พบช่องโหว่บนคำสั่ง ‘SUDO’ สามารถใช้คำสั่งด้วยสิทธิ์ระดับ Root

Joe Vennix นักวิจัยจาก Apple ได้ค้นพบช่องโหว่บนคำสั่ง SUDO ที่ใช้กันในระบบปฏิบัติการ Linux ทำให้ผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์จำกัดสามารถ Bypass เพื่อ Execute คำสั่งในสิทธิ์ระดับ Root ได้

ไอเดียก็คือ SUDO (Super User do) เป็นคำสั่งบน Linux ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ทั่วไปสามารถ Execute คำสั่งด้วยสิทธิ์ระดับ Root อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานรายนั้นต้องได้รับอนุญาตที่ถูกกำหนดไว้ใน /etc/sudoers เช่น ‘test ALL = (ALL, !root) /usr/bin/vim’ นอกจากนี้ใน Linux แต่ละผู้ใช้งานจะมีเลข UID ซึ่งสามารถใช้อ้างอิงแทน Username ได้ เช่น sudo -u#1010 vim

ประเด็นคือช่องโหว่หมายเลขอ้างอิง CVE-2019-14287 ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้ UID เลข -1 หรือ 4294967295 เพื่อเข้าไป Execute คำสั่งด้วยสิทธิ์ระดับ Root ได้ แต่ผู้โจมตีจะต้องมีการตั้งค่าใน sudoers เอาไว้ ด้วยเหตุนี้ระดับความรุนแรงสามารถตีความได้ 2 มุมคือ

credit : Thehackernews
  • Linux ส่วนใหญ่มีการตั้งค่า /etc/sudoers ไว้ตามภาพด้านบน ทำให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่อาจใช้งานช่องโหว่นี้ได้ (Thehackernews)
  • sudoers ของท่านอาจจะไม่มีการตั้งค่าหละหลวมโดย Default ดังนั้นให้ลองตรวจสอบดูก่อน (Bleepingcomputer)

อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยผู้ใช้งานสามารถอัปเดตอุดช่องโหว่ของ SUDO ได้ในเวอร์ชัน 1.8.28

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/linux/linux-sudo-bug-lets-you-run-commands-as-root-most-installs-unaffected/ และ  https://thehackernews.com/2019/10/linux-sudo-run-as-root-flaw.html



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

NSA เผย 25 ช่องโหว่ที่ถูกใช้มากที่สุดโดยแฮ็คเกอร์ชาวจีนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

U.S. National Security Agency หรือ NSA ได้ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่ 25 รายการที่ถูกใช้งานมากที่สุดโดยแฮ็คเกอร์ชาวจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากระดับภาครัฐ เพื่อใช้โจมตีหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา โดยช่องโหว่ที่หลากหลายเหล่านี้ถูกใช้งานในลำดับขั้นของการโจมตีที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

Microsoft ออกแพตช์เร่งด่วนอุดช่องโหว่ให้ Windows และ Visual Studio Code

Microsoft ได้ออกแพตช์นอกรอบเพื่ออุดช่องโหว่ให้ Windows Codec Library และ Visual Studio Code โดยการประกาศครั้งนี้มาพร้อมคำเตือนจาก CISA ในเวลาต่อมา จึงแนะนำให้ผู้ใช้ควรอัปเดตครับ