10 อันดับเทคนิคการแฮ็คเว็บประจำปี 2015 โดย WhiteHat Security

WhiteHat Security และกลุ่มนักวิจัยทางด้านความมั่นคงปลอดภัย ได้ทำการโหวต 10 อันดับเทคนิคที่ใช้แฮ็คเว็บไซต์ในปี 2015 จากทั้งหมด 39 เทคนิค พบว่าอันดับหนึ่งคือ FREAK (Factoring Attack on RSA-Export Keys) ตามมาด้วย LogJam และ Web Timing Attacks Made Practical

Credit: Ignatov/ShutterStock
Credit: Ignatov/ShutterStock

10 อันดับเทคนิคการแฮ็คเว็บประจำปี 2015 ประกอบด้วย

  1. FREAK (Factoring Attack on RSA-Export Keys)
  2. LogJam
  3. Web Timing Attacks Made Practical
  4. Evading All* WAF XSS Filters
  5. Abusing CDN’s with SSRF Flash and DNS
  6. IllusoryTLS
  7. Exploiting XXE in File Parsing Functionality
  8. Abusing XLST for Practical Attacks
  9. Magic Hashes
  10. Hunting Asynchronous Vulnerabilities

“จาก 10 อันดับแรก สามารถบอกได้เลยว่า SSL/TLS ยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญสำหรับพัฒนาเทคนิคการแฮ็คแบบใหม่ๆ ในช่วงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การแฮ็ค TLS ก็ปรากฏมาให้เห็นตามพาดหัวข่าวอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Heartbleed, POODLE หรือแม้แต่ 10 อันดับแรกของปี 2015 ก็มีถึง 3 รายการ (FREAK, LogJam, IllusoryTLS) สำหรับปี 2016 นี้ พบว่ามีการโจมตีรูปแบบใหม่มาอีก คือ DROWN Attack ที่ส่งผลกระทบเว็บ HTTPS ถึง 1 ใน 3” — Johnathan Kuskos ผู้จัดการศูนย์วิจัยภัยคุกคามของ WhiteHat Security ให้ความเห็น

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2016/04/25/top-10-web-hacking-techniques-2015/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …