เกาหลีใต้วางแผนรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI ด้วยดาต้าเซนเตอร์ ที่พร้อมรับพลังงานถึง 3 กิกะวัตต์

เกาหลีใต้มีความจริงจังกับการรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเตรียมกวาดซื้อ GPU กว่าหมื่นตัว ล่าสุดยังมีข่าวเกี่ยวกับการเตรียม AI Data center ที่หวังรับพลังงานได้ถึง 3 กิกะวัตต์

ถามว่าพลังไฟ 3 กิกะวัตต์เยอะแค่ไหน ก็ตีว่าคอมพิวเตอร์ประกอบที่เราใช้อยู่แบบมีการ์จอ Nvidia 4090 จะแนะนำ power supply ราว 850 วัตต์ ซึ่งแปลว่า 3,000,000,000 วัตต์(3 กิกะวัตต์)จะเพียงพอสำหรับคอมพิวเตอร์เหล่านั้นราว 3,500,000 เครื่องเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจในประเทศที่ต้องการเป็นผู้นำด้าน AI ที่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และเรื่องกำลังไฟคือหัวข้อหลักของดาต้าเซนเตอร์

อย่างไรก็ตามที่น่าสนใจคือเกาหลีใต้ยังมีวิสัยทัศน์ที่ต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนด้วย ซึ่งหากทำได้ก็จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและการประมวลผลที่สูงไปควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ และทั้งหมดนี้คือภาพปัจจุบันที่เกาหลีใต้พยายามจะสร้างนวัตกรรมใหม่ เช่น เมืองอัจฉริยะ รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ขั้นสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องการขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากการส่งเสริมนวัตกรรมภายในประเทศแล้ว ยังดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ และสร้างตำแหน่งงานทักษะสูงได้หลายพันตำแหน่งด้วย

ที่มา : https://www.eweek.com/news/south-korea-ai-data-center/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ