกแนะนำจากบุคคลภายนอกเครือข่ายของผู้ใช้งานเอง Srinivasan กล่าวว่าปุ่ม Seems like AI slop จะเป็นหนึ่งในหลายสัญญาณที่ LinkedIn ใช้เพื่อให้ข้อมูลแก่ตัวจำแนกประเภทเหล่านี้
นอกจากนี้ LinkedIn จะเริ่มแจ้งเตือนบนแดชบอร์ดของผู้ใช้งานเป็นการส่วนตัวในกรณีที่คิดว่ามีการใช้ AI มากเกินไปและเนื้อหาดู “ไม่เป็นธรรมชาติ” Srinivasan กล่าวว่านี่มีไว้เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้งานปรับปรุงการเขียนของตนเองในกรณีที่พวกเขาใช้ AI เพื่อปรับปรุงเนื้อหาที่เขียนขึ้นมา แทนที่จะมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานที่โพสต์เนื้อหาที่สร้างโดย AI ทั้งหมด
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/07/31/linkedin-cracks-users-posting-ai-slop-previously-encouraging/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







