Breaking News

ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า Swisscom กว่า 800,000 ราย รั่วไหลสู่สาธารณะ

Swisscom บริษัทผู้ให้บริการทางด้านโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ เผลอทำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ากว่า 800,000 ราย รั่วไหลสู่สาธารณะ คิดเป็นเกือบ 10% ของประชากรประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทั้งหมด

Credit: Helpnetsecurity

ข้อมูลที่รั่วไหลออกสู่สาธารณะ ประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าของ Swisscom เช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, วันเดือนปีเกิด, เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลอื่นๆ ซึ่ง Swisscom เองไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกแถลงการณ์ผ่านหน้าเว็บไซต์เกี่ยวกับรายละเอียดของข้อมูลที่รั่วไหล สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ทัั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่แบบ “Non-sensitive” ภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นั่นคือไม่มีข้อมูลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive) เช่น พาสเวิร์ด, หมายเลขบัตรเครดิต, บทสนทนาต่างๆ และข้อมูลในการชำระเงิน

การรั่วไหลของข้อมูลในครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของบริษัทคู่ค้าของ Swisscom ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ระบบจะบังคับให้มีการใส่ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดก่อนเสมอเพื่อเข้าถึงข้อมูล แต่แฮ็คเกอร์น่าจะอาศัยช่องโหว่บางอย่างเพื่อหลบหลีกการยืนยันตัวตนนี้

ท้ายที่สุดแล้ว Swisscom ตัดสินใจเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มงวดมากขึ้น มีการเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-factor authentication) สำหรับบริษัทคู่ค้า รวมไปถึงการห้ามให้มีการค้นฐานข้อมูลลูกค้าคราวละมากๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2018/02/08/swisscom-data-breach/




About นักเขียนฝึกหัดหมายเลข 3

Check Also

Chrome 70 ออกแล้ว! เพิ่มทางเลือกการลงชื่อเข้าใช้บราวน์เซอร์และแก้ไขช่องโหว่หลายรายการ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทาง Google ได้ปล่อย Chrome 70.0.3538.67 ออกมาให้ผู้ใช้งานได้อัปเกรดกันแล้วซึ่งได้มีการแพตช์แก้ไขช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยกว่า 23 รายการ พร้อมทั้งยังได้อัปเดตทางเลือกในการลงชื่อเข้าใช้บราวน์เซอร์ซึ่งเวอร์ชันก่อนหน้าได้ทำการลงชื่อเข้าใช้อัตโนมัติให้กับผู้ใช้งานที่ลงชื่อเข้าใช้บริการของ Google ทีี่ทำให้เกิดความกังวลเรื่อง Privacy ตามมา

พบช่องโหว่บน libssh สามารถบายพาสการพิสูจน์ตัวตนบนเซิร์ฟเวอร์ได้

Peter Winter-Smith จาก NCC กรุ๊ปได้ค้นพบช่องโหว่หมายเลขอ้างอิง CVE-2018-10933 ซึ่งเกิดบน libssh หรือไลบรารี่ที่รองรับการเข้ารหัสการสื่อสารระหว่างเครื่องลูกข่ายและเซิร์ฟเวอร์ โดยผลลัพธ์คือแฮ็กเกอร์สามารถลัดผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนกับเซิร์ฟเวอร์ได้นั่นเอง