Breaking News

Uber เริ่มใช้การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า สำหรับคนขับรถ

uber-realtime-id-check

Uber เริ่มใช้การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า สำหรับคนขับรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบริการมากขึ้น

Uber เปิดใช้งานฟีเจอร์ Real-Time ID Check สำหรับการยืนยันตัวตนคนขับรถ ซึ่งก่อนที่คนขับรถจะให้บริการได้ จำเป็นต้องถ่ายภาพ Selfie เพื่อยืนยันตัวตนก่อน โดยระบบจะทำการตรวจสอบใบหน้ากับข้อมูลที่มีในระบบว่าตรงกันหรือไม่ ช่วยให้ผู้โดยสารมั่นใจในบริการได้มากขึ้น ว่าคนขับจะเป็นคนเดียวกันกับที่ลงทะเบียนไว้

สำหรับเบื้องหลังของบริการนี้ ทาง Uber ใช้ Microsoft Cognitive Service เข้ามาช่วยในการเปรียบเทียบรูป Selfie กับข้อมูลที่มีในระบบ ซึ่งหากใบหน้าไม่ตรงกับในข้อมูลในระบบ บัญชีผู้ใช้งานนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว และ Uber จะเข้ามาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเปิดทดสอบใช้งานฟีเจอร์ Real-Time ID Check เพียงไม่กี่เดือน ก็ช่วยให้ Uber สามารถยืนยันความถูกต้องของคนขับรถได้ถึง 99% ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่นั้นเป็นเพียงรูปภาพที่ถ่ายได้บางครั้งไม่ชัดเจนเท่านั้น

Uber พยายามเพิ่มความปลอดภัยให้กับบริการมากขึ้น โดยที่ผ่านมามีการนำเอา GPS และเทคโนโลยีใน Smartphone มาช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากผู้ขับขี่มากขึ้น เช่น การตรวจจับความเร่ง, ความเร็วในการขับขี่ และการเบรกที่รุนแรง ส่วนผู้โดยสารจะทราบข้อมูลของรถและผู้ขับขี่ก่อนที่จะใช้บริการ

ที่มา : https://newsroom.uber.com/securityselfies/



About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ