UIT กับการต่อยอดระบบ Wi-Fi ให้ติดตามตำแหน่งบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ด้วยโซลูชันจาก Aruba Networks

สำหรับโรงพยาบาล คงไม่มีอะไรที่จะสำคัญยิ่งไปกว่าการช่วยชีวิตผู้ป่วยในแต่ละวัน ดังนั้นทุกๆ วินาทีจึงมีค่าอย่างยิ่งสำหรับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล ที่แต่ละวินาทีนั้นก็อาจหมายถึงชีวิตของใครบางคน

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ก็คือระบบ Location Service ที่สามารถติดตามตำแหน่งของบุคลากร และอุปกรณ์ทางการแพทย์แต่ละชิ้นในโรงพยาบาลได้อย่างละเอียด เพื่อให้การรับมือกับทุกๆ เหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล สามารถเป็นไปได้ด้วยการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพที่สุด จากการนำบุคลากรและทรัพยากรที่อยู่ใกล้ผู้ป่วยที่สุดมาช่วยรักษาผู้ป่วยให้ได้อย่างทันท่วงที

ในบทความนี้ ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับคุณอังคาร ศรีแสงจันทร์ ผู้ดำรงตำแหน่ง Technical Support แห่งบริษัท Universal Information Technology หรือ UIT ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบระบบ Location Service ดังกล่าวนี้ ด้วยการประยุกต์ใช้ระบบ Wireless Network ร่วมกับ Bluetooth Tag ซึ่งมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เอาไว้ จึงขอนำสรุปเนื้อหาให้ผู้อ่านทุกท่านได้นำไปศึกษาเป็นแนวทางกันดังนี้ครับ

UIT ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย เชี่ยวชาญทั้งระบบ Cabling, Network และ IT Infrastructure อย่างครบวงจร

คุณอังคารได้เล่าถึงที่มาของ UIT ซึ่งเป็นธุรกิจสัญชาติไทยที่ก่อตั้งเมื่อปี 1995 โดยเริ่มต้นจากการทำธุรกิจในส่วนของการเดินสายสัญญาณระบบเครือข่ายหรือ Cabling ก่อนที่จะค่อยๆ ขยายมาสู่การทำ Network ในปี 2001 และเติบโตอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นพันธมิตรรายสำคัญของ Aruba Networks ในประเทศไทย รองรับการให้บริการ IT Infrastructure ได้อย่างครบวงจร และยังมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) สำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจองค์กร

ปรัชญาสำคัญในการทำงานของ UIT นั้นก็คือการให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคอย่างเข้มข้น ดังนั้นในทุกๆ ผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ UIT นำเสนอ จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทีมงานของบริษัทมีความเชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น อย่างเช่นสำหรับ Aruba Networks ทางทีมงานก็มี Certification จนถึงระดับสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถออกแบบ ดูแล และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

จากประสบการณ์ที่ยาวนานของ UIT ในการดูแลระบบเครือข่ายที่มีความสำคัญสูง (Critical Services) โดยออกแบบเครือข่ายให้มีระบบสำรอง (Redundant) ทั้งระบบ Cabling, Core Switch, UPS ซึ่งทาง UIT ก็จะมีการเตรียมอุปกรณ์สำรองให้เพียงพอ พร้อมมีทีมวิศวกรที่มีความชำนาญ มีรถประจำตัวพร้อมให้บริการลูกค้าได้แบบ 24×7

ความแตกต่างเหล่านี้เอง ที่ทำให้ UIT มีความโดดเด่นและสามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมหนึ่งในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ อุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข ที่โรงพยาบาลจะต้องดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และต้องอาศัยผู้ที่เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในการวางระบบ IT Infrastructure พื้นฐานที่สามารถเชื่อมั่นได้ เพื่อให้ทุกการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปได้อย่างมั่นใจ

ปัจจุบันนี้ลูกค้ากว่า 80% ของ UIT นั้นคือโรงพยาบาลทั่วไทย ซึ่งฐานกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาจากการแนะนำปากต่อปากระหว่างผู้บริหารส่วนเทคโนโลยีของแต่ละโรงพยาบาล เพราะไม่เพียงแต่ UIT จะเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเท่านั้น แต่ยังมีความเข้าใจในการทำงานของโรงพยาบาลเป็นอย่างดี และยังมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะอย่างหลากหลาย

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ UIT ได้ที่ http://www.uit.co.th/

การติดตามตำแหน่งของบุคลากรและอุปกรณ์ได้ คือหัวใจที่จะช่วยเร่งความเร็วในการรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาล

คุณอังคารเผยว่าธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจในการให้บริการระบบ IT ใดๆ แก่โรงพยาบาลนั้น ความเสถียรมั่นคงของระบบ และการช่วยให้เจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วที่สุดนั้น คือหัวใจสำคัญ

ในอดีตระบบบริการผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วนใหญ่นั้นจะใช้สายสัญญาณ ( LAN) เป็นหลัก เพราะบนระบบไร้สาย (Wi-Fi) รวมไปถึงการใช้งานเครือข่ายไร้สายแบบเคลื่อนที่หรือโรมมิ่งนั้น ยังด้อยประสิทธิภาพ

ตั้งแต่อุปกรณ์ Tablet, Smart Phone, Medical Device และ IoT Sensor ต่างๆ เข้ามามีบทบาทในการแพทย์ ส่งผลให้ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi ) กลายเป็นช่องทางการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ ทำให้ระบบเครือข่ายต้องมีความรวดเร็ว เสถียรภาพ และการบริหารงานแบบเบ็ดเสร็จ

AP ของ Aruba มีความเร็วการให้บริการสูงถึง 5Gbps ในด้านความเสถียร Aruba ใช้ Client Map ในการวิเคราะห์ว่า Client เกาะกับ AP ตัวไหนแล้วได้ความเร็วสูงสุด และเสถียรภาพดีที่สุด เพื่อทำการเชื่อมต่อให้ (โรมมิ่ง) โดยที่อุปกรณ์ยี่ห้ออื่นยังคงใช้มาตรฐานการโรมมิ่งทั่วไปที่โยนภาระให้ Client เป็นผู้เลือกตัวกระจายสัญญาณไร้สาย (Access Point) เอง ซึ่งมักจะเลือกตัวแรกที่ค้นพบแม้จะไม่ใช่ตัวที่ดีสุดก็ตาม ผู้ใช้ที่ประสบปัญหาแบบนี้จึงถูกเรียกว่า “Sticky Client” ทำให้ระบบ Wi-Fi ของ Aruba จึงเหมาะสมระบบของโรงพยาบาล

เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้ Aruba Networks จึงมีสิทธิบัตรนวัตกรรมชื่อ Aruba ClientMatch ที่พลิกโฉมการโรมมิ่ง โดยระบบไร้สายของ Aruba จะเป็นผู้เลือกอุปกรณ์ Access Point ที่ดีที่สุดให้เองแทนมาตรฐานโรมมิ่งเดิมๆ เพื่อให้เครือข่ายไร้สายของโรงพยาบาลมีความเสถียรภาพรองรับระบบบริการผู้ป่วยของของโรงพยาบาลได้

ระบบ Location Services

อย่างไรก็ดี อีกโจทย์หนึ่งที่โรงพยาบาลทุกแห่งต้องเผชิญนั้นก็คือเรื่องของการเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพของการทำงานของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล เพื่อให้การเข้าถึงและช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาหนึ่งนั้นก็คือการบริหารจัดการบุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

โดยทั่วไปแล้ว การปฏิบัติงานในโรงพยาบาลนั้น คือการที่เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่างๆ จะต้องถูกเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ที่ต้องเดินทางไปดูแลผู้ป่วยในจุดต่างๆ, พยาบาลที่มีหน้าที่หลากหลายหมุนเวียนสับเปลี่ยนอยู่ตลอด, เจ้าหน้าที่ที่ต้องรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ไปจนถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่หลากหลายซึ่งถูกนำไปใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยในจุดต่างๆ ของโรงพยาบาล

การติดตามตำแหน่งของบุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมดได้อย่างแม่นยำอย่าง Real-Time จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการโรงพยาบาลในทุกวันนี้เป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำมาใช้ตัดสินใจเพื่อรับมือกับการดูแลรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเทคโนโลยีเดียวกันนี้ก็ยังสามารถนำมาต่อยอดได้อย่างหลากหลาย เช่น การติดตามตำแหน่งของผู้ป่วย, การติดตามผู้ป่วยเด็กเพื่อดูแลไม่ให้เกิดกรณีเด็กหาย และอื่นๆ อีกมากมาย

ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม สร้างระบบ Location Service ด้วย Bluetooth ต่อยอดจาก Wi-Fi ได้อย่างคุ้มค่า

ด้วยเหตุดังกล่าว UIT จึงได้พลิกบทบาทของตนเองจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายและ IT Infrastructure ภายในโรงพยาบาล มาเสริมด้วยภาพของการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการ Location Service แบบครบวงจร ทั้งในส่วนของระบบ Network Infrastructure ที่สามารถให้บริการนี้ได้อย่างคุ้มค่า, การจัดหาอุปกรณ์ Bluetooth Tag ที่เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงการพัฒนา Software เพื่อตอบโจทย์การทำ Location Service ในบริบทที่แตกต่างกันออกไป

ตัวอย่างที่น่าสนใจของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Location Service ของ UIT เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ก็มีด้วยกันหลากหลาย เช่น

  • ระบบบริหารรถเข็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่บริการรถเข็นที่อยู่ใกล้ผู้ป่วยที่สุดสามารถให้บริการผู้ป่วยในแต่ละส่วนของโรงพยาบาลได้อย่างคล่องตัว
  • ระบบ Tag ติดบัตรประจำตัวแพทย์, พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถตามตัวในกรณีฉุกเฉินได้ง่าย
  • ระบบ Tag ติดตามอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหรือสอบถามตำแหน่งของอุปกรณ์กันอีกต่อไป
  • ระบบ Tag สำหรับใช้ใน Workflow ของโรงพยาบาล เช่น การติดถุงเลือด การเช็คสต๊อคสินค้า หรือใช้ Tag แบบกันน้ำเพื่อติดตามการซักเสื้อผ้าและสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นภายในโรงพยาบาล
  • ระบบ Tag สำหรับติดตามผู้ป่วยในแบบสายรัดข้อมือ เพื่อดูแลผู้ป่วยสูงวัยและเด็กโดยเฉพาะ
  • ระบบ Smart IPD Management บริหารจัดการการดูแลผู้ป่วยในอย่างครบวงจรด้วยข้อมูลตำแหน่ง
  • ระบบ Way Finding ในแบบ Mobile Application เพื่อนำทางการเดินทางภายในอาคาร สำหรับผู้ป่วยที่มารับบริการ และสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในจุดต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงบ่อย

คุณอังคารแนะนำว่าด้วยเทคโนโลยีของระบบ Wi-Fi ในทุกวันนี้ที่รองรับได้ทั้งการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth และ Zigbee ทำให้โซลูชัน Location Service ในทุกวันนี้สามารถถูกนำมาใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก เพราะในอดีต หากธุรกิจใดต้องการทำ Location Service นั่นอาจหมายถึงการที่ต้องลงทุนวางระบบเครือข่ายภายในอาคารแยกอีกชุดสำหรับติดตามตำแหน่งโดยเฉพาะ แต่ทุกวันนี้ AP ระดับธุรกิจองค์กรนั้นมักจะมีความสามารถด้านการติดตามตำแหน่งมาให้พร้อมใช้งานอยู่แล้ว จึงสามารถต่อยอดจากการวางระบบ Wi-Fi ในองค์กรได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของ Network Infrastructure อีกต่อไป เหลือเพียงแค่การลงทุนในอุปกรณ์ Tag และการพัฒนา Software มาใช้งานเท่านั้น

เลือกใช้ระบบ Wi-Fi จาก Aruba Networks ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าจากการต่อยอด

คุณอังคารได้เล่าว่าการที่ UIT สามารถปรับบทบาทของตนเองได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งก็มาจากความเชี่ยวชาญของทีมงานในโซลูชันของ Aruba Networks ที่เล็งเห็นถึงนวัตกรรมหลากหลายที่สามารถนำมาใช้ประยุกต์สร้างเป็นโซลูชันด้าน Location Service ได้อย่างเหมาะสม เช่น

  • Aruba AP มีความสามารถในการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Zigbee ที่มีมาใน AP รุ่นใหม่ๆ ให้พร้อมใช้งานได้ทันที โดยสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งแบบ Beacon และ Scanning เพื่อตอบโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป
  • Aruba Beacon และ Aruba Tags สามารถนำมาใช้เพื่อรองรับการติดได้อย่างครอบคลุม โดยยังเปิดให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ Bluetooth Tag จากผู้ผลิตรายต่างๆ ได้อย่างอิสระ
  • Open API ที่เปิดให้ UIT สามารถพัฒนา Software เข้าไปเชื่อมต่อได้ง่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Aruba Meridian แพลตฟอร์มที่ช่วยให้การพัฒนา Software ต่อยอดเหล่านี้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ดี จุดสำคัญจุดหนึ่งนั้นก็คือการที่ผู้บริหารโรงพยาบาลนั้นควรทำการศึกษาทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ดี เพื่อให้สามารถวางกลยุทธ์ด้านระบบเครือข่ายเพื่อรองรับการทำ Location Service ได้อย่างเหมาะสม เพราะการใช้โซลูชันเหล่านี้ ปัจจัยสำคัญคือแต่ละโจทย์นั้นต้องการระดับความแม่นยำของตำแหน่งที่แตกต่างกัน ซึ่งการออกแบบจุดติดตั้งและความแรงสัญญาณของ AP รวมถึงการเลือกใช้ Tag ที่เหมาะสมนั้นจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้วิสัยทัศน์เหล่านี้เป็นจริงขึ้นมาได้

แนะนำโรงพยาบาล วางกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีระยะยาวให้เหมาะสม จะสามารถตอบโจทย์ด้านบริการสาธารณสุขได้ในงบประมาณที่จำกัด

คุณอังคารได้ให้ข้อคิดถึงเหล่าผู้บริหารทางด้าน IT สำหรับโรงพยาบาลว่าโดยปกติแล้ว ผู้บริหารกลุ่มนี้มักเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในระยะยาวที่มองหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลส่วนใหญ่ก็มักมีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการลงทุนเทคโนโลยีแต่ละครั้ง ดังนั้นการออกแบบระบบ Wi-Fi ในอาคารให้สามารถรองรับการต่อยอดเหล่านี้ได้ในระยะยาว ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความคุ้มค่าให้กับการลงทุนได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน ประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในทุกๆ วัน ดังนั้นการเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการเชื่อมต่อนี้ก็เป็นอีกสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

UIT นั้นพร้อมที่จะตอบโจทย์เหล่านี้ให้กับโรงพยาบาลทั่วไทยได้ ด้วยโซลูชันจาก Aruba Networks ที่ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่าย LAN, Wireless LAN ที่มีคุณภาพ สามารถต่อยอดสู่ภาพของ Location Service ได้ด้วย Aruba Beacon และ Aruba Tags ร่วมถึงยังพร้อมเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายด้วย Aruba ClearPass เพื่อปกป้องทุกๆ การเชื่อมต่อจากผู้ใช้งานและอุปกรณ์ได้อย่างมั่นใจ

สนใจโซลูชัน Aruba Networks หรือ Location Service ติดต่อทีมงาน UIT ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Aruba Networks หรือ Location Service ติดต่อทีมงาน UIT ได้ทันทีที่ 02-694-3101-2, 088-557-1624, Line ID : @uit.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ UIT ได้ที่ http://www.uit.co.th/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ