Fujitsu ตั้งเป้า สร้างโลกที่ยั่งยืน มุ่งแก้ปัญหาสังคม ในฐานะ DX Partner

การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและเป้าหมายของหลายประเทศเริ่มเปลี่ยนไป เห็นได้ชัดจากนโยบายต่อสิ่งแวดล้อมจากประเทศต่างๆ เพราะตระหนักดีแล้วว่าปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติ และโรคระบาดเริ่มปรากฏชัดเจนบ่อยครั้งมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองระยะหลังมานี้ประเทศต่างๆจึงได้ตั้งเป้าใหม่เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโลกแทนที่จะเป็นเป้าจากตัวเลขทางเศรษฐกิจเหมือนในอดีต

เช่นกัน Fujitsu ในฐานะผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีและเป็นส่วนหนึ่งในโลกใบใหญ่นี้ ที่งาน FujitsuActiveNow 2021 ที่เพิ่งจบลง บริษัทจึงได้ประกาศเป้าหมายเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน ด้วยการมุ่งแก้ปัญหาสังคมในภูมิภาคเอเชียเพราะถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจโลกและรากฐานของ Fujitsu

โควิด19 ทำให้โลกของเราเปลี่ยนไปมากนัก เพราะเมื่อการแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน องค์กรจึงโดนบังคับให้เร่งทำ Digital Transformation (DX) อย่างเร็วที่สุด ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ช่องทางการสื่อสารจากเดิมที่เจอหน้ากันกลายเป็นออนไลน์ผ่านหน้าจอ การทำธุรกิจจากช่องทางแบบเห็นหน้าลงสู่โลกออนไลน์ นอกจากเรื่องโรคระบาดแล้ว ปัญหาที่เรื้อรังอย่างความไม่เท่าเทียมก็เริ่มรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน

คุณโคจิ มาสุดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียของฟูจิตสึ

ที่งานสัมมนา Fujitsu ActiveNow2021 ซึ่งเป็นงานสัมมนาใหญ่ประจำปี คุณโคจิ มาสุดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียของฟูจิตสึ  จึงได้นำเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์การเป็น DX Partner นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาทางสังคม  ซึ่งคุณโคจิได้หยิบยกเอาผลคาดการณ์ของลักษณะธุรกิจในยุค New Normal มานำเสนอดังนี้

1.) Sustainability – องค์กรหลายแห่งมีแผนที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม หลังเผชิญปัญหาโรคระบาด เช่น โรคร้อน สังคมสูงอายุ ความไม่เท่าเทียม การขาดแคลนอาหาร และขยะ ไปจนถึงปัญหาขยะพลาสติกในทะเล โดยองค์กรเหล่านี้ต่างตระหนักว่าตนอยู่ในส่วนหนึ่งของภาพปัญหาที่จะต้องถูกแก้

2.) ฺBorderless – ภาพการทำงานขององค์กรได้ถูกปฏิวัติไปอย่างสิ้นเชิง ในรูปแบบที่เราเรียกว่า Work From Home ก่อนหน้ามีพนักงานราว 1 ใน 4 เท่านั้นที่ปฏิบัติในลักษณะนี้ได้ แต่พอโควิด มาถึงพนักงานอย่างน้อย 2 ใน 3 ต้องทำงานจากที่บ้านทันที และเมื่อโลกคุ้นชินแล้วคาดว่าในอีก 3-4 ปีข้างหน้าจะยิ่งมีการเพิ่มขึ้นของพนักงานในรูปแบบนี้

3.) Business is Ecosystem – ในอดีตธุรกิจมุ่งแต่การผลิตสินค้าและบริการตามมาตรฐานเป็นหลัก แต่เทรนด์ในสมัยปัจจุบันธุรกิจต้องมองความต้องการจากผู้คน เพื่อนำมาสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์

4.) Resilience – ความยืดหยุ่นคือปัจจัยที่ทำให้องค์กรสามารถรับมือกับโควิด19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยผลสำรวจพบว่าองค์กรที่รับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีกว่า 49% นั้นก็เพราะความสามารถในการปรับตัว รองลงมา 44% มาคือได้มีการเตรียมตัวทำ DX มาบ้างแล้วหรือเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงได้เร็วพอ และสุดท้าย 40% มองเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานเป็นเรื่องหลัก

5.) Trust Automation – จากความคิดเห็นของผู้บริหารราว 83% เชื่อในการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนทิศทางการตัดสินใจขององค์กร โดย 82% วางแผนที่จะทำเรื่อง Automation และเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 44% เชื่อว่าภายในปี 2025 กระบวนการทางธุรกิจกว่าครึ่งจะทำงานได้อย่างอัตโนมัติ นั่นแสดงให้เห็นถึงว่าธุรกิจมีความเชื่อมั่นในพลังแห่ง Automation

มุมมองของปัญหาทางสังคมและโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

ทุกภูมิภาคย่อมมีปัญหาที่สะท้อนบริบททางสังคมในแถบนั้น อย่างไรก็ดีปัญหาทางสังคมยังมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศด้วย เช่น บางประเทศก็มีปัญหาขยะล้น รถติด น้ำท่วม คุณภาพอากาศ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีความท้าทายอยู่ในทุกมุมมอง

ถึงกระนั้นเองภูมิภาคเอเซียก็ยังมีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก โดยจากข้อมูลพบว่าแม้ช่วงหลายปีหลังมานี้ อัตราการการเติบโตของตัวเลข GDP ในเอเชียจะหดตัวลง ยิ่งในปีก่อนถ้านับแค่ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตัวเลขถือได้ว่าติดลบถึง 4% สอดคล้องกับเอเชียตะวันออกหดตัวเหลือแค่ 1.8% แต่เมื่อย้อนกลับมาดูตัวเลข GDP ที่เอเชียมีต่อเศรษฐกิจโลกนั้นกลับยังสูงขึ้น ที่ดูเหมือนจะไม่กี่ % ก็ตาม แต่คาดการณ์ว่าเมื่อโรคระบาดหายไป ภูมิภาคเอเซียนี้จะมีโอกาสเติบโตกลับมาเพิ่มสูง อย่างน้อยก็ถึงปี 2026 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า

นั่นสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของภูมิภาคที่ Fujitsu เองเล็งเห็นถึงโอกาสนี้ อย่างไรก็ดีเพื่อแก้ปัญหาทางสังคมนี้ Fujitsu ที่มองตัวเองเป็น DX Partner ให้กับลูกค้า จึงได้ทุ่มเทบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีจากพันธมิตร สอดแทรกเข้าไปเป็นรากฐานทางธุรกิจที่สามารถใช้แก้ปัญหาทางสังคม

บทบาทของ Fujitsu กับการแก้ปัญหาทางสังคม

Fujitsu ได้แบ่งโจทย์ในการแก้ปัญหาทางสังคมออกเป็น 7 ด้านคือ

1.) Sustainability Manufacturing

มุ่งหน้าสร้าง Ecosystem ของภาคการผลิตอย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น ในหลายอุตสาหกรรมและประเทศต่างๆ ซึ่งด้วยความเชี่ยวชาญของ Fujitsu ทั้งด้าน AI และ HPC เชื่อแน่ว่าจะช่วยสร้างระบบ Supply Chain และเศรษฐศาสตร์แบบหมุนเวียน ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้

2.) Consumer Experience

ผู้บริโภคแต่ละคนย่อมมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้เองการใช้งานข้อมูลเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ถูกทางจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดย Fujitsu เองเชื่อว่าโอกาสเป็นของกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก ซึ่งต้องมีการปรับปรุงระบบ Supply Chain และวิธีการสร้าง Consumer Experience ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนได้ ทั้งนี้ได้นำเสนอโซลูชัน Retail-as-a-Service เพื่อตอบสนองประสบการณ์ในการซื้อขายใหม่ๆ

3.) Healthy Living

สร้าง Infrastructure และนวัตกรรมที่สามารถเชื่อมโยงให้มนุษย์สามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเทคโนโลยีคือฐานที่รวบรวมบริการของ การให้บริการทางสุขภาพ บริษัท รัฐบาล และผู้คนให้เชื่อมต่อกัน ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างสังคมที่ยึดเอาผู้คนเป็นศูนย์กลางอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีความแตกต่าง

4.) Trusted Society

ผู้คนในส้งคมต้องสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เช่น ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ซึ่งก็ต้องมีมาตรการอย่างยืดหยุ่นมากพอ โดยต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งรัฐ ประชาชนและพันธมิตรของ Fujitsu เพื่อแก้ปัญหาทางสังคม โดย Fujitsu เองคำนึงถึงเรื่องสภาพแวดล้อมเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อให้ผู้คนได้อยู่ที่โลกที่สันติและรุ่งเรืองสืบไป

5.) Digital Shifts

ผู้คนคือผู้สร้างคุณค่าให้แก่องค์กร แต่การที่จะนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้อย่างเกิดประโยชน์ได้นั้น องค์กรจำต้องมีกระบวนการที่รวดเร็วและยืดหยุ่น ซึ่ง Fujitsu ได้นำเสนอโซลูชัน Digital Shifts ที่จะเป็นรากฐานให้องค์กรได้มาซึ่งปัจจัยนั้น ต่อยอดไปเป็นความสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างสูงสุด

6.) Business Application

โลกปัจจุบันบริการและการปฏิบัติงานขององค์กรต้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และต้องทำอย่างชาญฉลาด ถึงจะสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ Fujitsu ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเอาทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญร่วมกับพาร์ทเนอร์ เข้ามาช่วยเหลือลูกค้าในการทำ Digitization ตั้งแต่การ Migrate, Modernizing, Developing, Deploy และการรันแอปบนคลาวด์หรือ Hybrid

7.) Hybrid IT

Fujitsu เล็งเห็นว่า Digital Touch Point คือจุดที่เชื่อมโยงบริการและข้อมูลทุกสิ่งในระบบเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ตนจะต้องสร้าง Infrastructure ที่น่าเชื่อถือและมั่นคงปลอดภัยให้ลูกค้ามีความมั่นใจได้ว่า ผู้คน สินค้า และทรัพย์สินดิจิทัลของท่านอยู่ในสถานะที่ปลอดภัย

credit : Fujitsu

นอกจากนี้ Fujitsu ยังได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่ตนได้ปฏิวัติองค์กรภายในเพื่อตอบโจทย์ใน DX 4 ด้านคือ การยุบรวมแอปทางธุรกิจ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงออฟฟิศ ใส่ใจกับการใช้ชีวิตและงานได้อย่างลงตัว และการจัดอีเวนต์ออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแนวทางให้องค์กรที่สนใจสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้

และสุดท้ายคุณโคจิจึงได้กล่าวถึงการจัดตั้งแบรนด์ธุรกิจใหม่ที่ชื่อ Fujitsu Uvance เพื่อตอบสนองเป้าหมายที่ Fujitsu วางไว้ข้างต้นอย่างจริงจังนับแต่นี้ โดยวางตัวเองเป็น DX Partner ที่มาพร้อมกับ Ecosystem ทางเทคโนโลยี พร้อมนำส่งนวัตกรรมความก้าวหน้าใหม่ๆ เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาทางสังคม และนำรอยยิ้มมาสู่เอเชียของเรา

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ